เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
iPhone 18 Pro อัพเกรด ‘กล้อง-แบต-จอ’ จนสมคำว่า ‘โปร’ จริง ๆ สักที ?
Tech iPhone 18 Pro อัพเกรด ‘กล้อง-แบต-จอ’ จนสมคำว่า ‘โปร’ จริง ๆ สักที ?
ไทยเร่งปิดดีล ART ช่วงโค้งสุดท้าย ลุ้นตรึงภาษี 19% ก่อน Section 301 ขยับ
Economic ไทยเร่งปิดดีล ART ช่วงโค้งสุดท้าย ลุ้นตรึงภาษี 19% ก่อน Section 301 ขยับ
ก.ล.ต. นำร่อง Sandbox 3 IPO ทดสอบลดเวลาเหลือ 60-100 วัน
Finance ก.ล.ต. นำร่อง Sandbox 3 IPO ทดสอบลดเวลาเหลือ 60-100 วัน
กทม.ร่วมขับเคลื่อน ‘ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาท ทุกสาย ทุกสี’ ลดค่าครองชีพคนกรุง ม.ค. 70
Economic กทม.ร่วมขับเคลื่อน ‘ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาท ทุกสาย ทุกสี’ ลดค่าครองชีพคนกรุง ม.ค. 70
เอกนิติ หยอดเมล็ดพันธ์ุใหม่ใส่ปุ๋ยสูตรพิเศษ BOI to IPO ชูการลงทุนหนุนเศรษฐกิจ
Finance เอกนิติ หยอดเมล็ดพันธ์ุใหม่ใส่ปุ๋ยสูตรพิเศษ BOI to IPO ชูการลงทุนหนุนเศรษฐกิจ
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
‘โดปามีน’ เพื่อชีวิต
สามัญสำนึก ‘โดปามีน’ เพื่อชีวิต
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 68,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 68,950 บาท
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ลุยจีบ New Economy กว่า 10 ราย ลุ้น IPO แรกปลายปี’70
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ลุยจีบ New Economy กว่า 10 ราย ลุ้น IPO แรกปลายปี’70
‘บีโอไอ’ On Top ภาษี 3 ปี จากมาตรการ BOI to IPO ดึงทุนใหม่เข้าตลาดทุน ยื้อทุนเก่าให้อยู่ยาว
Economic ‘บีโอไอ’ On Top ภาษี 3 ปี จากมาตรการ BOI to IPO ดึงทุนใหม่เข้าตลาดทุน ยื้อทุนเก่าให้อยู่ยาว
ดูทั้งหมด

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ลุยจีบ New Economy กว่า 10 ราย ลุ้น IPO แรกปลายปี’70

17 ก.ย. 2569 | 16:19น.
อัสสเดช คงสิริ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมคุยบริษัท New Economy-New S-Curve กว่า 10 แห่งตั้งแต่ปีนี้ ดึงเข้าระดมทุนตลาดหุ้น พร้อมลดค่าธรรมเนียม ช่วยค่าใช้จ่าย IPO วางมาตรการหนุนยาว 5 ปี มองเร็วสุดอาจเห็นบางรายเข้าจดทะเบียนปลายปี 2570

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภายใต้โครงการ “BOI to IPO” เบื้องต้นมีบริษัทกลุ่มเป้าหมายมากกว่า 10 แห่งที่เตรียมเข้าไปหารือตั้งแต่ปีนี้ เพื่อผลักดันธุรกิจ New Economy และ New S-Curve ที่เข้ามาลงทุนหรือดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ให้สามารถใช้ตลาดทุนเป็นแหล่งระดมเงินเพื่อขยายกิจการ

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยหลังการลงนามทั้ง 3 หน่วยงานจะตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อกำหนดบริษัทเป้าหมายและนำแพ็กเกจสนับสนุนเข้าไปหารือกับผู้ประกอบการโดยตรง

ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้พูดคุยกับบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI หลายแห่ง และมีบางรายแสดงความสนใจแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ เนื่องจากการตัดสินใจเข้าจดทะเบียนและเสนอขายหุ้น IPO เป็นเรื่องภายในของแต่ละบริษัท และบางรายยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม บริษัทเป้าหมายแต่ละแห่งมีความพร้อมไม่เท่ากัน โดยกิจการที่เพิ่งเริ่มลงทุนหรืออยู่ระหว่างก่อสร้างอาจต้องใช้เวลาก่อนเข้าสู่ตลาดทุน ต่างจากบริษัทที่เริ่มดำเนินธุรกิจ มีการผลิตและสร้างรายได้แล้ว ซึ่งมีความพร้อมมากกว่า

“แต่ละบริษัทจังหวะไม่เหมือนกัน ถ้าบริษัทเพิ่งลงเสาเข็ม เราก็คงยังไม่ได้อยากให้มาเสี่ยง แต่ถ้ามีการประกอบกิจการแล้ว เริ่มมีการผลิตและมีรายได้แล้ว ก็จะมีความพร้อมแตกต่างกันไป” นายอัสสเดช กล่าว

อย่างไรก็ดี ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังไม่กำหนดจำนวนบริษัทที่จะ IPO ภายใต้โครงการอย่างตายตัว โดยวางกรอบมาตรการสนับสนุนร่วมกับกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ไว้ประมาณ 5 ปี เพื่อรองรับการเตรียมความพร้อมของแต่ละบริษัท

กรณีที่ดำเนินการได้เร็ว หากมีบริษัทจากโครงการบางรายสามารถเข้าจดทะเบียนได้ในช่วงปลายปี 2570 จะถือเป็นความสำเร็จในระยะแรก ก่อนที่จะทยอยเห็น Pipeline ของธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่ชัดเจนขึ้นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ไม่ใช่บริษัทต่างชาติทุกรายที่เข้ามาลงทุนในไทยจะเลือกเข้าตลาดหุ้นไทย เนื่องจากขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท เช่น บริษัทจากสหรัฐบางแห่งกำหนดให้เฉพาะบริษัทแม่จดทะเบียนในประเทศต้นทาง ส่วนกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มีทั้งรายที่สนใจและไม่สนใจเข้าจดทะเบียนในไทย

ด้านมาตรการจูงใจ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมพิจารณายกเว้นหรือลดค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ CMDF จะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการทำ IPO บางส่วนในลักษณะ Matching Fund เพื่อลดต้นทุนให้บริษัทที่ต้องการระดมทุน

ขณะเดียวกัน มีการปรับเกณฑ์รองรับ 10 อุตสาหกรรม New Economy โดยบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI กำหนดระยะเวลาดำเนินธุรกิจ (Track Record) ไว้ 1 ปี ขณะที่เกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สำหรับ SET อยู่ที่ 3,000 ล้านบาท และ mai อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การปรับเกณฑ์หรือการลดต้นทุนเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิด IPO ได้ทันที เพราะยังขึ้นอยู่กับความพร้อมของกิจการ ความต้องการใช้เงิน ภาวะตลาด และจังหวะระดมทุน โดยการทำให้กระบวนการรวดเร็วขึ้นต้องดำเนินควบคู่กับการรักษาคุณภาพของบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียน

อีกเป้าหมายของ BOI to IPO คือการเพิ่มบริษัทจากอุตสาหกรรมใหม่เข้าสู่ตลาดหุ้นไทย จากปัจจุบันที่โครงสร้างบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ยังอยู่ในอุตสาหกรรมดั้งเดิม เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่นักลงทุนและสร้างความหลากหลายให้ตลาดทุน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองว่าโครงการนี้จะสร้าง “4 Big Wins” ตั้งแต่ภาคธุรกิจที่มีช่องทางระดมทุนเพื่อขยายกิจการ นักลงทุนที่เข้าถึงธุรกิจใหม่ได้มากขึ้น ตลาดทุนที่มีสินค้าและอุตสาหกรรมหลากหลายขึ้น ไปจนถึงเศรษฐกิจไทยที่จะได้รับประโยชน์จากการลงทุน การจ้างงาน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น

หากสามารถดึงบริษัท New Economy เข้าสู่ตลาดได้ต่อเนื่อง ยังอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิด Snowball Effect เพิ่มความน่าสนใจและดึงธุรกิจใหม่เข้าสู่ตลาดทุนตามมา สอดคล้องกับเป้าหมายในการเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงธุรกิจ New Economy และ New S-Curve ที่มีบทบาทต่อการเติบโตของประเทศ

ส่วนการเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ยังไม่มีการกำหนดเป้าหมายเป็นตัวเลขหรือกรอบเวลา เนื่องจากไม่ได้ขึ้นอยู่กับ BOI to IPO หรือมาตรการใดมาตรการหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน รวมถึงภาวะตลาดทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ทั้งอัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมัน และเศรษฐกิจโลก ทำให้ปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดในระยะยาวยังคงเป็นพื้นฐานเศรษฐกิจและการเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน

“ปัจจุบันเริ่มเห็นการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ทั้งจากเงินลงทุนต่างประเทศที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และการลงทุนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศ หากเม็ดเงินดังกล่าวต่อยอดไปสู่การผลิต สร้างรายได้และกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ จะเป็นอีกฐานสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนและตลาดทุนไทยในระยะต่อไป” นายอัสสเดช กล่าว