นักวิชาการประเมินภาษีสหรัฐกดสินค้าไทย 31.5% ชี้เจรจาต้องล็อก “ภาษีรวม” ไม่เกิน 19%
ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ประเมินสถานการณ์เจรจาภาษีไทย-สหรัฐฯ หลังไทยยังไม่ได้ลงนามข้อตกลงภาษีต่างตอบแทน ART ขณะที่มาตรการมาตรา 301 กรณีแรงงานบังคับมีอัตรา 12.5% ชี้หากนำมารวมกับอัตราภาษีต่างตอบแทนฐาน 19% สินค้าไทยอาจเผชิญภาษีรวม 31.5% พร้อมเสนอรัฐบาลเร่งเจรจา “ไม่ให้เกิดภาษีซ้อน” และทำให้อัตราภาษีทุกมาตรการรวมกันไม่เกิน 19%
รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์พิศาลวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทวิเคราะห์เศรษฐกิจและนโยบายการค้าระหว่างประเทศ เรื่อง “ประเมินการเจรจาภาษีไทย-สหรัฐฯ เทียบอาเซียน : ไทยโดนเก็บเท่าไร?” โดยระบุว่า การเจรจาภาษีนำเข้าสินค้าไทยของสหรัฐฯ ในขณะนี้มี 2 ประเด็นสำคัญ คือ ข้อตกลงภาษีต่างตอบแทน หรือ Agreement on Reciprocal Tariff (ART) และการดำเนินการตามมาตรา 301 ของ Trade Act 1974 ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินการของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ USTR
สำหรับ ART บทวิเคราะห์ระบุว่า ไทยและสหรัฐฯ ยังไม่มีข้อสรุปขั้นสุดท้ายจากการลงนามข้อตกลง โดยใช้อัตรา 19% เป็นฐานในการประเมิน ขณะที่ข้อมูลของ USTR ระบุว่า กรอบข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐฯ กับไทยกำหนดให้สหรัฐฯ คงอัตราภาษีต่างตอบแทนสำหรับสินค้าจากไทยที่ 19% และมีสินค้าบางรายการที่อาจได้รับอัตรา 0%
ขณะเดียวกัน มาตรา 301 ในประเด็นการนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ เป็นอีกชั้นของภาษีที่ต้องจับตา โดย USTR ประกาศเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 กำหนดอัตราภาษี 10% สำหรับประเทศที่มีมาตรการหรือข้อผูกพันห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ ขณะที่ประเทศอื่นในกลุ่มที่ถูกสอบสวนกำหนดอัตรา 12.5% ภายใต้เงื่อนไขและข้อยกเว้นของมาตรการ
บทวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยรังสิตประเมินว่า ไทยอยู่ในกลุ่มอัตรา 12.5% เนื่องจากยังไม่ได้กำหนดและบังคับใช้ข้อห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับตามเกณฑ์ที่ USTR พิจารณา ขณะที่กัมพูชา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย อยู่ที่ 10% จากการมีข้อผูกพันหรือมาตรการในประเด็นดังกล่าว
เมื่อคำนวณอัตราภาษีตาม ART และมาตรา 301 ตามสมมติฐานของบทวิเคราะห์ พบว่า ไทยอาจเผชิญอัตราภาษีรวม 31.5% แบ่งเป็นอัตรา ART 19% และมาตรา 301 อีก 12.5% เท่ากับฟิลิปปินส์ ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 32.5% กัมพูชา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย 29% สิงคโปร์ 12.5% และติมอร์-เลสเต 10%
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 31.5% เป็น “การประเมิน” จากการนำมาตรการแต่ละส่วนมาคำนวณรวมกันในบทวิเคราะห์ ไม่ใช่การยืนยันว่าอัตราภาษีศุลกากรของสินค้าทุกประเภทจากไทยจะถูกเรียกเก็บในอัตรานี้ทั้งหมด โดยมาตรการมาตรา 301 ของ USTR มีข้อยกเว้นสินค้าหลายกลุ่ม ขณะที่เงื่อนไขภายใต้ข้อตกลง ART ก็มีสินค้าที่อาจได้รับอัตราภาษี 0% เช่นกัน
สำหรับการประเมินฉากทัศน์ บทวิเคราะห์ระบุว่า สินค้าไทยอาจเผชิญอัตราภาษีสหรัฐฯ ในช่วง 19-44% โดยแบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ กรณีเลวร้ายสุด 44% ซึ่งประกอบด้วย ART 19% ภาษีมาตรา 301 กรณีแรงงานบังคับ 12.5% และกรณีผลผลิตส่วนเกินอีก 12.5% ประเมินความเป็นไปได้ไว้ 15%
กรณีปานกลางอยู่ที่ 31.5% จาก ART 19% และมาตรา 301 กรณีแรงงานบังคับ 12.5% โดยบทวิเคราะห์ให้น้ำหนักความเป็นไปได้ไว้ 50% ส่วนกรณีดีที่สุดอยู่ที่ 19% ให้น้ำหนักไว้ 35% ซึ่งขึ้นอยู่กับผลการเจรจาและการปรับเงื่อนไขด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ตัวเลขความน่าจะเป็น 15%, 50% และ 35% เป็นการประเมินของ รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์พิศาลวานิช ไม่ใช่การคาดการณ์หรือประกาศจากรัฐบาลไทยหรือ USTR
รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์เสนอว่า หัวใจของการเจรจาไทย-สหรัฐฯ ไม่ควรมุ่งเพียงรักษาอัตรา ART ไว้ที่ 19% แต่ควรเจรจาให้ “ภาษีเพิ่มเติมทุกมาตรการรวมกันไม่เกิน 19%” พร้อมเจรจาไม่ให้เกิดการเก็บภาษีซ้อนระหว่าง ART กับมาตรา 301
นอกจากนี้ เสนอให้ไทยเร่งออกกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ เนื่องจากเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอัตราภาษีมาตรา 301 รวมถึงจัดทำข้อมูลรายอุตสาหกรรมเพื่อโต้แย้งประเด็นผลผลิตส่วนเกิน โดยบทวิเคราะห์ยกตัวอย่างอุตสาหกรรมเหล็กของไทยที่มีอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 30% และคาดว่าอาจลดลงเหลือ 25%
ข้อมูลล่าสุดของ USTR ยังสะท้อนว่า ประเด็นการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับยังเป็นวาระที่สหรัฐฯ ผลักดันต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 USTR จัดการอบรมร่วมกับประเทศคู่ค้ากว่า 50 แห่งเกี่ยวกับการกำหนดและบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับ