เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อ่อนนุช
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อ่อนนุช
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ดูทั้งหมด

บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์

07 ก.ย. 2569 | 20:16น.
วัฒนพงษ์ คุโรวาท

ร่างแผนพัฒนาพลังงานประเทศ (PDP 2026) แม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ขณะนี้ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการแล้ว ทำให้เห็นภาพพลังงานของประเทศกำลังจะเดินไปทางไหน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการเพิ่มสัดส่วนของพลังงานสะอาด จาก 65% มาเป็น 70% จนไปได้ไกลถึง 80% ซึ่งจะถึงเป้าหมาย Net Zero 2593 พอดี เกิดคำถามขึ้นว่า กรอบแผน PDP 2026 ใครจะได้ประโยชน์

รับฟังความเห็น 8 ก.ย. 69

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า แผน  PDP 2026 มีการประชุมอนุกรรมการไปแล้วประมาณ 22 ครั้ง และจะเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งแรกในวันที่ 8 กันยายน 2569 ซึ่งความแตกต่างระหว่างฉบับใหม่กับเก่า คือ จากที่ระบบไฟฟ้ามีเพียงรัฐเป็นผู้จัดหา จากนี้ผู้บริโภคสามารถติดตั้งโซลาร์ผลิตไฟฟ้าใช้เอง ติดตั้งแบตเตอรี่ และซื้อไฟฟ้าจากแหล่งอื่นได้ ขณะที่ภาคเอกชนมีบทบาทในการจัดหาพลังงานเพิ่มขึ้น สอดรับกับบริบทที่ภาคธุรกิจต้องใช้พลังงานสะอาดจากการรับมือกับ CBAM และ NDC 3.0 เพื่อควบคุมต้นทุนและความสามารถในการแข่งขัน โดยใน 4 ทางเลือกของแผน ประกอบด้วย 1.กรณีฐาน นั่นคือการที่เรายังต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติและควบคู่ไปกับพลังงานสะอาด มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 65% เพื่อความมั่นคงช่วงเปลี่ยนผ่าน  2.Net Zero + CCS เป็นการใช้โครงสร้างคล้ายกรณีฐาน แต่เพิ่มเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) เพื่อลดการปล่อยมลพิษ 3.High Renewable ด้วยการเร่งสัดส่วนพลังงานสะอาดให้สูงขึ้นเป็น 70% พร้อมเพิ่มระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System : BESS) เพื่อความเสถียร 4.High Clean Energy ผลักดันพลังงานสะอาดสูงสุดถึง 80% บรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เต็มรูปแบบ

สำหรับเทคโนโลยีอนาคต PDP 2026 ให้ความสำคัญกับ SMR ไฮโดรเจน และ CCS โดยวางเป้าหมาย SMR ไว้ที่ 9,000 เมกะวัตต์ในช่วงปลายแผน เริ่มต้นจาก 300 เมกะวัตต์เพื่อทดลองเทคโนโลยี ขณะที่ไฮโดรเจนคาดว่าจะเริ่มมีบทบาทในระบบไฟฟ้าหลังปี 2040 (2583) และ CCS จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการลดการปล่อยคาร์บอน และแม้ว่าสัดส่วนพลังงานสะอาด PDP 2026 ตั้งเป้าอย่างน้อย 65% แต่ก๊าซธรรมชาติจะยังทำหน้าที่เป็นโรงไฟฟ้าหลักประมาณ 11% และอีก 24% จะเป็นพื้นที่สำหรับเลือกแนวทางการเปลี่ยนผ่านในอนาคต ดังนั้น จะเห็นได้ว่าเมื่อพลังงานสะอาดเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ก็จะเห็นการลงทุนจากภาคพลังงานและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจพลังงานลงทุนครั้งใหญ่

ในขณะที่เหล่ากูรูในแวดวงพลังงานต่างวิเคราะห์กันว่า หากแผน PDP ฉบับใหม่ได้รับการอนุมัติและเริ่มดำเนินการจริง จะก่อให้เกิดการลงทุนครั้งใหญ่ในภาคพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเม็ดเงินลงทุนจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ แต่จะครอบคลุมทั้งระบบผลิตไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล การลงทุนที่โดดเด่นที่สุดจะอยู่ในกลุ่มพลังงานหมุนเวียน เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ และโรงไฟฟ้าจากขยะ เพื่อเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าสะอาดให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ส่งผลให้ผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า ผู้รับเหมาก่อสร้าง (EPC) ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงผู้ผลิตแผงโซลาร์และอินเวอร์เตอร์ มีโอกาสได้รับประโยชน์โดยตรง

อีกหนึ่งด้านที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน คือ การลงทุนในระบบสายส่งไฟฟ้าและโครงข่ายอัจฉริยะ (Smart Grid) เนื่องจากการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจำเป็นต้องอาศัยระบบส่งไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพและสามารถบริหารจัดการไฟฟ้าได้อย่างยืดหยุ่น จึงคาดว่าจะมีการลงทุนในสายส่งแรงสูง สถานีไฟฟ้าย่อย หม้อแปลงไฟฟ้า และระบบควบคุมอัจฉริยะ ซึ่งจะเป็นแรงหนุนต่อผู้ผลิตสายไฟ หม้อแปลง และผู้รับเหมางานระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่จะกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบไฟฟ้าในอนาคต เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบเมื่อการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมีความผันผวน จึงมีแนวโน้มเห็นการลงทุนในแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ระบบบริหารจัดการพลังงาน และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แผน PDP ฉบับใหม่ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของอุตสาหกรรม Data Center, AI และ Cloud Computing ซึ่งต้องการไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและเพียงพอ ส่งผลให้เกิดการลงทุนควบคู่ทั้งในโรงไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าสำรอง และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสำหรับศูนย์ข้อมูล ขณะเดียวกันโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติยังคงมีบทบาทสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพราะสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องและช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบ จึงคาดว่าจะยังมีการลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซ โรงรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Terminal) และระบบท่อส่งก๊าซเพิ่มเติม ในระยะยาวยังมีความเป็นไปได้ที่จะเริ่มวางรากฐานการลงทุนด้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR หากถูกบรรจุไว้ในแผนอย่างเป็นทางการ แม้จะยังอยู่ในช่วงการศึกษาและต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะเกิดการลงทุนเชิงพาณิชย์ แต่จะเปิดโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมวิศวกรรมและเทคโนโลยีพลังงานขั้นสูง

PDP 2026

ธุรกิจพลังงานขยับตัวพึ่บพั่บ

แน่นอนว่าผู้ที่จะได้ประโยชน์จากแผน PDP 2026 มีหลายกลุ่ม แต่ในระดับไม่เท่ากัน ส่วนแรกน่าจะมากสุดคือ “ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่” เช่น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) GULF ที่มีพอร์ตพลังงานสะอาดหลากหลายทั้งพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ขณะที่บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) GUNKUL มีความเชี่ยวชาญด้าน Solar Farm และขยายการลงทุนไปสู่ระบบกักเก็บพลังงานแล้ว ส่วนบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) GPSC มีธุรกิจพลังงานหมุนเวียนควบคู่กับ Battery และ Energy Storage ด้านบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) BGRIM มีการลงทุนใน Solar, Wind, Hydro และ Biomass ขณะที่บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) BCPG เน้นการลงทุนใน Solar, Wind และ Hydro เช่นกัน สำหรับกลุ่มพลังงานชีวมวลและพลังงานจากขยะ ส่วนบริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) ACE และบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) TPCH ถือเป็นผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยมีโครงการ Biomass, Biogas และ Waste-to-Energy ส่วนบริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) SSP, บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) SUPER และบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) EA มีการลงทุนใน Solar และ Wind รวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบกักเก็บพลังงาน รวมไปถึงสถานีชาร์จรถ EV นอกจากนี้บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) EGCO และบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) RATCH ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของไทย ก็มีการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนหลายประเภทเช่นกัน

“กัลฟ์-ราช” รุกดาต้าเซ็นเตอร์

โดย GULF มองว่า นี่คือโอกาสที่ภาคเอกชนจะขยายขีดความสามารถในพอร์ตงานอื่น ๆ เช่นเดียวกับที่ประเทศไทยจะได้เห็นการลงทุนของกลุ่ม Data Center ซึ่งล้วนประกาศว่าความต้องการพลังงานที่เป็นสีเขียวเพื่อนำมาเป็นแหล่งหล่อเลี้ยงเซิร์ฟเวอร์ และนั่นจึงนำไปสู่การเตรียมโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มผู้ประกอบการด้านพลังงาน เพื่อที่จะเตรียมพลังงานและเตรียมกำลังการผลิตที่มีปริมาณมากพอนำมาซัพพอร์ตอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ 

Advertisement

ขณะที่ RATCH เตรียมประมูลและพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนหลายประเภท ทั้งโซลาร์ชุมชน โซลาร์ฟาร์ม โรงไฟฟ้าพลังงานลมในพื้นที่ศักยภาพภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ และโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ที่มีเชื้อเพลิงเพียงพอ ควบคู่กับการพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ขณะเดียวกันมีแผนขยายธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องกับ Data Center ผ่านรูปแบบ Direct PPA โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาและเจรจากับลูกค้าหลายรายแล้ว หนึ่งในโครงการสำคัญคือ โรงไฟฟ้าราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี ขนาด 154.2 เมกะวัตต์ ซึ่ง RATCH ถือหุ้น 51.67% ตั้งอยู่ จ.ชลบุรี โดยได้เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 8 ปีกับลูกค้า Data Center ในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชา และจัดสรรกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าเดิม 60 เมกะวัตต์ รองรับการใช้ไฟฟ้าของ Data Center

GPSC – BGRIM  สยายปีก

ส่วน GPSC ปรับทิศทางการลงทุนเพื่อรองรับ PDP ฉบับใหม่ โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด 60-70% ของกำลังผลิตภายในปี 2573 พร้อมขยายการลงทุนใน Solar, Wind และพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะโครงการในอินเดีย ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าเดิมและบริหารความเสี่ยงต้นทุน LNG อีกธุรกิจสำคัญคือ Data Center ซึ่ง GPSC เตรียมใช้ฐานโรงไฟฟ้าและที่ดินในพื้นที่ยุทธศาสตร์ต่อยอดเป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับลูกค้ากลุ่มเทคโนโลยี ผ่านการใช้ไฟฟ้าสะอาดและระบบ Third-Party Access (TPA) รวมถึงโอกาสจาก Direct PPA นอกจากนี้ อยู่ระหว่างศึกษาการต่ออายุและปรับปรุงโรงไฟฟ้าที่ใกล้หมดสัญญา เพื่อรองรับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ขณะเดียวกันเริ่มศึกษา SMR ร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศ โดย PDP ใหม่เตรียมเพิ่มเป้าหมาย SMR เป็น 2,400 เมกะวัตต์ จากเดิม 600 เมกะวัตต์ เพื่อเป็นไฟฟ้าฐานคาร์บอนต่ำในอนาคต พร้อมศึกษาการนำเข้าไฟฟ้าพลังน้ำจาก สปป.ลาว เพื่อเพิ่มไฟฟ้าสะอาดราคาคงที่

ขณะที่ BGRIM ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ ตั้ง 4 ธุรกิจหลัก คือ B.Grimm Beyond Bridge พัฒนา Digital Infrastructure-as-a-Service ต่อยอด Smart Micro Grid รองรับ Third Party Access (TPA), B.Grimm iCONET ยกระดับนิคมอุตสาหกรรมสู่ Smart Industrial Estate, Digital Edge B.Grimm พัฒนา Data Center Hyperscale 96 เมกะวัตต์ มูลค่า 26,000 ล้านบาทในชลบุรี และธุรกิจพลังงานสะอาดภายใต้ GreenLeap ตั้งเป้ากำลังผลิตตามสัญญา 10,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 โดยพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% ในระยะสั้น BGRIM มีกำลังผลิตพร้อมเชื่อมต่อราว 250 เมกะวัตต์ในมาบตาพุดและอ่างทอง พร้อมเร่งดีลที่ดินพร้อมไฟสำหรับ Data Center และทยอย COD โครงการพลังงานลม โซลาร์ และ Data Center ทั้งในไทยและต่างประเทศ ขณะเดียวกันเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับ SMR ผ่านพันธมิตรจากยุโรปและจีน

PDP ฉบับใหม่ไม่ได้เป็นเพียงแผนเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า แต่เป็นแผนวางรากฐานความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว การเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจะช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและความผันผวนของราคาพลังงานโลก ขณะที่การลงทุนในระบบส่งไฟฟ้า Smart Grid และระบบกักเก็บพลังงาน จะทำให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และลดความเสี่ยงไฟฟ้าขาดแคลน ขณะที่การลงทุนรองรับ Data Center อุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีพลังงานใหม่จะช่วยดึงดูดการลงทุน สร้างงาน และเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของไทย หากบริหารต้นทุนและโครงสร้างค่าไฟอย่างเหมาะสมประชาชนจะได้รับประโยชน์จากไฟฟ้าที่มั่นคง คุณภาพดีต้นทุนมีเสถียรภาพมากขึ้น และสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น และนำมาซึ่งอัตราค่าไฟฟ้าที่เป็นธรรมมากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

PDP 2026 สนพ.