พาณิชย์ ชงงบ 1,000 ล้านพยุงค่าครองชีพน้ำท่วม ตรึงราคา-เติมผัก ไข่ รับมือกินเจ
กรมการค้าภายในเร่งบริหารสินค้ารับผลกระทบน้ำท่วม ตั้ง War Room ติดตามผัก สินค้าอุปโภคบริโภค และระบบตลาดแบบวันต่อวัน หลังแหล่งผลิตสำคัญภาคกลาง-ตะวันตกเสียหาย ดันราคาผักบางชนิดสูงขึ้น ก่อนเริ่มทยอยลดจากการเติมสินค้าเข้าตลาดกลาง พร้อมขอผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้า เพิ่มสต๊อก ปรับระบบขนส่ง และลดส่งออกไข่ไก่ 30-50% เพื่อเติมตลาดในประเทศ ขณะที่เตรียมของบประมาณราว 1,000 ล้านบาท ขับเคลื่อนมาตรการลดค่าครองชีพทั่วประเทศถึงระดับชุมชน
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อแหล่งเพาะปลูกผักสำคัญ โดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันตก อาทิ ปทุมธานี นนทบุรี ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี และราชบุรี รวมถึงบางพื้นที่ในนครราชสีมา ขณะที่แหล่งผลิตในภาคเหนือและภาคใต้ยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
ทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเร่งบริหารจัดการสถานการณ์ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงผลผลิตจากพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้าสู่ตลาดกลาง ซึ่งเป็นจุดรวบรวมและกระจายผักไปยังตลาดสด โมเดิร์นเทรด และร้านอาหาร
กรมฯ ได้หารือกับสมาคมและผู้บริหารตลาดกลางสำคัญ เช่น ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดศรีเมือง ตลาดไท และตลาดสุรนคร เพื่อเพิ่มปริมาณผักจากแหล่งผลิตอื่นเข้ามาทดแทนผลผลิตที่ลดลง ขณะเดียวกันต้องเตรียมรองรับความต้องการที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลกินเจ
นายวัฒนศักย์กล่าวว่า หลังเร่งเชื่อมโยงผลผลิตเข้าสู่ระบบ ราคาผักขายส่งในตลาดกลางหลายรายการเริ่มปรับลดลง โดยกะหล่ำปลีจากก่อนหน้านี้ประมาณ 12 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 8 บาทต่อกิโลกรัม
ส่วนพริกจินดาเขียวและพริกจินดาแดง ซึ่งก่อนหน้านี้อยู่ในช่วงประมาณ 50-70 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 45 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ผักบุ้งจีนยังทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 100 บาทต่อกิโลกรัมในตลาดกลาง ไม่ได้ปรับขึ้นจากระดับสูงสุดก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผักใบและพืชต้นอ่อนยังมีความผันผวนสูง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากฝนโดยตรง ทำให้กรมฯ ต้องบริหารจัดการแบบวันต่อวัน และหากมีฝนตกเพิ่ม ราคาบางรายการอาจขยับขึ้นได้อีกในระยะสั้น
“ถ้าเราเติมผักเข้ามาในระบบมากขึ้นจากแหล่งที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ สถานการณ์ราคาผักก็ไม่น่าจะเลวร้ายลงไปกว่านี้ แต่ต้องติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด เพราะผักก็มีระยะเวลาในการปลูก ไม่สามารถเพิ่มผลผลิตได้ทันที”
กรมการค้าภายในยังได้ตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์ แบ่งเป็นด้านสินค้าเกษตร ระบบตลาด มาตรการลดค่าครองชีพ และสินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมเชื่อมโยงการทำงานกับ Single Command ของกระทรวงพาณิชย์และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ในพื้นที่น้ำท่วมสูงที่การขนส่งติดขัด กรมฯ ได้ประสานส่วนราชการที่มีรถขนาดใหญ่ช่วยขนส่งและเชื่อมโยงสินค้าออกจากพื้นที่เข้าสู่ตลาดกลาง เพื่อไม่ให้สินค้าเสียหายและลดปัญหาขาดแคลน
สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค นายวัฒนศักย์กล่าวว่า ได้หารือกับห้างค้าปลีก-ค้าส่งและผู้ผลิตสินค้า ขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด พร้อมเตรียมโปรโมชั่นช่วยลดภาระประชาชนทั้งในช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด
กรมฯ ยังขอให้ผู้ประกอบการเพิ่มสต๊อกสินค้าและปรับรูปแบบการขนส่งในพื้นที่น้ำท่วม โดยหากสาขาใดได้รับผลกระทบ ให้กระจายสต๊อกไปยังสาขาใกล้เคียง เพื่อให้เมื่อระดับน้ำลดสามารถกลับมาเปิดบริการได้ทันที
อีกปัญหาที่พบในช่วงวิกฤตคือพนักงานไม่สามารถเดินทางมาทำงาน ทำให้แม้มีสินค้าอยู่ในคลังแต่ไม่สามารถนำขึ้นชั้นจำหน่ายได้ กรมฯ จึงขอให้ผู้ประกอบการวางแผนรองรับ รวมถึงเปิดพื้นที่ในสาขาให้พนักงานที่ได้รับผลกระทบสามารถพักอาศัยได้ชั่วคราว เพื่อให้ระบบกระจายสินค้ายังคงทำงานต่อเนื่อง
ส่วนผู้ผลิตสินค้า กรมฯ ขอให้ติดตามสถานการณ์พื้นที่พักอาศัยของพนักงานด้วย แม้โรงงานไม่ถูกน้ำท่วม แต่หากพนักงานไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ อาจกระทบสายการผลิตและการจัดส่งสินค้า
กรณีพื้นที่น้ำท่วมสูง กรมฯ ยังได้ประสานฝ่ายทหารเพื่อช่วยขนย้ายสินค้าออกจากโรงงาน รวมถึงประสานผู้ประกอบการบริจาคสินค้า โดยก่อนหน้านี้ได้จัดส่งถุงยังชีพและสินค้าไปช่วยพื้นที่ปราจีนบุรีแล้ว 2,000 ชุด และจะดำเนินการต่อเนื่องตามสถานการณ์
นายวัฒนศักย์กล่าวว่า ในช่วงหลังน้ำลด กรมฯ เตรียมจัดรถโมบายและจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัด โดยจะขอความร่วมมือผู้ประกอบการนำสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ รวมถึงวัสดุก่อสร้างและเครื่องใช้ไฟฟ้ามาจัดโปรโมชั่น เช่น ลดราคา หรือโครงการเก่าแลกใหม่ เพื่อช่วยประชาชนฟื้นฟูบ้านเรือน
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างจัดทำแผนดูแลราคาสินค้าและลดค่าครองชีพ โดยกรมการค้าภายในได้เสนอของบประมาณในกรอบประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินมาตรการในทุกจังหวัด ทั้งระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับชุมชน
สำหรับสินค้าในกลุ่มปศุสัตว์ นายวัฒนศักย์กล่าวว่า เนื้อหมูและไก่ยังไม่มีปัญหาด้านปริมาณและราคาอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ไข่ไก่เป็นสินค้าที่ต้องติดตามใกล้ชิด หลังแหล่งผลิตสำคัญในภาคตะวันออก โดยเฉพาะฉะเชิงเทราได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยฟาร์มขนาดใหญ่บางแห่งได้รับความเสียหายอย่างมาก
แม้ภาพรวมปริมาณการผลิตและความต้องการยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน แต่ลูกค้าที่เคยรับไข่จากฟาร์มที่ได้รับผลกระทบต้องหันไปซื้อจากแหล่งอื่น ทำให้เกิดการแข่งขันแย่งซื้อสินค้า
กรมฯ จึงขอความร่วมมือผู้ส่งออกไข่ไก่ลดปริมาณส่งออก 30-50% และบางรายให้เลื่อนแผนส่งออก เพื่อเพิ่มปริมาณไข่เข้าสู่ตลาดในประเทศ พร้อมให้ผู้ประกอบการแจ้งแผนส่งออกเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน รวมถึงกำหนดส่งมอบเป็นรายสัปดาห์ เพื่อใช้ติดตามสถานการณ์
ขณะเดียวกัน ได้ขอความร่วมมือผู้เลี้ยงตรึงราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม และให้ฟาร์มจัดส่งสินค้าไปยังคู่ค้าและช่องทางเดิมก่อน เพื่อป้องกันการดึงสินค้าไปจำหน่ายผ่านผู้ค้ารายใหม่ที่เข้ามาซื้อในช่วงสินค้าตึงตัว
นายวัฒนศักย์กล่าวว่า ได้ตั้งชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบพฤติกรรมการจำหน่ายไข่ พร้อมประสานตำรวจ ปคบ. เข้าร่วมตรวจสอบ โดยเฉพาะกรณีเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่ายจากไข่คละเป็นไข่เบอร์เพื่อเพิ่มราคาในช่วงสถานการณ์วิกฤต
“ตอนนี้ต้องช่วยกัน ไม่ใช่เวลาที่จะมาหากำไร บ้านเมืองต้องไปได้ ประชาชนต้องอยู่ได้ก่อน”
กรมฯ ยังจะหารือกับกรมปศุสัตว์ถึงมาตรการช่วยเหลือฟาร์มไข่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อเร่งฟื้นฟูการผลิตและเพิ่มปริมาณไข่กลับเข้าสู่ระบบ
สำหรับอาหารปรุงสำเร็จ กรมการค้าภายในจะเน้นดูแลต้นทุนวัตถุดิบ เนื่องจากน้ำท่วมทำให้เส้นทางขนส่งต้องอ้อม ระยะทางและเวลาขนส่งเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคยืนยันว่าจะพยายามตรึงราคาให้นานที่สุด
ส่วนโครงการร้านธงฟ้ายังคงดำเนินการต่อเนื่อง โดยกรมฯ อยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบช่วยลดภาระต้นทุนให้ร้านอาหาร เพื่อให้สามารถจำหน่ายเมนูราคาประหยัดเป็นทางเลือกแก่ประชาชน รวมถึงหารือร้านสะดวกซื้อให้จัดทำเมนูที่ประชาชนเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม.