ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชูหุ้นปันผลรับวัยเกษียณ SET HD ยีลด์ 4-5% ยังแกร่ง แม้บอนด์สหรัฐปรับเพิ่ม
ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองหุ้นปันผลไทยยังมีพื้นที่ในพอร์ตระยะยาว แม้บอนด์ยีลด์สหรัฐใกล้ 5% ดึงเงินหาสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ชี้ SET HD ยีลด์ราว 4-5% ขณะที่บางหุ้นแตะ 6-7% แนะวัยเกษียณวางเป้ากระแสเงินสดก่อนเลือกสินทรัพย์
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า หุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงยังเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะผู้ที่เตรียมเข้าสู่วัยเกษียณและต้องการสร้างกระแสเงินสดจากเงินลงทุน แม้โดยทั่วไปเมื่ออายุเพิ่มขึ้น นักลงทุนมีแนวโน้มลดสัดส่วนหุ้นและเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ก็ตาม
หากพิจารณาตลาดหุ้นไทย ปัจจุบันดัชนี SET High Dividend 30 Index (SET HD) มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ประมาณ 4-5% ขณะที่หุ้นบางบริษัทให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลมากกว่า 6-7% โดยหุ้นกลุ่มธนาคารเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ยังมีความน่าสนใจด้านเงินปันผล
ดังนั้น นักลงทุนที่เข้าสู่วัยเกษียณจึงไม่จำเป็นต้องโยกเงินจากหุ้นไปยังตราสารหนี้ทั้งหมด แต่สามารถจัดสรรหุ้นปันผลไว้เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตระยะยาวได้ โดยเป้าหมายของการลงทุนลักษณะนี้อยู่ที่กระแสเงินสดจากเงินปันผลในแต่ละปี มากกว่าการติดตามความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในแต่ละวัน
ทั้งนี้ แม้ราคาหุ้นจะมีความผันผวนในบางช่วง แต่หากเลือกลงทุนโดยมีเป้าหมายรับเงินปันผล และสามารถสร้างรายได้ตามที่ต้องการ การเคลื่อนไหวของราคาระยะสั้นอาจไม่ใช่ปัจจัยหลัก อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังต้องพิจารณาพื้นฐานและความสามารถในการจ่ายเงินปันผลของแต่ละบริษัทควบคู่กัน
อย่างไรก็ตาม ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นกำลังเพิ่มการแข่งขันในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ปรับขึ้นมาใกล้ระดับ 5% ซึ่งนายอัสสเดชยอมรับว่าเป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทย
ผลกระทบส่วนแรกเกิดขึ้นกับการประเมินมูลค่าหุ้น (Valuation) เพราะเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น อัตราที่ใช้คิดลดกระแสเงินสดก็เพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้มูลค่าหุ้นลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ
ขณะเดียวกัน นักลงทุนมีทางเลือกในการพักเงินมากขึ้น หากสามารถลงทุนในตราสารหนี้และได้รับผลตอบแทนใกล้ 5% โดยรับความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น ย่อมทำให้ต้องเปรียบเทียบว่าการลงทุนในหุ้นสามารถให้ผลตอบแทนที่คุ้มกับความเสี่ยงเพิ่มเติมหรือไม่
อย่างไรก็ตาม บริษัทจดทะเบียนที่ยังสามารถเติบโตและสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าระดับดังกล่าว ยังมีโอกาสดึงดูดเม็ดเงินลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจที่มีพื้นฐานมั่นคงและสามารถจ่ายเงินปันผลได้ต่อเนื่อง
นายอัสสเดช กล่าวว่า จุดแข็งส่วนหนึ่งของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งมีธุรกิจที่ค่อนข้างมั่นคง ทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจ การเติบโต และการจ่ายเงินปันผล ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังมีความน่าสนใจสำหรับการกระจายการลงทุน
สำหรับการวางแผนเกษียณ สิ่งสำคัญไม่ใช่การเริ่มต้นด้วยคำถามว่าจะต้องมีเงินออมทั้งหมดเท่าไร แต่ควรกำหนดก่อนว่า หลังจากไม่มีรายได้ประจำแล้ว ต้องการมีกระแสเงินสดสำหรับใช้ชีวิตเดือนละหรือปีละเท่าไร แต่ละคนมีรูปแบบชีวิตแตกต่างกัน ทั้งค่าใช้จ่ายประจำ การเดินทาง ท่องเที่ยว สุขภาพ หรือกิจกรรมหลังเกษียณ จึงควรประเมินค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก่อน แล้วจึงย้อนกลับมาวางแผนว่าต้องออมและลงทุนเท่าไรเพื่อสร้างกระแสเงินสดให้ได้ตามเป้าหมายการพึ่งพาเงินฝากเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับทุกคน
ตลาดทุนจึงมีบทบาทในการเพิ่มทางเลือกในการกระจายเงินลงทุน นอกจากหุ้นปันผลแล้วปัจจุบันยังมีผลิตภัณฑ์อย่าง Depositary Receipt (DR) สำหรับลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับทองคำในตลาดอนุพันธ์ รวมถึงพันธบัตรรัฐบาล
ดังนั้น การเตรียมเงินสำหรับวัยเกษียณจึงควรมองในระยะยาว โดยกำหนดกระแสเงินสดที่ต้องการเป็นเป้าหมาย ก่อนเลือกและกระจายการลงทุนให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงของแต่ละคน ท่ามกลางภาวะที่ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย