เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Fitch ปรับเพิ่ม outlook ไทยเป็น ‘มีเสถียรภาพ’ คงอันดับความน่าเชื่อถือ BBB+
Finance Fitch ปรับเพิ่ม outlook ไทยเป็น ‘มีเสถียรภาพ’ คงอันดับความน่าเชื่อถือ BBB+
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชูหุ้นปันผลรับวัยเกษียณ SET HD ยีลด์ 4-5% ยังแกร่ง แม้บอนด์สหรัฐปรับเพิ่ม
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชูหุ้นปันผลรับวัยเกษียณ SET HD ยีลด์ 4-5% ยังแกร่ง แม้บอนด์สหรัฐปรับเพิ่ม
ณวัฒน์ ยันมิสยูนิเวิร์ส 6 ประเทศรวม ทารีน่า ได้ไปเวทีใหญ่แน่
Biz Movement ณวัฒน์ ยันมิสยูนิเวิร์ส 6 ประเทศรวม ทารีน่า ได้ไปเวทีใหญ่แน่
มหาดไทยชง ‘อนุทิน’ เซ็นโปรเจ็กต์โซลาร์รูฟท็อป เสนอขอใช้เงินกู้ คาดไม่เกิน 2 สัปดาห์ ก่อนเข้า ครม.
Finance มหาดไทยชง ‘อนุทิน’ เซ็นโปรเจ็กต์โซลาร์รูฟท็อป เสนอขอใช้เงินกู้ คาดไม่เกิน 2 สัปดาห์ ก่อนเข้า ครม.
Fontcraft : เบื้องหลังการสร้างฟอนต์ กับ 15 ปีของการ “รดน้ำทุกวัน”
Business Fontcraft : เบื้องหลังการสร้างฟอนต์ กับ 15 ปีของการ “รดน้ำทุกวัน”
ญี่ปุ่นส่งสัญญาณเปลี่ยนระยะในนโยบาย หลังปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25 %
World ญี่ปุ่นส่งสัญญาณเปลี่ยนระยะในนโยบาย หลังปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25 %
ค้าปลีกย่านลุมพินีเดือด 2 ยักษ์เสริมเขี้ยวชิงนักช็อป
Business ค้าปลีกย่านลุมพินีเดือด 2 ยักษ์เสริมเขี้ยวชิงนักช็อป
หมดยุครายได้ทางเดียว ? แค่ครึ่งปีแรก 2569 คนหันมาขับ Grab เพิ่ม 68%
Tech หมดยุครายได้ทางเดียว ? แค่ครึ่งปีแรก 2569 คนหันมาขับ Grab เพิ่ม 68%
รถไฟสายใหม่ ”เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ” คืบหน้าแล้ว 70% ”อุโมงค์งาว” ยาวสุดในไทยเจาะเสร็จปีนี้
Real Estate รถไฟสายใหม่ ”เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ” คืบหน้าแล้ว 70% ”อุโมงค์งาว” ยาวสุดในไทยเจาะเสร็จปีนี้
ดูทั้งหมด

Fitch ปรับเพิ่ม outlook ไทยเป็น ‘มีเสถียรภาพ’ คงอันดับความน่าเชื่อถือ BBB+

18 ก.ย. 2569 | 17:41น.

Fitch ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ขึ้นเป็นระดับ “มีเสถียรภาพ (Stable Outlook)” และคงอันดับความน่าเชื่อถือ (Sovereign Credit Rating) ที่ระดับ BBB+ เชื่อมั่นนโบายรัฐ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันนี้ (18 กันยายน 2569) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch ได้ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) จากระดับ “เชิงลบ (Negative Outlook)” เพิ่มขึ้นเป็นระดับ “มีเสถียรภาพ (Stable Outlook)” และคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากลทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ Fitch Moody’s และ S&P มีมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ในระดับ “มีเสถียรภาพ (Stable Outlook)” ทั้งหมด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการคลัง ซึ่ง Fitch ได้ชี้แจงเหตุผลและปัจจัยสำคัญ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. เสถียรภาพของรัฐบาลช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เคยเป็นปัจจัยเชิงลบที่มีต่อเศรษฐกิจไทยและสนับสนุนความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายภาครัฐ ส่งผลให้รัฐบาลอยู่ในสถานะที่เอื้อต่อการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจในระยะปานกลางมากยิ่งขึ้น รวมถึงการดำเนินการตามแผนการปรับสมดุลทางการคลัง (Fiscal Consolidation)

2. เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องและสามารถรับแรงกดดันจากวิกฤตราคาพลังงานโลกได้ดีกว่าที่คาดการณ์ โดย Fitch คาดว่า เศรษฐกิจไทยจะเติบโตที่ร้อยละ 2.3 ในปี 2569 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2568 ที่ร้อยละ 2.4 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนที่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่เร่งตัวขึ้น รวมถึงการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการของภาครัฐ อาทิ โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)

ทั้งนี้ แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ลดลงร้อยละ 4 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่รายรับจากการท่องเที่ยวยังคงอยู่ในระดับที่ดี และภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัวในปีถัดไป

3.สัดส่วนหนี้ภาครัฐบาล (General Government Debt) ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) อยู่ที่ร้อยละ 59.3 ในปีงบประมาณ 2568 และคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำกว่าร้อยละ 63 ภายในปีงบประมาณ 2571 ซึ่งปรับดีขึ้นจากประมาณการครั้งก่อนที่ระดับร้อยละ 65

เนื่องจากผลทางการคลังในปีงบประมาณ 2568 ดีกว่าคาดการณ์ และเศรษฐกิจยังสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แม้รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว แต่ Fitch เห็นว่ารัฐบาลยังคงมุ่งมั่นในการรักษาวินัยทางการคลัง และพร้อมเดินหน้าปฏิรูปรายได้ภาครัฐเพื่อสนับสนุนแผนการปรับสมดุลทางการคลังในระยะปานกลาง

4.ประเทศไทยยังคงมีฐานะการเงินต่างประเทศที่แข็งแกร่ง โดย Fitch คาดว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดจะกลับมาเกินดุลร้อยละ 1.5 ของ GDP ในปี 2570 หลังจากการขาดดุลชั่วคราวร้อยละ 0.5 ของ GDP ในปี 2569 จากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและการนำเข้าสินค้าทุนสำหรับการก่อสร้าง Data Center

ทั้งนี้ การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ประเทศไทยมีฐานะสินทรัพย์ต่างประเทศสุทธิ (Net External Asset Position) อยู่ในระดับสูง ขณะที่ภาระดอกเบี้ยจ่ายต่างประเทศ (External Interest Service) ยังอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มอันดับความน่าเชื่อถือในระดับเดียวกัน (Peers)

5.ผลการประเมินดังกล่าว สะท้อนถึงความสามารถของประเทศไทยในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการคลังท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากฐานะการเงินต่างประเทศที่แข็งแกร่ง กรอบนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่น่าเชื่อถือ และการบริหารจัดการด้านการคลังอย่างมีวินัย ทั้งนี้ Fitch จะติดตามแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ความคืบหน้าของแผนการปรับสมดุลทางการคลัง และการบริหารจัดการภาระหนี้ของรัฐบาล เพื่อประกอบการพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในระยะต่อไป

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า “การปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยเป็นระดับมีเสถียรภาพในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อทิศทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาล โดยรัฐบาลจะเร่งผลักดันนโยบายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ในด้านการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ เร่งรัดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว และให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการคลัง เพื่อยกระดับศักยภาพและวางรากฐานการเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฟิทช์ เรทติ้งส์