เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“น้ำท่วมใหญ่” กับ “ความ (ไม่) เชื่อมั่น”
Columns “น้ำท่วมใหญ่” กับ “ความ (ไม่) เชื่อมั่น”
น้ำท่วมวันนี้ ภัยแล้งวันพรุ่ง การบ้านเรื่องน้ำ ที่ประเทศไทยรอไม่ได้
Finance น้ำท่วมวันนี้ ภัยแล้งวันพรุ่ง การบ้านเรื่องน้ำ ที่ประเทศไทยรอไม่ได้
น้ำท่วมกระทบ SET จำกัด ส่องหุ้น 3 ธีม รับอานิสงส์หลังน้ำลด
Finance น้ำท่วมกระทบ SET จำกัด ส่องหุ้น 3 ธีม รับอานิสงส์หลังน้ำลด
ราคาน้ำมันดิบปรับลด การเจรจาสันติภาพครั้งใหม่สหรัฐ-อิหร่านยังดำเนินต่อไป
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด การเจรจาสันติภาพครั้งใหม่สหรัฐ-อิหร่านยังดำเนินต่อไป
หุ้นไทยวันนี้ลุ้นรีบาวด์ แนวต้าน 1,612 จุด ชู DELTA-SCC-CK เด่น
Finance หุ้นไทยวันนี้ลุ้นรีบาวด์ แนวต้าน 1,612 จุด ชู DELTA-SCC-CK เด่น
ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
ปภ.ประกาศ 38 เขต 118 แขวง กทม. เป็นพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
News ปภ.ประกาศ 38 เขต 118 แขวง กทม. เป็นพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
รัฐบาลฟื้นกองบัญชาการ ปภ. รับมือน้ำท่วมในรอบ 15 ปี รวมศูนย์สั่งการสื่อสารจุดเดียว
Politics รัฐบาลฟื้นกองบัญชาการ ปภ. รับมือน้ำท่วมในรอบ 15 ปี รวมศูนย์สั่งการสื่อสารจุดเดียว
บัตรบาร์โค้ด ‘ลับแบบมีเงื่อนไข’ เครือข่ายน้ำเงิน ชนะคูหาองค์กรอิสระ
Politics บัตรบาร์โค้ด ‘ลับแบบมีเงื่อนไข’ เครือข่ายน้ำเงิน ชนะคูหาองค์กรอิสระ
ปลอดประสพ เตือน “กรุงเทพจมแล้ว” จับตาน้ำแม่กลองสูงเกิน 1 เมตร
News ปลอดประสพ เตือน “กรุงเทพจมแล้ว” จับตาน้ำแม่กลองสูงเกิน 1 เมตร
ดูทั้งหมด

บัตรบาร์โค้ด ‘ลับแบบมีเงื่อนไข’ เครือข่ายน้ำเงิน ชนะคูหาองค์กรอิสระ

30 ก.ย. 2569 | 09:01น.
คอลัมน์ : Politics policy people forum

ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยคดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่มีคิวอาร์โค้ดไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ด้วยมติแบบเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 

และเสียงข้างมาก ให้บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ที่มีบัตรบาร์โค้ด 8 ต่อ 1 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

“การใช้รหัสแท่งบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง ไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญระบุ

คดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด เป็นคดียืดเยื้อนานนับ 6 เดือน ตั้งแต่ปิดหีบเลือกตั้ง หลังเวลา 17.00 น.ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์

ท่ามกลางชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยใน “คูหาที่ 1” ที่กวาด สส.เข้าสภาได้มากถึง 192 เสียง และสถาปนาอำนาจให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 

แต่การนับคะแนนเลือกตั้งกลับมีปัญหา-ปั่นป่วน ในหลายจุด เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งพบความผิดปกติ ตั้งแต่การนับคะแนน รวมคะแนน การเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง ไปจนถึงการเจอคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง 

แต่คดีบัตรบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ทั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง องค์กรภาคประชาชน ร่วมกันตรวจสอบ ก่อนชงเรื่องตามรัฐธรรมนูญให้องค์กรอิสระอย่าง“ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ตรวจสอบอีกครั้ง โดยที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เรียก กกต.ชี้แจง 1 ครั้ง ก่อนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตา 

“การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งบาร์โค้ด และรหัสคิวอาร์โค้ด ซึ่งน่าเชื่อได้ว่า สามารถเชื่อมโยงหรือสืบค้นย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นความลับ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และมาตรา 85 อันมีลักษณะเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียน และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองและคุ้มครองไว้” มติของผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด 

ชัยชนะคูหาที่ 2 

ก่อนหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติคดีบัตรบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด เครือข่ายสีน้ำเงินชนะเป็น “คูหาที่ 2” คือ คดีฮั้ว สว. ทั้งนี้ เมื่อ 14 กันยายนที่ผ่านมา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิจฉัยคำร้องคดีฮั้ว สว. ส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง 77 คน แต่ใน 77 คนกลับไม่มีแกนนำ-คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิไจไทย นำโดย “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค รวมถึงครูใหญ่ เนวิน ชิดชอบ ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา เป็นชัยชนะสีน้ำเงิน-รอดยกเข่ง

มาถึงชัยชนะครั้งล่าสุดเป็น “คูหาที่ 3” เมื่อคดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผู้สันทัดกรณีคาดการณ์ไว้หลายทาง มีทั้งยกคำร้อง – ขัดรัฐธรรมนูญเฉพาะบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อไม่เป็นความลับ อาจมีการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อใหม่ หรือขัดรัฐธรรมนูญทั้งหมด ทำให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ 

แต่ที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ให้บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และยังเป็นความลับ ขณะที่บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ แม้สามารถตรวจสอบย้อนไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ แต่ทำได้โดยยาก จึงมีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ให้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

คิวอาร์โค้ดเป็นความลับ

เมื่อถอดความจาก “คำวินิจฉัย” ของศาลรัฐธรรมนูญ จะพบเหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ดังนี้ 1.บัตรแบ่งเขตเป็นความลับ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า “บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง กำหนดชุดข้อมูลในรหัสคิวอาร์โค้ด เป็นหมายเลขเล่ม ประกอบกับรหัสคิวอาร์โค้ดมีการกำหนดชุดข้อมูลการเข้ารหัสผ่านไว้

และเมื่อถอดรหัสแล้วปรากฏหมายเลขเล่มที่ปรากฏบนต้นขั้ว เมื่อจับคู่กับลำดับที่ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พบรายชื่อผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวน 20 ราย ทั้งนี้ กรณีรหัสคิวอาร์โค้ด สามารถระบุตัวตนของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นการเฉพาะรายเกิดขึ้นได้เฉพาะกรณีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 20 ราย ได้รับบัตรเลือกตั้งเล่มเดียวกัน และลงคะแนนให้ผู้สมัครคนเดียวกัน ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยมาก

“ดังนั้น บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างบัตรเลือกตั้งกับต้นขั้วได้โดยตรง ความสามารถในการบ่งชี้ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเฉพาะรายมีความเป็นไปได้น้อยมาก จึงฟังได้ว่ารหัสคิวอาร์โค้ด เป็นกรณีที่ไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” 

2.บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ เชื่อมโยงไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้  แต่การรวมต้นขั้วบัตร – บัตรเลือกตั้ง – บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 3 ส่วนที่เก็บแยกขาดจากกัน เข้าถึงได้ยาก  

“ฟังได้ว่าบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างบัตรเลือกตั้งกับต้นขั้วได้ผ่านการสแกนรหัสแท่งบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งโดยตรง และหากเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ย่อมสามารถตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนเป็นการเฉพาะตัวได้”

“มาตรการรักษาความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีการจัดเก็บแยกจากกันอย่างเด็ดขาดคนละสถานที่ ภายใต้วิธีการที่บุคคลภายนอกจะเข้าถึงและรวบรวมเอกสารทั้งสามเข้าด้วยกันได้ยากยิ่ง จึงยังฟังไม่ได้ว่าบุคคลภายนอกสามารถระบุตัวตนของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยตนเองได้”

“ดังนั้น การจัดเก็บบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่ปรากฏรหัสแท่งบาร์โค้ด ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของผู้ถูกร้อง มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมเพียงพอ 

โดยบุคคลภายนอกและเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกร้องเข้าถึงบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อระบุตัวตนของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นไปได้ยาก”

3.มาตรการความลับแบบมีเงื่อนไข ศาลระบุว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง (2) กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่และอำนาจควบคุมดูแลการเลือกตั้งและการเลือกให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม รวมทั้งการป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตการเลือกตั้งในรูปแบบต่าง ๆ 

“เพราะฉะนั้นวิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง ย่อมหมายถึงความลับแบบมีเงื่อนไข ที่ต้องคำนึงถึงดุลยภาพกับการควบคุมตรวจสอบ และดำเนินการจัดการเลือกตั้งตามหลักการเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 มิใช่ความลับโดยบริบูรณ์” 

4.ลงพื้นที่เผชิญสืบ มาตรการ กกต.ยังรัดกุม คำวินิจฉัยระบุว่า ผู้แทนผู้ร้อง และผู้แทนผู้ถูกร้อง บุคคลที่คู่กรณีขออนุญาต และเจ้าหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องร่วมเดินเผชิญสืบด้วย 

ปรากฏว่าการจัดเก็บบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในทางปฏิบัติยังคงจัดเก็บรักษาไว้ภายใต้การควบคุมดูแลของผู้ถูกร้อง โดยมีมาตรการรักษาความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ 

ซึ่งเป็นมาตรการที่มีความชัดเจนแน่นอน และมีรายละเอียดรัดกุมเพียงพอที่จะป้องกันการเข้าถึงบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งจากบุคคลภายนอกที่กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และป้องกันมิให้เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกร้องซึ่งมีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าถึงเอกสารดังกล่าว เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสืบหาการออกเสียงลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้โดยง่ายตามอำเภอใจ  

ห้าม กกต.ใช้บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด

5. ศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งให้ กกต. และคณะผู้ถูกร้องทั้ง 3 ประกอบด้วย  นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาฯ กกต. ปรับปรุงบัตรเลือกตั้ง 

แม้การระบุรหัสแท่งบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ อันเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียนหรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง 

แต่ข้อเท็จจริงแสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้ง กกต.เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม กกต.ควรกำหนดรูปแบบการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 

โดยคำนึงถึงมาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง หรือป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง โดยไม่ใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใดบนบัตรเลือกตั้งที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระบุตัวตนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผลการออกเสียงลงคะแนนอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น 

“และควรกำหนดวิธีการจัดเก็บบัตรเลือกตั้งที่พิพาทกันตามคำวินิจฉัยนี้ ให้มีมาตรการรัดกุมและเข้มงวดเป็นการเฉพาะ ไม่ให้มีการกระทำโดยผิดกฎหมาย เพื่อเข้าถึงข้อมูลและการออกเสียงลงคะแนนของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง” 

มติของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้นับเป็นการ “แบก” องค์กร กกต. 

เพราะบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ หากนำต้นขั้ว บัตรเลือกตั้ง และบัญชีผู้มีสิทธิมาประกอบกัน 

แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้ตั้งบรรทัดฐาน “ความลับแบบมีเงื่อนไข” 

แต่ก็ทำให้เครือข่ายน้ำเงินชนะเป็นคูหาที่ 3 – คูหาองค์กรอิสระ 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บาร์โค้ด องค์กรอิสระ