เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปลี่ยนสายฝนเป็นธุรกิจ ‘tomorrow.io’ สตาร์ทอัพ 3.5 หมื่นล้าน พาร์ทเนอร์ที่ธุรกิจใหญ่ไว้ใจ
Tech เปลี่ยนสายฝนเป็นธุรกิจ ‘tomorrow.io’ สตาร์ทอัพ 3.5 หมื่นล้าน พาร์ทเนอร์ที่ธุรกิจใหญ่ไว้ใจ
ไปกันต่อ บาสหญิงไทย 3×3 เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เจออิหร่าน
Sport ไปกันต่อ บาสหญิงไทย 3×3 เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เจออิหร่าน
กรุงเทพประกันชีวิต ลุยตลาด Care ส่งประกัน “ออมพ่วงสุขภาพ” รับสังคมอายุยืน
Finance กรุงเทพประกันชีวิต ลุยตลาด Care ส่งประกัน “ออมพ่วงสุขภาพ” รับสังคมอายุยืน
กรมประมงปลดล็อกเครื่องมือกำจัด “ปลาหมอคางดำ” แบ่งชัด 3 กลุ่ม ใช้ได้-ผ่อนผัน-ห้ามเด็ดขาด
Economic กรมประมงปลดล็อกเครื่องมือกำจัด “ปลาหมอคางดำ” แบ่งชัด 3 กลุ่ม ใช้ได้-ผ่อนผัน-ห้ามเด็ดขาด
เกษตรฯ ยังไม่ฟันธงเข้า UPOV 1991 ย้ำถ้าเกษตรกรเสียสิทธิ “ไม่ทำแน่นอน”
Economic เกษตรฯ ยังไม่ฟันธงเข้า UPOV 1991 ย้ำถ้าเกษตรกรเสียสิทธิ “ไม่ทำแน่นอน”
ยุโรป เปลี่ยนใช้รถขยะ EV โตแตะ 1 แสนล้านบาท
Automotive ยุโรป เปลี่ยนใช้รถขยะ EV โตแตะ 1 แสนล้านบาท
เจ้าพระยาขาขึ้น! ชป.เพิ่มระบาย 1,750 ลบ.ม./วินาที รับฝนเพิ่มถึง 27 ก.ย.
Economic เจ้าพระยาขาขึ้น! ชป.เพิ่มระบาย 1,750 ลบ.ม./วินาที รับฝนเพิ่มถึง 27 ก.ย.
ไทยโรดโชว์นิวยอร์ก ดึง Bank of America–PIMCO–Microsoft ชู AI-ดิจิทัล-พลังงานสะอาด
Economic ไทยโรดโชว์นิวยอร์ก ดึง Bank of America–PIMCO–Microsoft ชู AI-ดิจิทัล-พลังงานสะอาด
RCEP 15 ชาติเปิดทางรับสมาชิกใหม่ เตรียมอัปเกรดกติกาครั้งใหญ่ปี 70 รับการค้าดิจิทัล
Economic RCEP 15 ชาติเปิดทางรับสมาชิกใหม่ เตรียมอัปเกรดกติกาครั้งใหญ่ปี 70 รับการค้าดิจิทัล
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 68,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 68,550 บาท
ดูทั้งหมด

นักวิชาการประเมินภาษีสหรัฐกดสินค้าไทย 31.5% ชี้เจรจาต้องล็อก “ภาษีรวม” ไม่เกิน 19%

24 ก.ย. 2569 | 13:19น.

ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ประเมินสถานการณ์เจรจาภาษีไทย-สหรัฐฯ หลังไทยยังไม่ได้ลงนามข้อตกลงภาษีต่างตอบแทน ART ขณะที่มาตรการมาตรา 301 กรณีแรงงานบังคับมีอัตรา 12.5% ชี้หากนำมารวมกับอัตราภาษีต่างตอบแทนฐาน 19% สินค้าไทยอาจเผชิญภาษีรวม 31.5% พร้อมเสนอรัฐบาลเร่งเจรจา “ไม่ให้เกิดภาษีซ้อน” และทำให้อัตราภาษีทุกมาตรการรวมกันไม่เกิน 19%

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์พิศาลวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทวิเคราะห์เศรษฐกิจและนโยบายการค้าระหว่างประเทศ เรื่อง “ประเมินการเจรจาภาษีไทย-สหรัฐฯ เทียบอาเซียน : ไทยโดนเก็บเท่าไร?” โดยระบุว่า การเจรจาภาษีนำเข้าสินค้าไทยของสหรัฐฯ ในขณะนี้มี 2 ประเด็นสำคัญ คือ ข้อตกลงภาษีต่างตอบแทน หรือ Agreement on Reciprocal Tariff (ART) และการดำเนินการตามมาตรา 301 ของ Trade Act 1974 ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินการของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ USTR

สำหรับ ART บทวิเคราะห์ระบุว่า ไทยและสหรัฐฯ ยังไม่มีข้อสรุปขั้นสุดท้ายจากการลงนามข้อตกลง โดยใช้อัตรา 19% เป็นฐานในการประเมิน ขณะที่ข้อมูลของ USTR ระบุว่า กรอบข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐฯ กับไทยกำหนดให้สหรัฐฯ คงอัตราภาษีต่างตอบแทนสำหรับสินค้าจากไทยที่ 19% และมีสินค้าบางรายการที่อาจได้รับอัตรา 0%

ขณะเดียวกัน มาตรา 301 ในประเด็นการนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ เป็นอีกชั้นของภาษีที่ต้องจับตา โดย USTR ประกาศเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 กำหนดอัตราภาษี 10% สำหรับประเทศที่มีมาตรการหรือข้อผูกพันห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ ขณะที่ประเทศอื่นในกลุ่มที่ถูกสอบสวนกำหนดอัตรา 12.5% ภายใต้เงื่อนไขและข้อยกเว้นของมาตรการ

บทวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยรังสิตประเมินว่า ไทยอยู่ในกลุ่มอัตรา 12.5% เนื่องจากยังไม่ได้กำหนดและบังคับใช้ข้อห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับตามเกณฑ์ที่ USTR พิจารณา ขณะที่กัมพูชา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย อยู่ที่ 10% จากการมีข้อผูกพันหรือมาตรการในประเด็นดังกล่าว

เมื่อคำนวณอัตราภาษีตาม ART และมาตรา 301 ตามสมมติฐานของบทวิเคราะห์ พบว่า ไทยอาจเผชิญอัตราภาษีรวม 31.5% แบ่งเป็นอัตรา ART 19% และมาตรา 301 อีก 12.5% เท่ากับฟิลิปปินส์ ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 32.5% กัมพูชา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย 29% สิงคโปร์ 12.5% และติมอร์-เลสเต 10%

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 31.5% เป็น “การประเมิน” จากการนำมาตรการแต่ละส่วนมาคำนวณรวมกันในบทวิเคราะห์ ไม่ใช่การยืนยันว่าอัตราภาษีศุลกากรของสินค้าทุกประเภทจากไทยจะถูกเรียกเก็บในอัตรานี้ทั้งหมด โดยมาตรการมาตรา 301 ของ USTR มีข้อยกเว้นสินค้าหลายกลุ่ม ขณะที่เงื่อนไขภายใต้ข้อตกลง ART ก็มีสินค้าที่อาจได้รับอัตราภาษี 0% เช่นกัน

สำหรับการประเมินฉากทัศน์ บทวิเคราะห์ระบุว่า สินค้าไทยอาจเผชิญอัตราภาษีสหรัฐฯ ในช่วง 19-44% โดยแบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ กรณีเลวร้ายสุด 44% ซึ่งประกอบด้วย ART 19% ภาษีมาตรา 301 กรณีแรงงานบังคับ 12.5% และกรณีผลผลิตส่วนเกินอีก 12.5% ประเมินความเป็นไปได้ไว้ 15%

กรณีปานกลางอยู่ที่ 31.5% จาก ART 19% และมาตรา 301 กรณีแรงงานบังคับ 12.5% โดยบทวิเคราะห์ให้น้ำหนักความเป็นไปได้ไว้ 50% ส่วนกรณีดีที่สุดอยู่ที่ 19% ให้น้ำหนักไว้ 35% ซึ่งขึ้นอยู่กับผลการเจรจาและการปรับเงื่อนไขด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ตัวเลขความน่าจะเป็น 15%, 50% และ 35% เป็นการประเมินของ รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์พิศาลวานิช ไม่ใช่การคาดการณ์หรือประกาศจากรัฐบาลไทยหรือ USTR

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์เสนอว่า หัวใจของการเจรจาไทย-สหรัฐฯ ไม่ควรมุ่งเพียงรักษาอัตรา ART ไว้ที่ 19% แต่ควรเจรจาให้ “ภาษีเพิ่มเติมทุกมาตรการรวมกันไม่เกิน 19%” พร้อมเจรจาไม่ให้เกิดการเก็บภาษีซ้อนระหว่าง ART กับมาตรา 301

นอกจากนี้ เสนอให้ไทยเร่งออกกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ เนื่องจากเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอัตราภาษีมาตรา 301 รวมถึงจัดทำข้อมูลรายอุตสาหกรรมเพื่อโต้แย้งประเด็นผลผลิตส่วนเกิน โดยบทวิเคราะห์ยกตัวอย่างอุตสาหกรรมเหล็กของไทยที่มีอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 30% และคาดว่าอาจลดลงเหลือ 25%

ข้อมูลล่าสุดของ USTR ยังสะท้อนว่า ประเด็นการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับยังเป็นวาระที่สหรัฐฯ ผลักดันต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 USTR จัดการอบรมร่วมกับประเทศคู่ค้ากว่า 50 แห่งเกี่ยวกับการกำหนดและบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับ