ไทยยูเนี่ยน-เฟรเซอร์ส รับ AI เปลี่ยนโลกธุรกิจ โจทย์ใหญ่ ‘ใช้ให้คุ้ม-คุมให้อยู่’
“ไทยยูเนี่ยน” เลือกเดินเกม AI อย่างระมัดระวัง หลังโมเดลค่าบริการหลากหลายเสี่ยงดันต้นทุนพุ่ง ขณะที่ “เฟรเซอร์ส” มอง AI เลี่ยงไม่ได้ เมื่อพนักงานเริ่มใช้จริงแล้ว เตรียมฝังเทคโนโลยีเข้ากับกระบวนการทำงานทั้งองค์กร
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เปิดเผยว่า วันนี้ความสำคัญของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นเรื่องที่ชัดเจนแล้ว โจทย์ของภาคธุรกิจจึงไม่ใช่ว่าจะนำ AI มาใช้หรือไม่ แต่คือจะนำมาใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจมากที่สุด และคุ้มค่ากับต้นทุนที่ต้องจ่าย
สำหรับภาคอุตสาหกรรม หนึ่งในความท้าทายคือบุคลากรที่มีอยู่ในองค์กรไม่ได้เติบโตมากับเทคโนโลยี AI ตั้งแต่ต้น การนำ AI เข้ามาใช้จึงจำเป็นต้องเดินอย่างค่อยเป็นค่อยไปและระมัดระวัง โดยต้องมองถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกับธุรกิจ ไม่ใช่เพียงนำเทคโนโลยีมาใช้เพราะกำลังเป็นกระแส
“คงไม่ต้องคุยกันแล้วว่า AI สำคัญหรือไม่ เพราะชัดเจนว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพียงแต่ว่าเมื่อมันสำคัญแล้ว เราจะใช้มันอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจของเราให้มากที่สุด”
นายธีรพงศ์กล่าวอีกว่า อีกเรื่องที่ต้องจับตาคือค่าใช้จ่ายจากการใช้ AI เนื่องจากผู้ให้บริการเทคโนโลยีในปัจจุบันมีรูปแบบการคิดค่าบริการหลากหลาย ทั้งการสมัครสมาชิกและการคิดค่าบริการตามการใช้งาน หากองค์กรเปิดให้พนักงานใช้งานอย่างกว้างขวางโดยไม่มีระบบควบคุมและติดตามที่เหมาะสม อาจทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจนไม่สอดคล้องกับประโยชน์ที่ได้รับ
“สิ่งที่ผมเห็นคือ ถ้าเราไม่ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด ปล่อยให้เกิดการใช้อย่างอิสระ สุดท้ายเราอาจพบว่าประโยชน์ที่ได้รับน้อยกว่าค่าใช้จ่ายที่เราลงไป”
ด้วยเหตุนี้ TU จึงเลือกแนวทางนำ AI เข้ามาใช้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยพิจารณาทั้งประโยชน์และต้นทุนควบคู่กัน เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถสร้างผลลัพธ์ต่อธุรกิจได้จริง มากกว่าการเร่งขยายการใช้งานโดยยังไม่เห็นผลตอบแทนที่ชัดเจน
ด้านนายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด กล่าวว่า การใช้ AI ภายในองค์กรเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะปัจจุบันพนักงานเริ่มนำเครื่องมือ AI เข้ามาช่วยในการทำงานแล้ว ดังนั้น สิ่งที่องค์กรต้องพิจารณาคือจะเดินหน้าได้เร็วเพียงใด และจะกำหนดกรอบการใช้งานอย่างไรให้เหมาะสม
“เราหยุดการใช้ AI ของพนักงานในองค์กรไม่ได้ โจทย์คือเราจะไปได้เร็วแค่ไหน และจะทำให้อยู่ในกรอบที่ดีได้อย่างไร สำหรับผม สิ่งสำคัญมากคือ AI จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการธุรกิจได้อย่างไร”
นายปณต กล่าวเพิ่มว่า AI ไม่ควรเป็นเพียงเครื่องมือที่แยกออกจากการทำงานหลัก แต่จะต้องค่อย ๆ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินธุรกิจ และเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์กรในอนาคต
ปัจจุบันกลุ่มจึงเริ่มทำงานร่วมกับพันธมิตรด้าน AI เพื่อสนับสนุนการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ โดยไม่ได้พิจารณาเพียงว่าเครื่องมือใดสามารถตอบโจทย์เฉพาะหน้า แต่ต้องมองถึงความสามารถในการรองรับการเปลี่ยนแปลงขององค์กรในระยะยาวด้วย การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังทำให้องค์กรต้องเรียนรู้และปรับตัวพร้อมกันหลายด้าน ตั้งแต่ทักษะของบุคลากร วิธีการทำงาน ไปจนถึงกระบวนการภายใน เนื่องจาก AI มีแนวโน้มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานมากขึ้น และอาจนำไปสู่การปรับรูปแบบการทำงานขององค์กรในระยะต่อไป