เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กองทัพเรือ-ไอคอนสยาม จัดนิทรรศการ“สี สรรค์ สะท้อนศิลป์”ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
Biz Movement กองทัพเรือ-ไอคอนสยาม จัดนิทรรศการ“สี สรรค์ สะท้อนศิลป์”ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
สตง. ตรวจ อบจ.เชียงใหม่–เชียงราย พบอาคาร 25% ถูกปล่อยร้าง–ใช้ไม่คุ้ม
Real Estate สตง. ตรวจ อบจ.เชียงใหม่–เชียงราย พบอาคาร 25% ถูกปล่อยร้าง–ใช้ไม่คุ้ม
ยูโอบี จัดนิทรรศการศิลปะสัมผัสได้ ให้คนตาบอดชมงานที่หอศิลปกรุงเทพฯ
SD ยูโอบี จัดนิทรรศการศิลปะสัมผัสได้ ให้คนตาบอดชมงานที่หอศิลปกรุงเทพฯ
‘อนุทิน‘ เบรกกระแสปรับ ครม. ดึง ‘กล้าธรรม’ ยันรัฐบาลยังทำงานได้
Politics ‘อนุทิน‘ เบรกกระแสปรับ ครม. ดึง ‘กล้าธรรม’ ยันรัฐบาลยังทำงานได้
‘อนุทิน’ ลั่นไม่คิดปลด ‘ชัชชาติ’ ย้ำทุกคนทำเต็มที่ มุ่งช่วย ปชช.ก่อน
Politics ‘อนุทิน’ ลั่นไม่คิดปลด ‘ชัชชาติ’ ย้ำทุกคนทำเต็มที่ มุ่งช่วย ปชช.ก่อน
หุ้นไทยร่วงแรง ปิด Q3 ดัชนีต่ำกว่า 1,600 จุด ฟันด์โฟล์วไหลออก-น้ำท่วม
Finance หุ้นไทยร่วงแรง ปิด Q3 ดัชนีต่ำกว่า 1,600 จุด ฟันด์โฟล์วไหลออก-น้ำท่วม
ธ.ก.ส. เปิดตัว ‘เงินฝากเกษียณมั่งคั่ง 2569 (4 ปี)’ ดอกเบี้ยขั้นบันไดสูงสุด 1.55% ต่อปี
Finance ธ.ก.ส. เปิดตัว ‘เงินฝากเกษียณมั่งคั่ง 2569 (4 ปี)’ ดอกเบี้ยขั้นบันไดสูงสุด 1.55% ต่อปี
ธปท.จับตาน้ำท่วมกระทบเอสเอ็มอี ภาคครัวเรือน ห่วงช็อกซ้ำ กระทบสภาพคล่อง
Finance ธปท.จับตาน้ำท่วมกระทบเอสเอ็มอี ภาคครัวเรือน ห่วงช็อกซ้ำ กระทบสภาพคล่อง
ก.ล.ต. เตือนผู้ถือหุ้น ETC ใช้สิทธิโหวตดีลซื้อ BWC หลัง IFA ชี้ราคา 330 ล้านสูงเกินมูลค่า
Finance ก.ล.ต. เตือนผู้ถือหุ้น ETC ใช้สิทธิโหวตดีลซื้อ BWC หลัง IFA ชี้ราคา 330 ล้านสูงเกินมูลค่า
พจน์ชี้ภาษี 12.5% ยังไม่จบเกม ดัน ART รักษากรอบรวม 18-20% สู้คู่แข่งอาเซียน
Economic พจน์ชี้ภาษี 12.5% ยังไม่จบเกม ดัน ART รักษากรอบรวม 18-20% สู้คู่แข่งอาเซียน
ดูทั้งหมด

รพ.เวิลด์เมดิคอล นำร่องนนทบุรี ใช้นวัตกรรมหุ่นยนต์ฝึกเดิน กู้วิกฤตผู้ป่วย Stroke

30 ก.ย. 2569 | 17:19น.

รพ.เวิลด์เมดิคอลยกระดับศูนย์สโตรก ดึงนวัตกรรมหุ่นยนต์ “Angel Robot” ฟื้นฟูผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ชูแนวคิดยกระดับคุณภาพชีวิต ชี้อนาคตการแพทย์ต้องบาลานซ์ “รักษาโรค-เวชศาสตร์ป้องกัน” รับเทรนด์สังคมสูงวัย

ดร.กันตพร หาญพาณิชย์ กรรมการเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) และรองผู้อำนวยการโรงพยาบาล ฝ่ายการตลาดภายในประเทศ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล เปิดเผยกับประชาชาติธุรกิจ ว่า โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นโรคที่มีอัตราอุบัติการณ์สูงมาก และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประเทศไทย โดยสถิติการเสียชีวิตระหว่างโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองจะสลับกันเป็นอันดับหนึ่งและอันดับสองมาโดยตลอด

จากปัญหาดังกล่าว ทางโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ซึ่งมีศูนย์สโตรกรองรับผู้ป่วยอยู่แล้ว จึงได้ตัดสินใจนำนวัตกรรมหุ่นยนต์ฝึกเดิน หรือ Angel Robot เข้ามาใช้ โดยถือเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในจังหวัดนนทบุรีที่นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาให้บริการ เพื่อมุ่งเน้นการรักษาแบบองค์รวมและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยภายหลังการรักษาโรคให้ดีขึ้น

“การนำ Angel Robot เข้ามา เนื่องจากเราเป็นศูนย์สโตรกอยู่แล้ว เราคิดว่าจะทำอย่างไรให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น ชีวิตของเขาเริ่มต้นใหม่หลังจากที่ป่วย เพราะเมื่อรักษาโรคนี้แล้ว ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องการเคลื่อนที่ที่ไม่สะดวก การนำหุ่นยนต์เข้ามาถือเป็นการรักษาแบบองค์รวมที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตเขาดีขึ้นหลังจากป่วย”

ดร.กันตพร กล่าวต่อว่า ในอดีตการฝึกเดินของผู้ป่วยสโตรกจะใช้การฝึกเดินปกติ ใช้ไม้เท้า หรือใช้คนช่วยพยุง ซึ่งไม่ได้ผลลัพธ์เท่ากับการใช้หุ่นยนต์ เนื่องจากหุ่นยนต์สามารถฝึกให้ผู้ป่วยเดินในท่าทางที่ถูกต้อง รวมถึงการลงน้ำหนักขาที่แม่นยำ โดยปกติผู้ป่วยสโตรกที่มีอาการอ่อนแรงครึ่งซีกมักจะมีวอล์กเกอร์หรือท่าเดินที่เฉียง แต่หุ่นยนต์จะบังคับให้เดินเท้าตรงและลงน้ำหนักอย่างถูกสุขลักษณะ ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการ ReWalk ทั้ง 5 ท่าน สามารถเดินเท้าตรงได้อย่างชัดเจน พิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของอุปกรณ์

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ป่วยว่า “จะไม่ล้ม” เพราะผู้ป่วยโรคนี้ส่วนใหญ่มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง หากผู้ป่วยขาดความหวังในการฟื้นฟูตนเอง ก็จะกลายเป็นภาระของครอบครัวและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

สำหรับมูลค่าการลงทุนในเทคโนโลยีหุ่นยนต์นั้น ดร.กันตพร มองว่า ความคุ้มค่าไม่ได้วัดออกมาเป็นตัวเลขทางการเงิน แต่เป็นเรื่องของ “ความหวัง” และการดูแลผู้ป่วยให้ครอบคลุมทุกมิติ

“ถามว่าค่าใช้จ่ายต่อครั้งเยอะไหมที่จะไปคุ้มกับค่าตัวของหุ่นยนต์ ไม่มีทางเลย เพราะมันคือค่ากายภาพแบบปกติ แต่มันเป็นอุปกรณ์ที่นำมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกเดินของคนไข้ เราไม่ได้มองเรื่องความคุ้มค่าเป็นหลัก แต่มองเรื่ององค์รวมในการรักษาคนไข้ว่าจะมีประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร การจัดโครงการนี้จึงจัดขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าผลลัพธ์ในการใช้เทคโนโลยีกับการไม่ใช้นั้นแตกต่างกันอย่างไร ทำให้การฟื้นตัวเร็วขึ้น คนไข้มีความมั่นใจและมีความหวังมากขึ้น”

ดร.กันตพร ได้ฉายภาพรวมถึงการเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลเพื่อรองรับเทรนด์สังคมสูงวัย (Aging Society) ว่า ในปัจจุบันผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น แต่ก็มีโอกาสเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บมากขึ้นตามไปด้วย โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอลจึงวางกลยุทธ์การดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วนหลัก เพื่อตอบรับกับกระแสความเปลี่ยนแปลงระดับโลก (Global Trend) ได้แก่:

  1. ด้านการรักษา : มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วยรักษาโรคอุบัติใหม่และโรคเรื้อรังที่พบมากในปัจจุบัน ดังเช่นการนำ Angel Robot มาใช้ฟื้นฟูผู้ป่วยระบบประสาท
  2. ด้านการป้องกัน : มุ่งเน้นการป้องกันก่อนเกิดโรค หรือกลุ่ม Wellness และ Longevity เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นการป้องกันไม่ให้เจ็บป่วย และต้องการเติบโตเป็นผู้สูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรง

เจาะลึกกระบวนการ Neuroplasticity หุ่นยนต์เร่งการฟื้นตัวสมอง

ด้าน แพทย์หญิง ปีย์รณา นาคแดง แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ได้อธิบายถึงหลักการทางแพทย์ในการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองว่า หัวใจสำคัญคือการกระตุ้นให้เกิดกระบวนการที่เรียกว่า Neuroplasticity หรือการเพิ่มการทำงานประสานงานของเซลล์ประสาทสมองที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งการจะบรรลุผลดังกล่าวได้ ต้องอาศัยการฝึกที่มีความยากเหมาะสม และมีความถี่ในการฝึกที่ถูกต้อง

Angel Robot มีความแตกต่างจากการทำกายภาพบำบัดแบบเดิม เนื่องจากตัวเครื่องสามารถปรับระดับการช่วยเหลือ (Assistance) ได้ตั้งแต่ 100%, 70% ถึง 50% ตามความสามารถของผู้ป่วยแต่ละราย ในกรณีผู้ป่วยที่มีภาวะความพิการสูง แขนขาอ่อนแรงจนไม่สามารถขยับได้ การทำกายภาพแบบเดิมต้องใช้นักกายภาพออกแรงพยุงสูง แต่หุ่นยนต์จะเข้ามาช่วยประคองในส่วนนี้ ทำให้ผู้ป่วยที่ยังไม่มีแรงพอสามารถลุกยืนและเดินได้ทันที ช่วยลดความเหนื่อยล้า และทำให้ผู้ป่วยสามารถโฟกัสการออกแรงไปยังมัดกล้ามเนื้อที่จำเพาะได้อย่างแม่นยำ

“เนื้อสมองที่สูญเสียไปทำให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองต้องเรียนรู้การเคลื่อนไหวใหม่ การฝึกธรรมดาผ่านคำบอกเล่า ผู้ป่วยอาจนึกภาพไม่ออกว่าต้องทำอย่างไร แต่หุ่นยนต์จะเป็นตัวไกด์และปรับแบบ Tailor-made ให้เลยว่าท่าทางที่ถูกต้องเป็นอย่างไร การขยับที่ถูกวิธีจะส่งสัญญาณฟีดแบ็ก (Feedback) กลับไปที่สมอง เพื่อให้สมองเรียนรู้การสั่งการใหม่อีกครั้ง”

พญ.ปีย์รณา กล่าวถึงกลุ่มเป้าหมายในการใช้งานว่า หุ่นยนต์ Angel Robot เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนแรงจนไม่สามารถยืนหรือเดินได้ เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หรือผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณไขสันหลัง โดยตัวเครื่องมีระบบเซฟตี้ Suspension คอยรั้งป้องกันการหกล้ม

อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดในผู้ป่วย 2 กลุ่มหลักที่ต้องผ่านการประเมินอย่างละเอียดก่อนใช้งาน ได้แก่:

  • ผู้ป่วยที่มีภาวะเกร็งต้านสูง (Spasticity): เกิดจากการบาดเจ็บของระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้มีการส่งสัญญาณประสาทเกินจนเกิดการเกร็งต้าน การก้าวขาของเครื่องอาจขัดกับแรงเกร็งของผู้ป่วย
  • ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการรับรู้และการสื่อสาร: ไม่สามารถสื่อสารหรือทำตามคำสั่งได้ดี ซึ่งหากเกิดความผิดปกติหรือความเจ็บปวดขณะขึ้นเครื่องจะไม่สามารถแจ้งผู้ดูแลได้ หากจะใช้งานต้องประเมินเป็นรายกรณี และมีนักกายภาพบำบัดดูแลใกล้ชิดแบบ 1 ต่อ 1

สำหรับผลลัพธ์การรักษา (Success Rate) ในโครงการ ReWalk พญ.ปีย์รณา ระบุว่า เห็นผลการฟื้นตัวที่ชัดเจนในระยะเวลาอันสั้น โดยปกติช่วงเวลาทองของการฟื้นตัว (Golden Period) ในผู้ป่วยสโตรกจะอยู่ในช่วง 3 เดือนแรกหลังจากเกิดอาการ หากเป็นการฝึกแบบเดิม ผู้ป่วยที่ยังมีแรงไม่มากอาจต้องรอให้ร่างกายฟื้นตัวระดับหนึ่งจึงจะเริ่มฝึกเดินได้ ทำให้เสียโอกาสในช่วง 3 เดือนแรกไป แต่การใช้หุ่นยนต์ช่วยให้ผู้ป่วยเริ่มฝึกเดินได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้แรงฟื้น ส่งผลให้เร่งกระบวนการฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ มองว่าในอนาคตเทคโนโลยี Medical Robot จะเข้ามามีบทบาทในวงการแพทย์ไทยมากขึ้น ไม่เพียงแต่การฝึกเดิน แต่ครอบคลุมถึงการฟื้นฟูแขน การมองเห็น และการพูด

ยันหุ่นยนต์ไม่แทนที่มนุษย์ ชู Human Touch ควบเทคโนโลยีการรักษา

ขณะที่ กภ.วิไลลักษณ์ ประดิษฐ์ธีระ หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ได้ให้ทรรศนะในมุมมองของนักกายภาพบำบัดถึงการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และนวัตกรรมว่า หุ่นยนต์เป็นเพียงเครื่องมือเสริมประสิทธิภาพ แต่ไม่สามารถทดแทนนักกายภาพบำบัดได้ เนื่องจากกระบวนการรักษาต้องเริ่มต้นจากการตรวจประเมินรายบุคคลโดยนักกายภาพ

“ผู้ป่วยสโตรกเหมือนกันไม่ได้แปลว่าจะมีความผิดปกติในการเคลื่อนไหวเหมือนกัน กำลังกล้ามเนื้อและองศาการเคลื่อนไหวจะแตกต่างกัน นักกายภาพคือผู้วางเป้าหมายการรักษาร่วมกับผู้ป่วยและญาติ จากนั้นจึงออกแบบโปรแกรมและตั้งค่าหุ่นยนต์ ให้ตรงกับจุดที่ผู้ป่วยขาด เพื่อให้การฝึกมีความท้าทายและดึงศักยภาพของกล้ามเนื้อออกมาได้สูงสุด”

กภ.วิไลลักษณ์ กล่าวเสริมว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยสโตรกสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือทำงานได้เร็วขึ้น ประกอบด้วยหลายมิติ ได้แก่ วินัยในการฝึก, การเข้ารับการรักษาในช่วง Golden Period, กำลังใจของผู้ป่วย และการสนับสนุนจากครอบครัว (Care Provider) โดยทีมแพทย์และนักกายภาพจะประเมินเป้าหมายอาชีพของผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยที่ต้องการกลับไปทำอาชีพช่าง ทีมจะเน้นการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กที่มือเพื่อให้สามารถใช้เครื่องมืออย่างไขควงได้ เป็นต้น

นอกจากนี้ การดูแลต่อเนื่องที่บ้าน (Home Program) ถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจะมีการจัดคลาสสอนผู้ดูแลโดยเฉพาะ เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายมีข้อจำกัดที่ต่างกัน ไม่สามารถใช้แนวทางการดูแลผู้ป่วยสโตรกรายอื่นมาประยุกต์ใช้ร่วมกันได้ พร้อมทั้งมีการปรับเปลี่ยนโจทย์การบ้านทุกสัปดาห์ตามพัฒนาการของผู้ป่วย

กภ.วิไลลักษณ์ ยืนยันถึงทิศทางอาชีพนักกายภาพบำบัดในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านว่า

“การรักษามนุษย์หรือการดูแลมนุษย์ ต้องใช้มนุษย์เป็นผู้ดูแล หุ่นยนต์จะถูกสั่งการโดยมนุษย์ เพราะหุ่นยนต์ยังคิดเองไม่ได้ว่ามนุษย์ต้องการอะไร มนุษย์จะต้องสื่อสารกันถึงปัญหาและมองเห็นข้อมูลเชิงลึก ของคนไข้จริงๆ แล้วถึงออกแบบการรักษา ยืนยันว่าหุ่นยนต์ไม่ได้มาแทนที่นักกายภาพบำบัด แต่เข้ามาเป็น ‘ตัวช่วย’ ให้การทำงานสะดวก ง่าย และมีความแม่นยำยิ่งขึ้น”