หุ้นไทยพักฐานไม่เสียทรง! ดัชนี 8 เดือนพุ่ง 26.6% ต่างชาติยังซื้อสุทธิ 5.1 หมื่นล้าน
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยเดือน ส.ค. พักฐาน หลังวิ่งขึ้น 5 เดือนติด แต่ภาพใหญ่ยังแกร่ง กำไร บจ.ครึ่งปีแรกโต 22.2% หนุนดัชนีบวก 335 จุด ขณะที่ Dividend Yield สูง 4.3% จับตาไตรมาส 4 รับแรงส่งมาตรการรัฐ-ลงทุน-ไฮซีซั่นท่องเที่ยว
นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก CFA, FRM ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในเดือน ส.ค. 2569 เข้าสู่ช่วงพักฐาน หลังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 5 เดือน โดยดัชนีปิดสิ้นเดือนที่ 1,595.16 จุด ลดลง 1.8% จากเดือนก่อนหน้า ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่ภาวะลดความเสี่ยง (Risk-Off)

ทั้งนี้ หากมองภาพตั้งแต่ต้นปี ตลาดหุ้นไทยยังสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่น โดยดัชนีเพิ่มขึ้น 26.6% จากสิ้นปี 2568 หรือปรับขึ้นประมาณ 335 จุดในช่วง 8 เดือนแรกของปี มีปัจจัยพื้นฐานและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
สำหรับกำไรสุทธิของ บจ. ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 22.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดได้รับการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า 20% นอกจากนี้ แรงขับเคลื่อนดัชนียังกระจายไปในหลายอุตสาหกรรม โดยตั้งแต่ต้นปี กลุ่มที่มีส่วนผลักดันดัชนีมากที่สุด ได้แก่ พลังงาน รองลงมาคือ อิเล็กทรอนิกส์ ธนาคาร และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)
“ภาพรวมตั้งแต่ต้นปีจนถึง 8 เดือนแรก ดัชนีขึ้นมาประมาณ 335 จุด กลุ่มที่ขึ้นมามากที่สุดคือพลังงาน รองลงมาเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ธนาคาร และ ICT ทำให้เห็นว่าดัชนีมีความหลากหลายของ Sector ที่เป็นตัวขับเคลื่อน และกระจายไปในหลาย Sector” นายฉัตรชัยกล่าว
ด้านมูลค่าหุ้น (Valuation) ตลาดหุ้นไทยเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้น โดย ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2569 มี Forward P/E อยู่ที่ประมาณ 14.3 เท่า ขณะที่อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) อยู่ที่ 4.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นเอเชียที่ประมาณ 2.8% ส่วน Earnings Yield Gap เมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ยังมีส่วนต่างรองรับความผันผวนของตลาด
ขณะที่ทิศทางเงินทุนต่างชาติ เดือน ส.ค. นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 24,681 ล้านบาท หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในตลาดโลกปรับตัวขึ้นแรง โดยบอนด์ยีลด์สหรัฐ อายุ 10 ปีขยับเข้าใกล้ระดับ 5% ขณะที่อายุ 30 ปีทะลุระดับ 5% ท่ามกลางความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะและการขาดดุลการคลังของสหรัฐ รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
อย่างไรก็ดี แม้เดือน ส.ค. จะเผชิญแรงขายจากต่างชาติ แต่เมื่อรวมช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิหุ้นไทย 51,183 ล้านบาท และมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดในตลาดที่ 55.3% ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศกลับมาซื้อสุทธิในเดือน ส.ค.
ด้านสภาพคล่อง ตลาดหุ้นไทยยังคงคึกคัก โดยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของ SET และ mai ในเดือน ส.ค. อยู่ที่ 75,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 69,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.6% จากปีก่อน
ส่วนตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยในเดือน ส.ค. 463,401 สัญญาต่อวัน ขณะที่ช่วง 8 เดือนแรกมีปริมาณซื้อขายเฉลี่ย 542,985 สัญญาต่อวัน เพิ่มขึ้น 29.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับช่วงที่เหลือของปี ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยสนับสนุนจากภายในประเทศ โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและงบลงทุน รวมถึงการเข้าสู่ช่วง High Season ของภาคการท่องเที่ยวปลายปี นอกจากนี้ ไทยยังมีการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติหลายรายการ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเดินทาง การท่องเที่ยว และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง พร้อมส่งแรงหนุนต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี
ขณะที่ภาพเศรษฐกิจ แม้ GDP ไตรมาส 2/2569 ชะลอตัวลง แต่การปรับเพิ่มประมาณการ GDP ทั้งปี ประกอบกับการลงทุนภาคเอกชนและรายจ่ายลงทุน (CapEx) ของบริษัทจดทะเบียนที่ขยายตัว ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจในระยะถัดไป
