BBLAM เปิดตัว B-WEALTH RMF Series 5 กองทุน รับแผนเกษียณ-ลดหย่อนภาษี
BBLAM ต่อยอด B-WEALTH Series หลังยอดขายสะสมทะลุ 24,000 ล้านบาท เปิดตัว B-WEALTH RMF Series จำนวน 5 กองทุน กระจายลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลก เลือกระดับความเสี่ยงได้ เตรียมเสนอขายครั้งแรก 23-30 ก.ย. 2569 พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเกณฑ์
นายบรรณรงค์ พิชญากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (BBLAM) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขาย B-WEALTH RMF Series กลุ่มกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ครั้งแรกระหว่างวันที่ 23-30 กันยายน 2569 เพื่อเพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนลงทุนเพื่อการเกษียณ ควบคู่กับการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามหลักเกณฑ์ที่ภาครัฐกำหนด

การเปิดตัว B-WEALTH RMF Series เป็นการต่อยอดจาก B-WEALTH Series ซึ่งเป็นกองทุนรวมจัดพอร์ตสำเร็จรูปที่กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก หลังได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุน โดยมียอดขายสะสมตั้งแต่การเสนอขายครั้งแรก (IPO) ในเดือน ก.ค. 2569 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นกว่า 24,000 ล้านบาท
“ปัจจุบันโลกการลงทุนมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การสร้างผลลัพธ์จากการลงทุนระยะยาวจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการคัดเลือกสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการจัดสรรสินทรัพย์ การกระจายความเสี่ยง และการบริหารพอร์ตอย่างมีวินัย” นายบรรณรงค์ กล่าว
BBLAM จึงนำแนวคิดการบริหารพอร์ตของ B-WEALTH Series มาต่อยอดสู่ B-WEALTH RMF Series เพื่อใช้กับการลงทุนเพื่อการเกษียณ โดยเน้นการจัดสรรการลงทุน (Asset Allocation) ในสินทรัพย์หลากหลายทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการคัดเลือกกองทุนจากทีมผู้จัดการลงทุนของ BBLAM และเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก
จุดเด่นคือการรวมการลงทุนไว้ในกองทุนเดียว ผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ เลือกกองทุน หรือปรับสัดส่วนการลงทุนด้วยตนเอง ขณะที่ทีมผู้เชี่ยวชาญจะติดตามสถานการณ์และปรับพอร์ตอย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบนโยบายที่กำหนด พร้อมกระจายการลงทุนไปยังหุ้น ตราสารหนี้ สินทรัพย์ทางเลือก และภูมิภาคต่าง ๆ
สำหรับ B-WEALTH RMF Series ประกอบด้วย 5 กองทุน ออกแบบให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงและเป้าหมายการลงทุนที่แตกต่างกัน ได้แก่ B-WEALTHCRMF (Wealth Conservative RMF) เน้นลงทุนในตราสารหนี้และสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำในสัดส่วนสูง โดยลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง ได้แก่ หุ้นและทรัพย์สินทางเลือก เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 20% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) มีระดับความเสี่ยง 5 หรือเสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง
B-WEALTHMRMF (Wealth Moderate RMF) มุ่งสร้างสมดุลระหว่างโอกาสการเติบโตและการบริหารความเสี่ยง ผ่านการผสมผสานการลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน โดยลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงเฉลี่ยไม่เกิน 40% ของ NAV มีระดับความเสี่ยง 5 ขณะที่ B-WEALTHBRMF (Wealth Balanced RMF) ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงเฉลี่ยไม่เกิน 60% ของ NAV มีระดับความเสี่ยง
ส่วน B-WEALTHDRMF (Wealth Dynamic RMF) และ B-WEALTHGRMF (Wealth Growth RMF) ให้น้ำหนักการลงทุนในตราสารทุนมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว พร้อมกระจายการลงทุนในสินทรัพย์และภูมิภาคทั่วโลก โดยลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 80% ของ NAV และมีระดับความเสี่ยง 6 หรือเสี่ยงสูง
นายบรรณรงค์ กล่าวอีกว่า การลงทุนเพื่อเกษียณเป็นเป้าหมายทางการเงินระยะยาวที่สำคัญ การเริ่มลงทุนอย่างต่อเนื่องและจัดสรรสินทรัพย์ให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล จะช่วยสนับสนุนการวางแผนทางการเงินเพื่อวัยเกษียณอย่างเป็นระบบ รวมถึงสร้างวินัยการลงทุนในระยะยาว และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก RMF ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ การลงทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวนเมื่อไถ่ถอน ขณะที่กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาลักษณะสินค้า นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต