เตรียมปลุกรันเวย์ “ELLE FASHION WEEK 2026” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ไอคอนสยาม
บริษัท ดิจิเพรส จำกัด ผู้ถือครองลิขสิทธิ์ ELLE Thailand และ ELLE MEN Thailand จับมือ ไอคอนสยามแถลงข่าวเตรียมจัดงาน “ELLE Fashion Week 2026” เปิดรันเวย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นปีที่ 3 เพื่อปลุกชีวิตชีวาให้กรุงเทพฯ เมืองแฟชั่นประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ภายใต้คอนเซปต์ใหม่ ‘Freedom’ ที่มอบอิสระในการเป็นตัวเองได้มากกว่าหนึ่งนิยาม พร้อมยกขบวนดีไซเนอร์ชื่อดังและการเดบิวต์ผลงานครั้งแรกมากถึง 12 โชว์ จาก 17 แบรนด์ ประกอบด้วยโชว์จาก ANGELYS BALEK, ARCHIVE026, ASAVA, AURUM, BAAB, HEIDI’S SECRET PRESENTED BY HAVAIANAS, HOOK’S PRESENTED BY O&B, ICONCRAFT, NICHP, TANDT PRESENTED BY MADAME FIN และ WACAY พร้อมโชว์พิเศษจาก ELLE Thailand ถ่ายทอดมิติใหม่ของแฟชั่นสุภาพบุรุษและสตรี 6 แบรนด์ ได้แก่
37C DEGREES CELSIUS, ANURUQ, ISSUE, KLOSET, PAINKILLER ATELIER และ SRETSIS ภายใต้คอนเซปต์ Free to be by ELLE presented by XPENG Thailand ที่จะมาร่วมนำเสนอมุมมองใหม่และมอบอิสระทางสไตล์ที่มากกว่า พร้อมด้วยการเปิดตัวนางแบบและนายแบบหน้าใหม่จากโครงการ ELLE & ELLEMEN Runway Model Search ที่จะได้เดินบนรันเวย์ระดับประเทศเป็นครั้งแรก โดยงานแถลงข่าวจัดขึ้น ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

อาลี ซีอานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิเพรส จำกัด กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในปีนี้ว่า สิ่งที่เราจะทำให้ชัดขึ้นในปีนี้ คือการมอง ELLE Fashion Week ในฐานะแพลตฟอร์มที่สนับสนุนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่การนำเสนอผลงานของดีไซเนอร์บนรันเวย์ แต่รวมถึงการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่กำลังจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวงการ ความพิเศษแรกคือผู้ชนะจากโครงการ ELLE & ELLEMEN Runway Model Search จะได้มาเดินจริงในโชว์ของ ELLE เพราะเราไม่ได้ต้องการเพียงค้นหาโมเดลหน้าใหม่ แต่ต้องการให้พวกเขาได้เรียนรู้และมีประสบการณ์บนเวทีจริง เปิดประตูให้คนที่อาจไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้อยู่บนรันเวย์ได้เข้ามาและถูกมองเห็น เพราะวันนี้สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้มีแค่ความสวยตามมาตรฐานเดิม แต่คือความเป็นตัวเองของแต่ละคน
เขาเผยความพิเศษว่า “อีกหนึ่งความพิเศษคือโชว์ Free to be by ELLE presented by XPENG Thailand ที่เราตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนคอนเซปต์หลักของปีนี้โดยตรง ผ่านความหลากหลายของผู้คนในเมืองใหญ่ที่ต่างมีวิธีคิดและวิธีแสดงออก ไม่เหมือนกัน เพื่อบอกว่าแฟชั่นไม่มีรูปแบบเดียวที่ถูกต้อง และทุกคนควรมี ‘อิสระ’ ที่จะนิยามตัวเองในแบบของตัวเอง

ปีนี้เรายังเพิ่ม Shopping Experience เข้ามา เพราะหากเห็นลุคหรือแบรนด์บนรันเวย์แล้วชอบ เราอยากให้ประสบการณ์นั้นไปต่อได้เลย เพราะรันเวย์เป็นพื้นที่นำเสนอไอเดีย แต่สุดท้ายผู้ชมมีอิสระที่จะเลือกว่าสไตล์แบบไหนสะท้อนความเป็นตัวเอง ในระยะยาวเราอยากให้ ELLE Fashion Week เติบโตจากการเป็นแฟชั่นอีเวนต์สู่การเป็นแพลตฟอร์มของวงการแฟชั่นไทยอย่างแท้จริง ที่เชื่อมต่อ Designers, Talents, Creatives, Brands, Media และ Audience เข้าด้วยกัน และสร้างโอกาสใหม่ให้เกิดขึ้นต่อจากรันเวย์ เพราะเรามีทั้งความคิดสร้างสรรค์ งานฝีมือ และคนเก่งจำนวนมาก สิ่งที่ทุกคนในวงการต้องการคือแพลตฟอร์มที่แข็งแรงพอจะพาคนเหล่านี้ไปได้ไกลในระดับสากล”
ด้านไอคอนสยาม ปัณณิตา วรรณโกวิท ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เปิดเผยถึงความร่วมมือนี้ว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือระหว่างไอคอนสยามและ ELLE Fashion Week ที่เราได้ร่วมงานในกันแคมเปญต่างๆ ไม่ได้เติบโตเพียงในมิติของการจัดงาน เรามองถึงการให้โอกาสวงการแฟชั่นไทย และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับวงการแฟชั่นไทย เพราะความสำเร็จที่สำคัญที่สุดคือการได้เห็นความร่วมมือนี้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

“ เราเชื่อว่าความแข็งแกร่งของ Fashion Ecosystem ไม่ได้เกิดจากแบรนด์หรือดีไซเนอร์เพียงรายเดียว แต่เกิดจากการที่ทุกภาคส่วนเติบโตไปด้วยกัน ELLE Fashion Week จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการรวมพลังระหว่างสื่อ แบรนด์ ดีไซเนอร์ พาร์ตเนอร์ และผู้บริโภค ในฐานะ Global Experiential Destination บทบาทของไอคอนสยามคือการเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์ โอกาส และผู้คนเข้าด้วยกัน อีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญที่สุดของเราคือการผลักดันดีไซเนอร์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลผ่านการแสดงแฟชั่นโชว์ของ ICONCRAFT ซึ่งในปีนี้นำเสนอผลงานผ่านมุมมองของ 3 นักออกแบบ ภายใต้แนวคิด ‘Thai Craft Wisdom’ สู่บทใหม่ของแฟชั่นร่วมสมัย เพราะเราเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์คือหนึ่งในศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และเมื่อ Fashion Ecosystem เติบโต อุตสาหกรรมก็เติบโต และประเทศไทยก็เติบโตไปพร้อมกัน”
ปรากฏการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยแรงผลักดันจากพันธมิตรระดับแนวหน้าของประเทศไทย นำโดย ICONSIAM แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมด้วย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings, Grey Goose วอดก้าซูเปอร์พรีเมียมจากฝรั่งเศส, havaianas อิสระทุกก้าว สไตล์ไหนก็เอาอยู่, Madame Fin เพราะทุกความใกล้มีความหมาย

NARS เมคอัพที่ปลดปล่อยทุกกฎเกณฑ์ที่ไร้ขีดจำกัด, O&B สวมความมั่นใจ ในสไตล์ที่เป็นคุณ, Philips Beauty “Style Starts at the Crown” เพราะสไตล์ที่สมบูรณ์แบบเริ่มจากทรงผม นวัตกรรมไดร์เป่าผมไฮสปีดอัจฉริยะจาก Philips Beauty ดูแลลึกถึงหนังศีรษะ เพื่อผมสวยสุขภาพดีระดับรันเวย์ และ SLC Clinic & Hospital อิสระที่ Young เป็นเรา และ XPENG Thailand นวัตกรรม AI ที่เข้าใจทุกการใช้ชีวิต ทั้งหมดจะมาร่วมเนรมิตรันเวย์ให้สมบูรณ์แบบและผลักดันผลงานของดีไซเนอร์ไทยให้ก้าวไกลสู่สากล
บรรยากาศภายในงานแถลงข่าว ได้รับเกียรติจากแฟชั่นไอคอนระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่สะท้อนแนวคิด ‘Freedom’ ได้อย่างชัดเจน นำโดยแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต พร้อมด้วยทัพคนดังและนักแสดง อาทิ หญิง-รฐา โพธิ์งาม, ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์, เก่ง-หฤษฎ์ บัวย้อย, น้ำปิง-นภัสกร ปิงเมือง, ตี๋ตี๋-วันพิชิต,นิมิตภาคภูมิ, ป๋อ-ศุภการ จิรโชติกุล, มุก-วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์ และอื่นๆ อีกมากมาย

ELLE FASHION WEEK 2026 จะประกอบไปด้วย โชว์เดี่ยวระดับมาสเตอร์พีซของแบรนด์ชั้นนำ ANGELYS BALEK, ARCHIVE026, ASAVA, AURUM, BAAB, HEIDI’S SECRET PRESENTED BY HAVAIANAS, HOOK’S PRESENTED BY O&B, ICONCRAFT, NICHP, TANDT PRESENTED BY MADAME FIN และ WACAY พร้อมอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญอย่างโชว์รวมสุดพิเศษจาก ELLE Thailand
ถ่ายทอดมิติใหม่ของแฟชั่นสุภาพบุรุษและสตรี 6 แบรนด์ ได้แก่ 37C DEGREES CELSIUS, ANURUQ, ISSUE, KLOSET, PAINKILLER ATELIER และ SRETSIS ภายใต้คอนเซปต์ Free to be by ELLE presented by XPENG Thailand มาเฉลิมฉลองอิสระในการแต่งกาย เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้สนุกกับการทดลอง มิกซ์แอนด์แมตช์ และสะท้อนตัวตนผ่านหลากหลายคาแรกเตอร์โดยไม่ต้องยึดติดกับภาพจำแบบเดิม
พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้ผู้ชนะจากโครงการ ELLE & ELLEMEN Runway Model Search ในการก้าวขึ้นสู่รันเวย์ระดับประเทศเป็นครั้งแรก ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 22-25 ตุลาคม 2569 และ ELLE Fashion Week Pop-up ณ ไอคอนสยาม ชั้น 1 ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม ถึง 22 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งรวบรวมแบรนด์ที่ร่วมแสดงผลงานในปีนี้มาไว้ในพื้นที่เดียวกัน