เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

FETCO จ่อชง 4 มาตรการเร่งออม ดัน TISA วงเงินสูง-เว้นภาษี 2 ปี

07 ก.ย. 2569 | 15:13น.

FETCO เปิด 4 แผนดันเงินออมไทยจากเกือบ 25% สู่ 28% ของ GDP รองรับ Investment Cycle รอบใหม่ ชง TISA ต้องจูงใจให้เกิดเงินออมใหม่จริง พร้อมบังคับออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และเปิดทางเงินลงทุนต่างประเทศไหลกลับไทย

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า FETCO เตรียมเสนอรัฐบาล 4 แนวทางเพิ่มการออมของประเทศ โดยตั้งเป้าหมายผลักดันสัดส่วนการออมขึ้นสู่ระดับ 28% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้นประมาณ 3% จากปี 2568 ที่อยู่ในระดับเกือบ 25% ของ GDP เพื่อสร้างแหล่งเงินทุนรองรับวงจรการลงทุนรอบใหม่ของไทย

ข้อเสนอดังกล่าวสอดรับกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในประเทศขึ้นสู่ประมาณ 30% ของ GDP จากระดับประมาณ 23% ในปี 2568 โดย FETCO มองว่า หากต้องการเร่งการลงทุนให้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องเพิ่มเงินออมภายในประเทศควบคู่กัน เพื่อไม่ให้ไทยต้องพึ่งพาการกู้ยืมหรือเงินทุนจากต่างประเทศมากเกินไป

สำหรับ 4 ข้อเสนอ ประกอบด้วย 1.เสนอให้การกำหนดวงเงินลงทุนในบัญชีการลงทุนส่วนบุคคล (TISA) อยู่ในระดับสูงกว่าเพดานสิทธิลดหย่อนเพื่อการลงทุนรวมในปัจจุบัน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเพิ่มการออมและเกิด “เงินออมใหม่” เข้าสู่ระบบอย่างมีนัยสำคัญ

โดยเห็นว่ารัฐบาลควรศึกษาระดับวงเงินที่เหมาะสมว่า ต้องมากเพียงใดจึงจะสามารถกระตุ้นให้ประชาชนเพิ่มการออมได้จริง เนื่องจากหากมาตรการให้สิทธิประโยชน์ไม่มากพอ แม้จะมีโครงการออกมา แต่ประชาชนอาจไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการออม และไม่สามารถผลักดันสัดส่วนการออมของประเทศให้เพิ่มขึ้นตามเป้าหมายได้ เบื้องต้นคาดว่า รัฐบาลจะนำเรื่อง TISA เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้

2.เสนอให้ยกระดับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปสู่ระบบการออมภาคบังคับ เพื่อเพิ่มจำนวนแรงงานที่มีเงินออมระยะยาว โดยมองว่าการพึ่งพาการออมแบบสมัครใจเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากประชาชนจำนวนมากยังมีเงินออมในระดับต่ำ ซึ่งการสร้างระบบที่ทำให้แรงงานออมอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ประชาชนสะสมเงินไว้ใช้หลังเกษียณ ขณะเดียวกันยังเพิ่มฐานเงินออมระยะยาวของประเทศ ซึ่งสามารถนำไปสนับสนุนการลงทุนในภาคเศรษฐกิจได้

3.การพัฒนาระบบนิเวศของ Trust และ Family Office โดยปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับทรัสต์ให้มีความยืดหยุ่น และสามารถรองรับการบริหารทรัพย์สินของครอบครัวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อดึงเงินของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งเข้ามาบริหารจัดการในประเทศไทย

FETCO มองว่าปัจจุบันกฎหมายของไทยยังไม่เอื้อต่อการบริหารทรัพย์สินในลักษณะดังกล่าว ทำให้ผู้มีความมั่งคั่งบางส่วนเลือกใช้บริการบริหารทรัพย์สินในต่างประเทศ และนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศตามไปด้วย

Advertisement

หากไทยสามารถพัฒนากฎหมายและระบบรองรับ Family Office ได้ จะช่วยเพิ่มโอกาสดึงวาณิชธนกิจและผู้ให้บริการบริหารความมั่งคั่งจากต่างประเทศเข้ามาตั้งสำนักงานหรือใช้ไทยเป็นศูนย์กลางบริหารทรัพย์สินของลูกค้า ซึ่งนอกจากช่วยดึงเงินทุนระยะยาวเข้าประเทศแล้ว เงินบางส่วนยังมีโอกาสเข้าสู่ตลาดทุนและสินทรัพย์ของไทยด้วย

และ 4.การเปิดทางให้เงินลงทุนของคนไทยในต่างประเทศไหลกลับเข้าสู่ประเทศ โดยเสนอให้ยกเว้นภาษีเงินได้เป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 2 ปี สำหรับเงินลงทุนในต่างประเทศและกำไรจากการลงทุนที่นำกลับเข้าประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม เงินที่นำกลับมาจะต้องนำมาลงทุนทั้งหมดในตลาดทุนไทย และถือครองการลงทุนเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้มาตรการดังกล่าวนำไปสู่การเพิ่มเงินทุนระยะยาวในประเทศ ไม่ใช่เพียงการนำเงินกลับเข้ามาในระยะสั้น แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเปลี่ยนเงินออมของคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศให้กลับมาเป็นแหล่งทุนสำหรับเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย

นายไพบูลย์กล่าวว่า ข้อเสนอทั้ง 4 เรื่องไม่ใช่แนวคิดใหม่ทั้งหมด และเป็นเรื่องที่ FETCO ผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ปัจจุบันทำให้เรื่องดังกล่าวมีความสำคัญมากขึ้น หลังรัฐบาลตั้งเป้าเร่งสัดส่วนการลงทุนของประเทศจากประมาณ 23% ไปสู่ 30% ของ GDP

ดังนั้น หากประเทศไทยต้องการสร้างวงจรการลงทุนรอบใหม่ ก็ควรกำหนดเป้าหมายเพิ่มการออมควบคู่กัน โดย FETCO เสนอให้ขยับจากเกือบ 25% ในปี 2568 ขึ้นสู่ประมาณ 28% ของ GDP เพื่อให้มีเงินทุนภายในประเทศรองรับการลงทุนในอนาคตมากขึ้น

“การลงทุนต้องมาพร้อมกับการออม เพราะถ้าเราไม่ออมหรือเน้นลงทุนอย่างเดียว ก็แปลว่าเราจะต้องเอาเงินจากที่อื่นมา ถ้าประเทศไทยมีเงินออมมากพอที่จะไปลงทุนก็จบ แต่ถ้าเงินออมไม่พอ ก็ต้องกู้หรือดึงเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามา”

นายไพบูลย์กล่าวว่า การเพิ่มเงินออมจึงเป็นอีกโจทย์ที่รัฐบาลควรให้น้ำหนักควบคู่กับนโยบายส่งเสริมการลงทุน เพราะยิ่งประเทศไทยสามารถใช้เงินออมภายในประเทศรองรับการลงทุนได้มากเท่าใด ก็จะช่วยลดการพึ่งพาการกู้และเงินทุนต่างประเทศ และทำให้วงจรการลงทุนรอบใหม่มีความยั่งยืนมากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

TISA สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)