เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
Economic กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
Economic บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
Economic เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
เปิดผล QS Asia 2027 ม.กรุงเทพคว้าอันดับ 1 เอกชนไทย ปีที่ 2
การศึกษา เปิดผล QS Asia 2027 ม.กรุงเทพคว้าอันดับ 1 เอกชนไทย ปีที่ 2
กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
Finance กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
สรรพสามิต ประเมินค่ายรถอีวีนำเข้า ใช้เวลา 1-2 ปี ตัดสินใจลงทุนผลิตในประเทศไทย
Finance สรรพสามิต ประเมินค่ายรถอีวีนำเข้า ใช้เวลา 1-2 ปี ตัดสินใจลงทุนผลิตในประเทศไทย
ปลัดคลัง ชี้ ‘รถเก่าแลกรถกระบะใหม่’ ต้องซื้อปิกอัพใช้ B20 ยันกำจัดซากได้ปีละ 1 หมื่นคัน
Finance ปลัดคลัง ชี้ ‘รถเก่าแลกรถกระบะใหม่’ ต้องซื้อปิกอัพใช้ B20 ยันกำจัดซากได้ปีละ 1 หมื่นคัน
วัธนเวคิน จับมือ EIM เปิด ‘ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ’ รร.นานาชาติ ย่านบางนา
การศึกษา วัธนเวคิน จับมือ EIM เปิด ‘ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ’ รร.นานาชาติ ย่านบางนา
เปิดแล้วธุรกิจใหม่ ลูกสาวเศรษฐา ‘ชีสเค้กฮอกไกโด’
Biz Movement เปิดแล้วธุรกิจใหม่ ลูกสาวเศรษฐา ‘ชีสเค้กฮอกไกโด’
ดูทั้งหมด

กลยุทธ์การตลาด 4.0 “ไมโครอินฟลูเอนเซอร์” ครองเมือง-

20 ส.ค. 2561 | 07:00น.

ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่ “แชะ-แชต-แชร์” เรื่องราวต่าง ๆ ในโซเชียลเน็ตเวิร์กอยู่เสมอ จึงกลายเป็นช่องทางใหม่ของมาร์เก็ตติ้งออนไลน์ แต่ยุคนี้ “ดารา-เซเลบ” กลับมีอิทธิพลน้อยลง “อนุพงศ์ จันทร” กรรมการผู้จัดการ บริษัทอัลเทอเนท 65 ผู้บริหาร “เรวู” แพลตฟอร์มรีวิวสินค้าออนไลน์ เปิดเผยว่า ภาพรวมดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งทั่วโลกและไทยในปัจจุบันเป็นปีของการทำ “ไมโครอินฟลูเอนเซอร์”

(micro influencer) เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเชื่อถือในตัวแบรนด์, เซเลบหรือบล็อกเกอร์ชื่อดังน้อยลง เมื่อเกิดความสนใจในสินค้าหรือบริการใดสักอย่างแล้ว สิ่งที่

ผู้บริโภคจะทำคือ “เสิร์ช 3 ครั้ง” 1.เสิร์ชหาแบรนด์ เพื่อให้รู้ว่ามีตัวตนจริง ส่วนใหญ่ไปดูข้อมูลแบรนด์ 2.ค้นดูรีวิวเจอบล็อกเกอร์ดังที่จะบอกการทำงานในเชิงลึก และ 3.เสิร์ชหาผู้ใช้จริง

ขณะเดียวกันมีผลสำรวจพบว่า ถ้าเป็นคอนเทนต์จากไมโครอินฟลูเอนเซอร์คนจะเชื่อมากกว่า โดย 92% ของผู้บริโภคจะเชื่อถือคำแนะนำจากผู้บริโภคด้วยกัน 70% อ่านรีวิวเพื่อประกอบการตัดสินใจ 47% อ่านบล็อกเพื่อหาเทรนด์และไอเดียใหม่ ๆ 35% ใช้บล็อกเพื่อหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และ 20% ยังเชื่อถือบล็อกเกอร์

“มาร์เก็ตติ้งออนไลน์ในปี 2015 เป็นเรื่องการสร้างกระแสไวรัล ปี 2016 เป็นยุคของเพจชื่อดัง ส่วนในปี 2017 เป็นยุคของอินฟลูเอนเซอร์, บล็อกเกอร์ต่าง ๆ และปี 2018 เป็นยุคไมโครอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นคนธรรมดาไม่ได้มีชื่อเสียง ปัจจุบันคนที่มียอดฟอลโลว์น้อย มีการเข้าไปอ่านคอนเทนต์มากกว่าคนที่มีฟอลโลว์เยอะ”

อย่างไรก็ตาม แบรนด์ยังไม่ทราบวิธีการใช้ประโยชน์จากไมโครอินฟลูเอนเซอร์บางแบรนด์ต้องการยอดอะแวร์เนส ยอดรีช ยอดเอ็นเกจเมนต์หรือยอดขาย ซึ่งไมโครอินฟลูเอนเซอร์ไม่ได้ช่วยส่วนนี้ แต่ใช้ในขั้นตัดสินใจ ซึ่ง 3 แกนหลักในการใช้งานไมโครอินฟลูเอนเซอร์คือ 1.ต้องเข้าใจว่าไมโครอินฟลูเอนเซอร์ทำอะไรได้บ้าง 2.สร้างคอนเทนต์บน “บล็อก” เพื่อให้กูเกิลเสิร์ชเจอ แล้วค่อยแชร์บนเฟซบุ๊ก โดยการเขียนจะต้องเขียนตามจริง เพราะผู้บริโภคมองหาความจริงใจ และต้องมีคีย์เวิร์ดที่ทำรองรับการเสิร์ช 3.call for action หรือการแนบลิงก์เพื่อขายของ นอกจากนี้ต้องทำต่อเนื่อง เพราะถ้ามีอายุนานกว่า 1 ปีคนจะไม่ดู ดังนั้นอย่างน้อยไม่ควรห่างเกิน 6 เดือน และควรมีโปรโมชั่นให้บอกต่อได้

ปัจจุบันประเทศไทยมีอินฟลูเอนเซอร์กว่า 10 ล้านราย โดยแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.เซเลบ มียอดติดตาม 1 ล้านคนขึ้นไป สามารถสร้างการรับรู้ได้ 80% แต่สร้างความเชื่อใจได้ 20% 2.power influence ยอดติดตามหลักแสนขึ้นไป สร้างการรับรู้ได้ 60% สร้างความเชื่อใจได้ 40% 3.peer influence มียอดติดตามหลักพันถึงหลักหมื่น สามารถสร้างการรับรู้ได้ 40% สร้างความเชื่อถือได้ 60% และ 4.real customers/micro influencers ที่มีจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มนี้จะสร้างคอนเทนต์จำนวนมากบนโลกออนไลน์ สร้างการรับรู้ได้ 20% แต่ความเชื่อใจ 80%

สำหรับเรวูเป็นแฟลตฟอร์มกลางระหว่างแบรนด์และไมโครอินฟลูเอนเซอร์ โดยเรวูจะจัดหาไมโครอินฟลูเอนเซอร์เพื่อรีวิวสินค้า ซึ่งปัจจุบันมีอยู่กว่า 8,500 ราย แบ่งเป็นผู้หญิง 67% ผู้ชาย 33% อายุ 18-24 คิดเป็น 39.66% และอายุ 25-34 คิดเป็น 46.58% ทั้งหมดวัดผลได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งการคัดเลือกจะมีการเปิดแคมเปญรับสมัคร

ด้านลูกค้าที่มาใช้บริการมีกว่า 300 แบรนด์ ส่วนใหญ่เป็น SMEs และ 50% เป็นแบรนด์ไทย ทั้งยังมีแพ็กเกจให้เลือกเริ่มต้นที่ 4 หมื่นบาท/10 คน สูงสุด 70,000 บาท/10 คน และแบบพรีเมี่ยมมีวิดีโอ 1 แสนบาท/10 คน

ขณะที่สินค้าที่รีวิว 70% เป็นสินค้าบิวตี้ 10% แก็ดเจตไอที ที่เหลือเป็นสินค้าทั่วไป ส่วนภาพรวมสินค้าที่มีการรีวิวมากที่สุดในตลาดคือ 1.บิวตี้ 50% 2.ร้านอาหาร 30% 3.ไอทีแก็ดเจต 10% ที่เหลือคือ อื่น ๆ เช่น คลินิกเสริมความงาม, อาหารสำเร็จรูป ขนม เป็นต้น

“เราช่วยให้แบรนด์ทำงานง่าย 1.ติดต่อไมโครอินฟลูเอนเซอร์ 2.ตามงานการรีวิว 3.มีไกด์ไลน์ให้เขียน มีคีย์เวิร์ดชัดเจน 4.มีสถิติหลังบ้านแบบเรียลไทม์ ลูกค้าล็อกอินเช็กได้เอง และ 5.มีแพ็กเกจชัดเจน”

ด้วยกระแสของไมโครอินฟลูเอนเซอร์ ส่งผลให้ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มด้านนี้เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีประมาณ 4 ราย ส่งผลให้การแข่งขันเริ่มจะรุนแรงขึ้น แต่จุดแข็งของเรวูอยู่ที่ความจริงใจ ไม่ได้ใช้เงินจ้างรีวิว โดยจะเน้นที่อินไซต์คัสตอมเมอร์เป็นหลัก โดยเรวูเป็นรายแรกในตลาด และปัจจุบันเป็นที่ 1 ด้านความจริงใจ

สำหรับรายได้ของบริษัทปีนี้คาดว่าปิดที่ 30 ล้านบาท เติบโต 40% มีแคมเปญ 2,500 แคมเปญ มีคนรีวิว 12,000 ราย มีลูกค้า 500 ราย มีการใช้ซ้ำ 200 ราย รวมทั้งจะเปิดตลาดในประเทศเวียดนาม ไต้หวัน และอินโดนีเซียในปีนี้ และขยายไปสหรัฐอเมริกาและจีนในอนาคต ส่วนเป้าหมายปีหน้าตั้งเป้าเติบโต 30% มีแคมเปญ 3,500 แคมเปญ เพิ่มยอดผู้รีวิวเป็น 15,000 คน และขยายพนักงานจาก 20 คนเป็น 40 คน

ปัจจุบันค่าจ้างอินฟลูเอนเซอร์แพงขึ้นมาก ส่งผลให้เกิดความนิยมเป็น “รีวิวเวอร์” เยอะขึ้น แต่การใช้เซเลบหรืออินฟลูเอนเซอร์ดัง ๆ ยังไม่หายไป

 

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”