มหาดไทยชง ‘อนุทิน’ เซ็นโปรเจ็กต์โซลาร์รูฟท็อป เสนอขอใช้เงินกู้ คาดไม่เกิน 2 สัปดาห์ ก่อนเข้า ครม.
มหาดไทยชง “อนุทิน” เซ็นโปรเจ็กต์โซลาร์รูฟท็อป เสนอขอใช้เงินกู้ คาดไม่เกิน 2 สัปดาห์ ก่อนเข้า ครม. – ด้าน มท.เตรียมปรับวิธียืนยันตัวตนให้ง่ายขึ้น รองรับโครงการในอนาคต
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะลงนามในหนังสือโครงการโซลาร์รูฟท็อปภายในวันนี้ และจะเสนอให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้จากพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท พิจารณาต่อไป เพื่อให้คณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาต่อ ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 15 วัน ก่อนส่งให้กระทรวงการคลังเสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์
“วันนี้ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เรื่องการติดแผงโซลาร์จาก 5,000 เมกะวัตต์ เป็น 10,000 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับโครงการโซลาร์รูฟท็อปของรัฐบาล และกำหนดเรื่องค่า Ft ค่าก๊าซ และกำลังประชุมเรื่องค่าพลังงานเชื้อเพลิง” นายพลพีร์กล่าว
ขณะที่ความคืบหน้าเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์อัตราค่าไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์นั้น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กำชับให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เร่งสรุปรายเอียดทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. นี้ ว่าจะคิดค่าไฟสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์อย่างไร หลังจากนั้นจะเร่งสรุปรายละเอียดเพื่อเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป
“จากข้อมูลคือดาต้าเซ็นเตอร์ถูกจัดเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 9 ซึ่งกระบวนการตอนนี้จะต้องไปกำหนดราคาให้ได้ว่าจะคิดราคาที่เท่าไร และเหตุผลของการคิดราคาที่เท่านี้คืออะไร แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนวณรวมเข้าไปในค่าไฟของดาต้าเซ็นเตอร์นั้นคือค่าไฟสาธารณะ ค่าไฟทาง ที่เราแบกรับภาระด้วย ส่วนนี้จะเอามาชดใช้กันอย่างไร
เพราะว่าตอนนี้ประชาชนไม่ต้องจ่ายค่าไฟทางแล้ว แต่ว่าการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นคนที่จะต้องไปดูแลค่าใช้จ่ายตรงนี้ในเบื้องต้น โดยรายได้ค่าไฟจากดาต้าเซ็นเตอร์จะมาช่วยลดภาระของ กฟภ. และ กฟน. ในส่วนนี้” นายพลพีร์ กล่าว
นายพลพีร์กล่าวว่า โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จะใช้เม็ดเงินที่เหลือจากรอบก่อนที่ยังใช้ไม่หมด เนื่องจากประชาชนมาลงทะเบียนไม่ครบตามกรอบของงบประมาณที่รัฐบาลตั้งเอาไว้ ซึ่งมีเม็ดเงินสะสมอยู่ ก็จะเอามารองรับสำหรับเติมเงินในรอบนี้ และกระทรวงการคลังจะพิจารณาวงเงินต่อไป ขณะที่จะมีผู้ได้รับสิทธิเท่าไรนั้นอยู่ในขั้นตอนการทบทวนสิทธิ จะต้องเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังนำเสนอครม. ต่อไป
รวมทั้งจะหารือกันเรื่องการยืนยันตัวตนให้ง่ายขึ้น เช่น การยืนยันตัวตนที่อำเภอโดยไม่ต้องไปธนาคาร ซึ่งต้องอาศัยการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน
“จริง ๆ มหาดไทยเป็นคนคีย์ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ทำบัตรประชาชน ทำทุกอย่างอยู่แล้ว องคาพยพเราครบ เราให้บริการประชาชนได้ง่ายกว่า ก็เชื่อว่าหลังจากนี้ในปีถัด ๆ ไป หากมีโครงการแบบนี้อีกก็อาจจะมีการพิจารณาเรื่องที่ให้ยืนยันตัวตนที่มหาดไทยได้ เพราะจะง่ายต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น” นายพลพีร์กล่าว