‘สุริยะ’ เปิดวอร์รูมน้ำ คุมเจ้าพระยาไม่เกิน 2,000 ลบ.ม./วินาที ยันไม่ซ้ำวิกฤตปี 54
รมว.เกษตรฯ เปิดวอร์รูมรับมืออุทกภัย หลังฝนสะสมจากร่องมรสุมกระทบ 21 จังหวัด สั่งกรมชลประทานบริหารน้ำ 24 ชั่วโมงตามยุทธศาสตร์ “ต้นกัก-กลางหน่วง-ปลายระบาย” คุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไม่เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยายังกักเก็บน้ำอยู่ที่ 70% พร้อมย้ำสถานการณ์ปีนี้ยังควบคุมได้และจะไม่รุนแรงเท่าวิกฤตปี 2554
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย ณ ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Operation Center) กรมชลประทาน ว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้ยกระดับการบริหารจัดการน้ำเชิงรุกตลอด 24 ชั่วโมง หลังฝนตกหนักสะสมจากร่องมรสุมส่งผลให้มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 21 จังหวัด โดยใช้ยุทธศาสตร์ 3 ระยะ “ต้นกัก-กลางหน่วง-ปลายระบาย” เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการป้องกันน้ำท่วม การเก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้ง และการปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจและเกษตรกรรม
ปัจจุบัน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำกักเก็บประมาณ 70% โดยกรมชลประทานพยายามหน่วงน้ำไว้ในพื้นที่ตอนบนให้ได้มากที่สุด เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนกลางและตอนล่าง
นายสุริยะย้ำว่า ปริมาณการระบายน้ำในปีนี้ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และสถานการณ์จะไม่รุนแรงเท่ากับวิกฤตอุทกภัยในปี 2554 หรือ 2565
ขณะเดียวกัน พื้นที่ทุ่งรับน้ำลุ่มต่ำ 11 ทุ่ง เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวแล้วมากกว่า 90% ทำให้สามารถใช้พื้นที่เหล่านี้รองรับและชะลอมวลน้ำได้ โดยลดผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร
สำหรับการบริหารน้ำในพื้นที่ตอนกลางและตอนล่าง กรมชลประทานทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในกรอบไม่เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมควบคุมระดับน้ำหน้าเขื่อนไม่ให้เกิน 17.5 เมตร รทก. เพื่อปกป้องชุมชนบริเวณเหนือเขื่อน
กรมชลประทานได้ออกประกาศแจ้งเตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่เตรียมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้น
ส่วนลุ่มน้ำป่าสัก ได้ลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ลงเหลือ 25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และบริหารการตัดยอดน้ำผ่านเขื่อนพระราม 6 อย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้มวลน้ำจากลุ่มป่าสักเข้าสมทบกับลุ่มเจ้าพระยาในเวลาเดียวกันมากเกินไป
อุปสรรคสำคัญในขณะนี้คือปริมาณฝนตกสะสมในพื้นที่ท้ายเขื่อน หรือ Side Flow รวมถึงแนวโน้มกลุ่มฝนที่อาจเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ภาคตะวันตก

กระทรวงเกษตรฯ และกรมชลประทานจึงระดมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมกว่า 500 เครื่องทั่วประเทศ เพื่อเร่งระบายน้ำขังและช่วยพื้นที่ได้รับผลกระทบ
ภายหลังการประชุม นายสุริยะพร้อมคณะผู้บริหารเดินทางไปติดตามสถานการณ์ที่ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเร่งการระบายน้ำลงสู่อ่าวไทย
ปัจจุบันมีการเร่งเดินเครื่องสูบน้ำบริเวณสถานีชายทะเลและเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์เต็มศักยภาพ โดยใช้จังหวะน้ำทะเลลงเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
คลองลัดโพธิ์ช่วยลดระยะทางการไหลของน้ำจากเดิมประมาณ 18 กิโลเมตร เหลือเพียง 600 เมตร และลดระยะเวลาการเดินทางของน้ำจากประมาณ 5 ชั่วโมง เหลือเพียง 10 นาที
นายสุริยะยังระบุว่า กระทรวงเกษตรฯ เตรียมผลักดันการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเชิงโครงสร้างในระยะยาว โดยเตรียมเสนอ “โครงการคลองระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อใช้เป็นช่องทางระบายน้ำถาวรและช่วยตัดมวลน้ำก่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมีนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วม ทั้งที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะและผ่านระบบประชุมทางไกล
