“ชัชชาติ” เผยหย่อมความกดอากาศต่ำ ฝนเริ่มลด ห่วงลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี คาดใช้เวลาระบายน้ำท่วมขัง 2-3 วัน
“ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” เผยหย่อมความกดอากาศต่ำ กทม. ฝนเริ่มลดลง ห่วง ลาดกระบัง-หนองจอก-มีนบุรี สั่งทีมช่วยประชาชนติดค้าง คาดมี 5 หมื่นครัวเรือน ได้รับผลกระทบ ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต ใช้เวลาระบายน้ำค้าง 2-3 วัน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์ฝนและสภาพอากาศเช้าวันนี้ (27 ก.ย.69) ว่า ปัจจุบันร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำได้เคลื่อนตัวออกจากกรุงเทพฯ ไปทางภาคตะวันตก (ทิศทางประเทศเมียนมา) แล้ว ทำให้สถานการณ์ฝนในกรุงเทพฯ รวมถึงพื้นที่ภาคตะวันออก มีแนวโน้มเบาบางลง ไม่รุนแรงเท่าช่วง 2–3 วันที่ผ่านมา
ฝนปัจจุบันเปลี่ยนเป็นฝนจากลมมรสุมปกติตามฤดูกาล มีระดับเบาถึงปานกลาง เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนเติมในบางพื้นที่ เช่น ลาดกระบัง ส่วนพื้นที่รับฝนหนักจะย้ายไปอยู่ทางฝั่งตะวันตกของไทย”

คลองริมเจ้าพระยาระดับน้ำเริ่มลด-คลองหลักยังคงวิกฤติ
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมขังและระดับน้ำในคลอง พบว่าคลองบริเวณที่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มลดระดับลง ขณะที่คลองหลักที่ยังมีปริมาณน้ำสูงระดับสีแดง ได้แก่ คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์ เนื่องจากมีอุปสรรค คือ เมื่อเร่งสูบน้ำออกจากคลองหลัก น้ำจากพื้นที่โดยรอบจะไหลเข้ามาเติมตลอดเวลา
“จุดที่สถานการณ์คลี่คลาย ย่านเอกมัยน้ำแห้งแล้ว เนื่องจากใช้ระบบสูบน้ำระบายออกทางคลองเตยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา”
อัดน้ำแสนแสบ-ประเวศไล่ตะวันออกลงเจ้าพระยา-เคลียร์ซอยย่อย
สำหรับแนวทางบริหารจัดการและการช่วยเหลือประชาชน เน้นอัดระบายน้ำในคลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์ จากฝั่งตะวันออกไล่ไปทางตะวันตกเพื่อออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเมื่อระดับน้ำในคลองหลักลดลงแล้ว จึงจะสามารถไล่สูบน้ำออกจากซอยย่อยต่าง ๆ ได้
ทั้งนี้ แจ้งเตือนประชาชนให้ตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง และส่งทีมงานลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดค้างในพื้นที่ลาดกระบัง หนองจอก และมีนบุรี
กระทบ 50,000 ครัวเรือนใช้เวลาระบายน้ำตกค้าง 2-3 วัน
จากการประมาณการ คาดว่าจะมีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 50,000 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต”
ขณะนี้ระบบระบายน้ำของกทม.เดินเครื่องเต็มกำลัง ทั้งอุโมงค์ระบายน้ำและสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยมีปริมาณน้ำฝนในฝั่งพระนครประมาณ 223 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่กทม.มีกำลังสูบน้ำรวมประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
หากฝนหยุดตก คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2–3 วันในการระบายน้ำที่ค้างอยู่ในระบบออกไป แต่อาจมีน้ำจากพื้นที่โดยรอบไหลเข้ามาเติมระบบอีกระยะหนึ่ง จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”