เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ศุภจี“ ลงพื้นที่ครม.สัญจร อุดรฯ เยี่ยม Moc Market หนุนสินค้าชุมชนสร้างรายได้
เศรษฐกิจภูมิภาค “ศุภจี“ ลงพื้นที่ครม.สัญจร อุดรฯ เยี่ยม Moc Market หนุนสินค้าชุมชนสร้างรายได้
“ศุภจี” ลุยครม.สัญจรอุดรฯ หนุน “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้าสูงสุด 60%
เศรษฐกิจภูมิภาค “ศุภจี” ลุยครม.สัญจรอุดรฯ หนุน “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้าสูงสุด 60%
ไทยเจ้าภาพประชุมระดับโลก ‘Interferry 2026’ รวมผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลก
Biz Movement ไทยเจ้าภาพประชุมระดับโลก ‘Interferry 2026’ รวมผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลก
บิ๊กเซอร์ไพรส์วงการธุรกิจ ทายาทมหาเศรษฐีเมืองไทย ซี.พี. จับมือ ค่ายบุญรอด คลอดบิ๊กโปรเจ็กต์
Biz Movement บิ๊กเซอร์ไพรส์วงการธุรกิจ ทายาทมหาเศรษฐีเมืองไทย ซี.พี. จับมือ ค่ายบุญรอด คลอดบิ๊กโปรเจ็กต์
ก.ล.ต. เตือนเจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN 7 รุ่น เร่งรักษาสิทธิ ยื่นรับชำระหนี้ภายใน 1 ธ.ค.
Finance ก.ล.ต. เตือนเจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN 7 รุ่น เร่งรักษาสิทธิ ยื่นรับชำระหนี้ภายใน 1 ธ.ค.
BAY รับโอนพอร์ตสินเชื่อรถจาก CIMBT สำเร็จ หลังเคลียร์เงื่อนไขครบ
Finance BAY รับโอนพอร์ตสินเชื่อรถจาก CIMBT สำเร็จ หลังเคลียร์เงื่อนไขครบ
นายกฯ เปิด ‘พืชสวนโลกอุดรฯ’ มั่นใจช่วยพัฒนาตลาด-สร้างโอกาสธุรกิจ
Politics นายกฯ เปิด ‘พืชสวนโลกอุดรฯ’ มั่นใจช่วยพัฒนาตลาด-สร้างโอกาสธุรกิจ
‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ “Best CEO Awards” พร้อมอีก 2 รางวัลจาก SET Awards 2026 
Biz Movement ‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ “Best CEO Awards” พร้อมอีก 2 รางวัลจาก SET Awards 2026 
สัมมนาประชาชาติธุรกิจส่งท้ายปี ดึง 2 สตาร์ตอัพระดับท็อป ‘หมอคิด-กรวัฒน์’ จุดพลุ THAILAND 2027
Biz Movement สัมมนาประชาชาติธุรกิจส่งท้ายปี ดึง 2 สตาร์ตอัพระดับท็อป ‘หมอคิด-กรวัฒน์’ จุดพลุ THAILAND 2027
พืชสวนโลกอุดรฯ วันแรกคนเกือบ 9 พัน “สุริยะ” คาด 4 เดือนเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน
Economic พืชสวนโลกอุดรฯ วันแรกคนเกือบ 9 พัน “สุริยะ” คาด 4 เดือนเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชูหุ้นปันผลรับวัยเกษียณ SET HD ยีลด์ 4-5% ยังแกร่ง แม้บอนด์สหรัฐปรับเพิ่ม

18 ก.ย. 2569 | 17:38น.
อัสสเดช คงสิริ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองหุ้นปันผลไทยยังมีพื้นที่ในพอร์ตระยะยาว แม้บอนด์ยีลด์สหรัฐใกล้ 5% ดึงเงินหาสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ชี้ SET HD ยีลด์ราว 4-5% ขณะที่บางหุ้นแตะ 6-7% แนะวัยเกษียณวางเป้ากระแสเงินสดก่อนเลือกสินทรัพย์

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า หุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงยังเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะผู้ที่เตรียมเข้าสู่วัยเกษียณและต้องการสร้างกระแสเงินสดจากเงินลงทุน แม้โดยทั่วไปเมื่ออายุเพิ่มขึ้น นักลงทุนมีแนวโน้มลดสัดส่วนหุ้นและเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ก็ตาม

หากพิจารณาตลาดหุ้นไทย ปัจจุบันดัชนี SET High Dividend 30 Index (SET HD) มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ประมาณ 4-5% ขณะที่หุ้นบางบริษัทให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลมากกว่า 6-7% โดยหุ้นกลุ่มธนาคารเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ยังมีความน่าสนใจด้านเงินปันผล

ดังนั้น นักลงทุนที่เข้าสู่วัยเกษียณจึงไม่จำเป็นต้องโยกเงินจากหุ้นไปยังตราสารหนี้ทั้งหมด แต่สามารถจัดสรรหุ้นปันผลไว้เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตระยะยาวได้ โดยเป้าหมายของการลงทุนลักษณะนี้อยู่ที่กระแสเงินสดจากเงินปันผลในแต่ละปี มากกว่าการติดตามความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในแต่ละวัน

ทั้งนี้ แม้ราคาหุ้นจะมีความผันผวนในบางช่วง แต่หากเลือกลงทุนโดยมีเป้าหมายรับเงินปันผล และสามารถสร้างรายได้ตามที่ต้องการ การเคลื่อนไหวของราคาระยะสั้นอาจไม่ใช่ปัจจัยหลัก อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังต้องพิจารณาพื้นฐานและความสามารถในการจ่ายเงินปันผลของแต่ละบริษัทควบคู่กัน

อย่างไรก็ตาม ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นกำลังเพิ่มการแข่งขันในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ปรับขึ้นมาใกล้ระดับ 5% ซึ่งนายอัสสเดชยอมรับว่าเป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทย

ผลกระทบส่วนแรกเกิดขึ้นกับการประเมินมูลค่าหุ้น (Valuation) เพราะเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น อัตราที่ใช้คิดลดกระแสเงินสดก็เพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้มูลค่าหุ้นลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ

ขณะเดียวกัน นักลงทุนมีทางเลือกในการพักเงินมากขึ้น หากสามารถลงทุนในตราสารหนี้และได้รับผลตอบแทนใกล้ 5% โดยรับความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น ย่อมทำให้ต้องเปรียบเทียบว่าการลงทุนในหุ้นสามารถให้ผลตอบแทนที่คุ้มกับความเสี่ยงเพิ่มเติมหรือไม่

อย่างไรก็ตาม บริษัทจดทะเบียนที่ยังสามารถเติบโตและสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าระดับดังกล่าว ยังมีโอกาสดึงดูดเม็ดเงินลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจที่มีพื้นฐานมั่นคงและสามารถจ่ายเงินปันผลได้ต่อเนื่อง

นายอัสสเดช กล่าวว่า จุดแข็งส่วนหนึ่งของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งมีธุรกิจที่ค่อนข้างมั่นคง ทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจ การเติบโต และการจ่ายเงินปันผล ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังมีความน่าสนใจสำหรับการกระจายการลงทุน

สำหรับการวางแผนเกษียณ สิ่งสำคัญไม่ใช่การเริ่มต้นด้วยคำถามว่าจะต้องมีเงินออมทั้งหมดเท่าไร แต่ควรกำหนดก่อนว่า หลังจากไม่มีรายได้ประจำแล้ว ต้องการมีกระแสเงินสดสำหรับใช้ชีวิตเดือนละหรือปีละเท่าไร แต่ละคนมีรูปแบบชีวิตแตกต่างกัน ทั้งค่าใช้จ่ายประจำ การเดินทาง ท่องเที่ยว สุขภาพ หรือกิจกรรมหลังเกษียณ จึงควรประเมินค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก่อน แล้วจึงย้อนกลับมาวางแผนว่าต้องออมและลงทุนเท่าไรเพื่อสร้างกระแสเงินสดให้ได้ตามเป้าหมายการพึ่งพาเงินฝากเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับทุกคน

ตลาดทุนจึงมีบทบาทในการเพิ่มทางเลือกในการกระจายเงินลงทุน นอกจากหุ้นปันผลแล้วปัจจุบันยังมีผลิตภัณฑ์อย่าง Depositary Receipt (DR) สำหรับลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับทองคำในตลาดอนุพันธ์ รวมถึงพันธบัตรรัฐบาล

ดังนั้น การเตรียมเงินสำหรับวัยเกษียณจึงควรมองในระยะยาว โดยกำหนดกระแสเงินสดที่ต้องการเป็นเป้าหมาย ก่อนเลือกและกระจายการลงทุนให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงของแต่ละคน ท่ามกลางภาวะที่ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหลักทรัพย์ฯ หุ้นปันผล