‘โพแทชนครพนม’ กพร.ให้สำรวจแค่ อ.ธาตุพนม 8,463 ไร่ เบรกที่เรณูนครไว้ก่อน
กรมเหมืองแร่ แจงอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่โพแทชและเกลือหิน จังหวัดนครพนม เพียง 1 คำขอในพื้นที่ อ.ธาตุพนม ตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนคำขอในพื้นที่ อ.เรณูนคร ยังไม่ได้อนุญาตอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อร้องเรียน ย้ำอาชญาบัตรไม่ใช่การอนุญาตทำเหมือง การเข้าพื้นที่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ และฟื้นฟูพื้นที่ภายหลังการสำรวจ
นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เปิดเผยกรณีมีข้อร้องเรียนคัดค้านการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่โพแทชและเกลือหินของบริษัท ไซโน-เอสอี (ประเทศไทย) จำกัด ในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยยืนยันว่า การพิจารณาคำขอได้ดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 รวมถึงระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

โดยบริษัทยื่นคำขออาชญาบัตรพิเศษ จำนวน 2 คำขอ ได้แก่ คำขอที่ 1/2568 เนื้อที่ 8,463 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ตำบลพระกลางทุ่ง ตำบลธาตุพนมเหนือ ตำบลฝั่งแดง และตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม และ คำขอที่ 2/2568 เนื้อที่ 8,963 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ตำบลท่าลาด ตำบลโคกหินแฮ่ และตำบลนาขาม อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม
โดยในการประชุมคณะกรรมการแร่ ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการแร่ได้มีมติเห็นชอบการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษทั้ง 2 คำขอ โดยกำหนดอายุ 5 ปี พร้อมเงื่อนไขสำคัญว่า ผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ก่อนเข้าไปดำเนินการสำรวจแร่ และต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการพิจารณาของคณะกรรมการแร่ ปรากฏข้อร้องเรียนคัดค้านในพื้นที่คำขอที่ 2/2568 อำเภอเรณูนคร กพร. จึงมีหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงไปยังจังหวัดนครพนม และได้รับแจ้งว่า คำขอที่ 2/2568 ดังกล่าว มีการคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่ ขณะที่ คำขอที่ 1/2568 อำเภอธาตุพนม ไม่ปรากฏการร้องเรียนคัดค้าน
ดังนั้น กพร. จึงได้อนุญาตอาชญาบัตรพิเศษเฉพาะคำขอที่ 1/2568 ในพื้นที่อำเภอธาตุพนม ไปเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ส่วนคำขอที่ 2/2568 ในพื้นที่อำเภอเรณูนคร ยังไม่ได้มีการอนุญาตและอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อร้องเรียนและข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
สำหรับการให้อาชญาบัตรพิเศษเป็นการอนุญาตให้สิทธิในการสำรวจแร่ภายในเขตที่กำหนด มิใช่การให้สิทธิครอบครองหรือใช้ประโยชน์ในที่ดินแต่อย่างใด ดังนั้น หากผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษจะเข้าไปสำรวจในพื้นที่ของประชาชนหรือพื้นที่ของหน่วยงานรัฐใด จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของหรือหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ก่อน โดยการสำรวจแร่เป็นการศึกษาข้อมูลทางธรณีวิทยาและตรวจสอบศักยภาพแร่ตามแผนงานที่ได้รับอนุญาต มีการกระทำต่อพื้นที่เพียงเล็กน้อยและใช้พื้นที่เฉพาะบริเวณที่จำเป็นต่อกิจกรรมสำรวจ เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วจะต้องฟื้นฟูพื้นที่ตามแผนและหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อส่งคืนพื้นที่ในสภาพเดิม
ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจจะช่วยให้ภาครัฐมีข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพทรัพยากรแร่ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากรแร่ของประเทศต่อไป สำหรับการดำเนินการสำรวจแร่ของผู้ประกอบการ กพร. สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ที่จะต้องกำกับดูแลให้เป็นไปตามแผนงาน เงื่อนไขการอนุญาต และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของชุมชนในพื้นที่
การได้รับอาชญาบัตรพิเศษเพื่อสำรวจแร่ไม่ได้ผูกพันว่าทางราชการจะต้องอนุญาตประทานบัตรเพื่อทำเหมืองแร่ในอนาคต หากผลสำรวจพบแหล่งแร่ที่มีศักยภาพและผู้ประกอบการประสงค์จะขอประทานบัตรเพื่อทำเหมืองแร่ จะต้องดำเนินการกำหนดพื้นที่ศักยภาพดังกล่าวให้เป็น เขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง ก่อน จากนั้นจึงจะสามารถยื่นคำขอประทานบัตรและเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎหมายอีกขั้นตอนหนึ่ง ดังนั้น การอนุญาตสำรวจแร่ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่การอนุญาตให้ทำเหมืองแร่
“ผมขอยืนยันว่าการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษดังกล่าว ได้ดำเนินการตามกฎและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่ การบริหารจัดการแร่ในภาพรวมของกรมได้คำนึงถึงดุลยภาพทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน รวมถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนด้วย เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560”