เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
5 แผนพัฒนาเที่ยวไทยปี’70 มุ่งสู่ High-Value Destination
Business 5 แผนพัฒนาเที่ยวไทยปี’70 มุ่งสู่ High-Value Destination
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
Real Estate การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
Finance เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
SD แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
Real Estate ‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
Economic จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
Finance คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
ดูทั้งหมด

ประธาน ตลท.จี้รัฐเคาะ TISA ปีนี้ เร่ง Dual-Class Shares ดึงทุนเข้าไทย

09 ก.ย. 2569 | 17:35น.

ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดชุดมาตรการยกเครื่องตลาดทุน จี้รัฐบาลเร่งเคาะ TISA ภายในปีนี้ หวั่นช้าถึง ธ.ค. นักลงทุนตั้งตัวไม่ทัน เดินหน้า Dual-Class Shares เปิดทางเอกชน-ต่างชาติ-รัฐวิสาหกิจระดมทุน พร้อมรื้อกฎหมายทรัสต์ ดึงทรัพย์สินกลับไทย หนุน BOI to IPO เพิ่มบริษัทศักยภาพสูงเข้าตลาด

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการผลักดันมาตรการและการปรับโครงสร้างตลาดทุนไทยว่า ปัจจุบันมีข้อเสนอสำคัญหลายเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการและรอความชัดเจนจากภาครัฐ

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์
ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

ทั้งโครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล หรือ Thailand Individual Savings Account (TISA) การเปิดทางให้มีโครงสร้างหุ้นหลายประเภท หรือ Dual-Class Shares การปรับปรุงกฎหมายทรัสต์ ตลอดจนมาตรการสนับสนุนบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

เป้าหมายสำคัญของมาตรการเหล่านี้ คือ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทย ทั้งการดึงบริษัทคุณภาพและบริษัทต่างประเทศเข้าจดทะเบียน เพิ่มทางเลือกในการระดมทุน สร้างฐานเงินออมระยะยาว รวมถึงเพิ่มสภาพคล่องให้ตลาดทุนไทย

สำหรับ TISA ขณะนี้หลักการได้ถูกเสนอไปแล้ว เหลือรอความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะดำเนินการเมื่อใด รวมถึงการกำหนดวงเงินและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง โดยเข้าใจว่ากระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างพิจารณาผลกระทบต่อรายได้ภาษีและวงเงินที่จะกำหนด จึงมีกระแสว่าการดำเนินโครงการอาจเลื่อนไปเริ่มในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ เห็นว่าไม่ควรเลื่อน TISA ออกไป และต้องการให้รัฐบาลเร่งสร้างความชัดเจนภายในปีนี้ หลังจากก่อนหน้านี้มีแนวทางว่าจะผลักดันมาตรการดังกล่าวให้เกิดขึ้นในประเทศไทยภายในปี 2569 เนื่องจากขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือนก่อนสิ้นปี หากมาตรการมีความชัดเจนล่าช้า โดยเฉพาะหากออกมาในช่วงเดือน ธ.ค. ประชาชนอาจมีเวลาไม่เพียงพอในการทำความเข้าใจเงื่อนไข วางแผน และตัดสินใจลงทุน แม้สิทธิประโยชน์บางส่วนอาจไปเกิดผลในปีถัดไปก็ตาม

“จริง ๆ ไม่ต้องการให้เลื่อน TISA ออกไป และควรเร่งสร้างความชัดเจนภายในปีนี้ ตอนนี้ก็รอว่ารัฐบาลจะเสนอเมื่อไหร่ วงเงินเท่าไหร่เท่านั้นเอง กระทรวงการคลังคงต้องดูว่าจะกำหนดวงเงินเท่าไหร่ ภาษีที่จะเสียไปเท่าไหร่ ก็เลยมีข่าวว่าจะเลื่อนไปปีหน้า แต่ผมว่าไม่ต้องเลื่อน เอาปีนี้เลย” ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ มองว่าไม่ควรให้ความกังวลเรื่องการสูญเสียรายได้ภาษีกลายเป็นอุปสรรคต่อการสร้างการลงทุนระยะยาว เนื่องจากเป้าหมายสำคัญของ TISA คือ การสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเพิ่มการออมและลงทุนในระยะยาว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อประชาชนและตลาดทุน

โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยและประชาชนมีอายุยืนยาวขึ้น ทำให้การเตรียมเงินออมสำหรับวัยเกษียณมีความสำคัญมากขึ้น การสร้างความมั่นคงทางการเงินจึงต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งการปรับพฤติกรรมการออม การเพิ่มเครื่องมือและช่องทางลงทุน ตลอดจนมาตรการจากภาครัฐที่สร้างแรงจูงใจให้ประชาชนสามารถออมและลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งมาตรการสำคัญ คือ การผลักดันให้ประเทศไทยสามารถใช้โครงสร้าง Dual-Class Shares ซึ่งเปิดให้หุ้นสามัญแต่ละประเภทมีสิทธิออกเสียงแตกต่างกัน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่บริษัทที่ต้องการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

แนวทางดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทเอกชน โดยเฉพาะบริษัทที่เจ้าของหรือผู้ก่อตั้งยังต้องการรักษาอำนาจควบคุมกิจการ รวมถึงบริษัทต่างประเทศที่สนใจเข้ามาระดมทุนในตลาดทุนไทย เนื่องจากสามารถนำหุ้นบางส่วนออกเสนอขายแก่นักลงทุนได้ โดยไม่จำเป็นต้องสูญเสียอำนาจควบคุมบริษัทตามสัดส่วนหุ้นที่ลดลง

นอกจากนี้ ยังสามารถประยุกต์ใช้กับบริษัทขนาดใหญ่หรือรัฐวิสาหกิจ หากรัฐบาลต้องการนำหุ้นบางส่วนออกเสนอขายแก่ประชาชน แต่ยังต้องการรักษาอำนาจควบคุมกิจการไว้

“พอมีหุ้นหลายแบบ หุ้นสามัญมีสิทธิออกเสียงแตกต่างกัน ก็จะทำให้บริษัท Private Company อยากมาลิสต์ หรือต่างชาติที่อยากมาลิสต์มีทางเลือกมากขึ้น รวมถึงรัฐวิสาหกิจ ถ้ารัฐบาลอยากเอาหุ้นมาขาย แต่ยังคอนโทรลอยู่ก็ทำได้” ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ กล่าว

ขณะเดียวกัน Dual-Class Shares ยังมีโอกาสช่วยเพิ่มสภาพคล่องของตลาดหุ้น เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าของบริษัทขนาดใหญ่บางแห่งไม่ต้องการนำหุ้นออกขายในสัดส่วนมาก เพราะกังวลเรื่องการสูญเสียอำนาจควบคุมหรือความเสี่ยงจากการถูกเข้าครอบงำกิจการ หากสามารถกำหนดหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงแตกต่างกันได้ เจ้าของบริษัทอาจสามารถนำหุ้นออกขายเพิ่มขึ้น โดยยังรักษาการควบคุมกิจการไว้ได้

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกฎหมายไทยยังไม่เปิดให้บริษัทมหาชนกำหนดสิทธิออกเสียงของหุ้นสามัญแตกต่างกันในลักษณะ Dual-Class Shares จึงจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อน โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เคยศึกษาประเด็นดังกล่าว และมองว่าจะเป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มทางเลือกให้บริษัทและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทย

ขณะนี้ข้อเสนอแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนหลายเรื่องอยู่ระหว่างจัดทำ โดยคาดว่าบางส่วนจะสามารถเสนอเข้าสู่กระบวนการได้ภายในปีนี้ ครอบคลุมทั้งเรื่องการควบรวมกิจการและโครงสร้างหุ้นที่มีสิทธิแตกต่างกัน

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างผลักดันการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับทรัสต์ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการทรัพย์สิน และสนับสนุนเป้าหมายยกระดับประเทศไทยให้มีบทบาทเป็นศูนย์กลางทางการเงินมากขึ้น แนวคิดดังกล่าวจะเปิดกว้างให้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติสามารถจัดตั้งทรัสต์ในประเทศไทยได้มากขึ้น ภายใต้หลักเกณฑ์และการกำกับดูแลที่เหมาะสม ซึ่งมีโอกาสช่วยดึงทรัพย์สินและเงินลงทุนที่ปัจจุบันถูกนำไปจัดตั้งหรือบริหารอยู่ในต่างประเทศให้กลับเข้ามาอยู่ในระบบของประเทศไทย

โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยที่ปัจจุบันนำทรัพย์สินไปจัดตั้งทรัสต์ในต่างประเทศ หากไทยสามารถพัฒนากฎหมายและโครงสร้างรองรับได้ ก็มีโอกาสนำทรัพย์สินเหล่านั้นกลับมาบริหารผ่านประเทศไทยมากขึ้น อีกทั้งกฎหมายทรัสต์ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการบริหารทรัพย์สินสำหรับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีทรัพย์สิน แต่ในอนาคตอาจไม่สามารถบริหารจัดการได้ด้วยตัวเองจากปัญหาสุขภาพหรือภาวะสมองเสื่อม ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสร้างความมั่นคงด้านการบริหารทรัพย์สินรองรับสังคมสูงวัย

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ กล่าวว่า แนวคิดกฎหมายลักษณะดังกล่าวเคยถูกจัดทำขึ้นในอดีต แต่กระบวนการไม่แล้วเสร็จ จึงมีการนำกลับมาผลักดันอีกครั้ง โดยหากรัฐบาลให้ความสำคัญและเดินหน้าอย่างจริงจัง เชื่อว่าจะมีโอกาสเห็นความคืบหน้าได้ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า

สำหรับนโยบาย “BOI to IPO” ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนและมีศักยภาพเติบโตสูง สามารถเข้าถึงตลาดทุนได้เร็วขึ้น แม้บางบริษัทอาจยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังมีรายได้ไม่มาก โดยการพิจารณาจะให้น้ำหนักกับศักยภาพและแผนธุรกิจในอนาคตประกอบด้วย

พร้อมกันนี้ ยังอยู่ระหว่างหารือถึงสิทธิประโยชน์ที่จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้บริษัทกลุ่มดังกล่าวตัดสินใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มากขึ้น เช่น สิทธิประโยชน์ด้านภาษี หรือการขยายระยะเวลาของสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

หากมาตรการต่าง ๆ สามารถเดินหน้าได้ ทั้งการเพิ่มทางเลือกด้านโครงสร้างหุ้น การดึงบริษัทศักยภาพสูงและบริษัทต่างประเทศเข้าจดทะเบียน ตลอดจนการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนออมและลงทุนระยะยาว จะช่วยเพิ่มทั้งจำนวนบริษัทคุณภาพ ฐานนักลงทุน และสภาพคล่องให้แก่ตลาดทุนไทย

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ กล่าวถึงโครงสร้างอุตสาหกรรมบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศไทยด้วยว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการจำนวนมากเมื่อเทียบกับขนาดของตลาด ขณะที่การแข่งขันอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะการแข่งขันด้านค่าธรรมเนียม ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น

ในระยะยาวจึงควรเห็นการปรับโครงสร้างหรือควบรวมกิจการมากขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการแต่ละรายมีขนาด ฐานะทางการเงิน และศักยภาพในการแข่งขันที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนกว่าเดิม

ปัจจุบันภาครัฐและหน่วยงานกำกับได้ผ่อนคลายข้อจำกัดบางส่วนเพื่อเอื้อต่อการปรับโครงสร้างและควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมแล้ว ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นและเจ้าของบริษัทแต่ละแห่งว่าจะปรับตัวอย่างไรภายใต้การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

โดยภาพรวม การผลักดันมาตรการทั้งหมดมีเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทย ตั้งแต่การสร้างแรงจูงใจให้ออมและลงทุนระยะยาว เพิ่มผลิตภัณฑ์และโครงสร้างการระดมทุนรูปแบบใหม่ ดึงบริษัทคุณภาพและเงินลงทุนเข้าสู่ตลาด ไปจนถึงการปรับโครงสร้างผู้ประกอบการ เพื่อให้ตลาดทุนไทยสามารถแข่งขันกับตลาดต่างประเทศและเพิ่มบทบาทในฐานะแหล่งระดมทุนของภูมิภาคได้มากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

TISA ตลาดหลักทรัพย์ฯ