SET วันนี้แกว่ง 1,610-1,630 จุด ชู DELTA-HANA-KCE รับแรงส่งเซมิคอนดักเตอร์
บล.พาย ประเมินหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,610-1,630 จุด หลังตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ยังมีแรงส่งจากความต้องการชิป AI แนะเก็งกำไรระยะสั้น DELTA-HANA-KCE พร้อมทยอยสะสมหุ้นพื้นฐาน CPALL-CPN-HMPRO-KBANK-SCB และกลุ่มท่องเที่ยว
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (8 ก.ย. 2569) คาดว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,610-1,630 จุด โดยช่วงเช้ามีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบ แม้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปรับขึ้นประมาณ 1.2% สำหรับตลาดต่างประเทศ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการเนื่องในวันหยุด Labor Day โดยระดับอ้างอิงล่าสุดจากวันที่ 4 ก.ย. ปิดที่ 7,718.60 จุด ลดลง 0.38%
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น จากเหตุสหรัฐและอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน
ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Semiconductor) ปรับตัวขึ้นค่อนข้างแรงในช่วงที่ผ่านมา โดย บล.พาย มองว่าปัจจัยสนับสนุนส่วนหนึ่งมาจาก MU ที่ระบุว่าจะเร่งเพิ่มกำลังการผลิต HBM4 มากกว่าเท่าตัว เพื่อรองรับความต้องการใช้งานของ NVIDIA ประกอบกับ GPT ASTRA ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะใช้ Semiconductor เพิ่มขึ้น
ปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนตลาดหุ้นเกาหลีใต้และไต้หวัน หรือ KOSPI และ TWSE ปรับตัวขึ้นเด่นในช่วงที่ผ่านมา และในระยะสั้นถือเป็น Sentiment เชิงบวกต่อ DELTA
ส่วนปัจจัยต่างประเทศคืนนี้ยังไม่มีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม โดยตลาดจะให้น้ำหนักกับการรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
ข้อมูลล่าสุดจาก CME FedWatch ให้น้ำหนักประมาณ 60% ว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน ก.ย. อย่างไรก็ตาม หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด อาจทำให้ความคาดหวังเปลี่ยนไปสู่การคงอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น
สำหรับปัจจัยในประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น 2.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงราคาอาหารสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้นในวงกว้าง และราคาอาหารสดทั้งไข่ไก่ ผักสด และผลไม้สดที่ปรับสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นเพียง 1.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้เงินเฟ้อทั่วไปจะปรับสูงขึ้น แต่ บล.พาย ยังเชื่อว่าสถานการณ์ดังกล่าวไม่น่าทำให้เห็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในประเทศ
ด้านกลยุทธ์การลงทุน ยังคงแนะนำทยอยสะสมหุ้น เพื่อคาดหวังการฟื้นตัวของตลาดในระยะถัดไป ขณะที่การลงทุนระยะสั้นสามารถเลือก Trading หุ้นที่ได้แรงหนุนจากธีม Semiconductor ได้แก่ DELTA, HANA และ KCE ส่วนหุ้นที่น่าสนใจสำหรับทยอยสะสม ได้แก่ CPALL, CPN, HMPRO, KBANK และ SCB ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวยังเลือก AOT, ERW, CENTEL และ MINT