ตลาดหุ้นไทย ก.ย. ผันผวน เลือกหุ้นได้ประโยชน์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ
คอลัมน์ : เติมความคิดพิชิตการลงทุน
ผู้เขียน : พบชัย ภัทราวิชญ์ InnovestX
ดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนกันยายน 2569 InnovestX ประเมินว่ามีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนในกรอบแนวรับ 1,555-1,570 จุด และแนวต้าน 1,605-1,620 จุด ทั้งนี้ มองว่าครึ่งเดือนแรกและครึ่งเดือนหลังจะมีปัจจัยขับเคลื่อนตลาดที่แตกต่างกัน
โดยในช่วงครึ่งเดือนแรก ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเผชิญความผันผวนและแรงขายทำกำไรจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศและสถานการณ์ต่างประเทศ อาทิ
การเมืองในประเทศ : เรามองเป็นประเด็นหลักที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งความชัดเจนหรือกระแสข่าวเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรี รวมถึงการรอติดตามคำวินิจฉัยหรือการลงมติในคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในวันที่ 14 ก.ย. ซึ่งอาจสร้างความกังวลระยะสั้นต่อเสถียรภาพรัฐบาล
การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) : ทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยและการส่งสัญญาณจากเฟดจะส่งผลต่อทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย (Fund Flow) ของนักลงทุนต่างชาติ
ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง : สถานการณ์ความขัดแย้งที่อาจยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานในตลาดโลก และสร้างความกังวลเงินเฟ้ออีกครั้ง
ขณะที่ครึ่งเดือนหลัง คาดว่าดัชนีจะมีโอกาสทยอยฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ จากปัจจัยสนับสนุนภายในประเทศ หลัก ๆ จากการเดินหน้าพิจารณาและขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจต่อเนื่องจากภาครัฐ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ขณะที่ช่วงปลายเดือนจะมีกำหนดการวินิจฉัยคดีสำคัญอย่าง Bar Code และ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง หากผลลัพธ์ออกมาในทิศทางที่เป็นบวก ก็น่าจะช่วยปลดล็อกความกังวลและเป็นแรงส่งสำคัญให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นได้
กลยุทธ์การลงทุน เน้นลงทุนในหุ้นเด่นที่ได้ประโยชน์ใน 4 Theme หลัก ดังนี้
- กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากความคืบหน้าผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ มาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส (ERW CENTEL AWC CPALL CPN), มาตรการหนุนพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปและข้อสรุป PDP2026 (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP AMATA WHA), การเร่งเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐก่อนปิดปีงบประมาณและร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2570 (STECON CK SCC SCCC)
- กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC CPN GLOBAL) กลุ่มสื่อสาร (TRUE) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) และกลุ่มขนส่งทางบก (BEM)
- กลุ่มที่ราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H69 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH MTC TIDLOR
- กลุ่มที่เงินปันผลสูงเพื่อสร้างกระแสเงินสดเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นดักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดให้ Div. Interim Yield >2% ได้แก่ TTB BCP OR HMPRO KKP