วิจัยกรุงศรี คาดน้ำท่วมกระทบจีดีพี 0.1-0.2% จับตาหนี้ครัวเรือนพุ่ง กำลังซื้อแผ่ว
วิจัยกรุงศรี ประเมินน้ำท่วมกระทบเศรษฐกิจ 1.7-3.9 หมื่นล้าน กระเทือนจีดีพี 0.1-0.2% ภาพรวมเศรษฐกิจไทยได้แรงหนุนส่งออกและลงทุน ขณะที่เศรษฐกิจโลก PMI โลกขยายตัวสูงสุด 4 ปีครึ่ง แรงหนุนลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับ AI ดาต้า เซ็นเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิจัยกรุงศรีได้จัดทำบทวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจและการเงิน ฉบับวันที่ 6 ต.ค. 2569 โดยประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออก แต่ภาพรวมการเติบโตอาจถูกจำกัดจากทั้งการบริโภคภาคเอกชนในระยะต่อไปที่มีแนวโน้มชะลอลงจากภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงและกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง
ต่อมาแรงกดดันจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ โดยเฉพาะการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 ในประเด็นการใช้กำลังการผลิตส่วนเกิน และความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งหากเกิดกรณีสถานการณ์ไม่รุนแรงขึ้นจากระดับปัจจุบัน วิจัยกรุงศรีประเมินว่าผลผลิตที่สูญเสียและการหยุดชะงักของภาคธุรกิจจากน้ำท่วมใน กทม. และปริมณฑลตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.ย. อาจมีมูลค่าประมาณ 1.7-3.9 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 0.1–0.2% ของจีดีพี
ส่วนความเสียหายต่อสินทรัพย์ทางกายภาพ คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 0.6-0.8% ของสต๊อกทุนรวมใน กทม. และปริมณฑล ซึ่งสูงกว่าผลกระทบต่อจีดีพีอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน ส.ค. ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน (PCI) ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในหมวดสินค้าคงทนจากยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล สำหรับดัชนีการลงทุนภาคเอกชนมีการเติบโตขึ้น 21.8% ตามยอดจำหน่ายเครื่องจักรและการนำเข้าสินค้าทุนหมวดคอมพิวเตอร์ ส่วนการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำขยายตัวต่อเนื่อง 21.7% และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทรงตัวที่ 2.5 ล้านคน
ทางด้านภาพเศรษฐกิจโลก PMI โดยภาคการผลิตเดือน ก.ย. ขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปีครึ่ง โดย PMI ของสหรัฐเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2565 ขณะที่ยูโรโซนขยายตัวมากที่สุดในรอบกว่า 4 ปี
ส่วนญี่ปุ่น แม้ PMI ชะลอลงเล็กน้อย แต่ยังคงขยายตัว สะท้อนแรงหนุนจากการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับ AI ดาต้า เซ็นเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ที่เร่งขึ้น แต่การเติบโตยังกระจุกตัวอยู่ในบางภาคการผลิต และยังเผชิญความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานที่สูง รวมถึงความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ
ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศสหรัฐ โดยภาพรวมจีดีพีในไตรมาส 2 และ PMI ยังคงสะท้อนการเติบโตของภาคการผลิต แต่ตลาดแรงงานมีสัญญาณชะลอตัว เนื่องจากการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง จาก 133,000 ตำแหน่งในเดือนก่อน ส่วนอัตราว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 4.2% และค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงชะลอตัวมากที่สุดในรอบ 64 เดือน จากภาพดังกล่าว วิจัยกรุงศรียังคงมุมมองว่า เฟดมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27-28 ต.ค. นี้
สำหรับเศรษฐกิจของจีน ภาคการผลิตพลิกกลับมาขยายตัว แต่ยังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและอุปสงค์ โดยรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม ได้แก่ การให้เงินอุดหนุนสินเชื่อบ้าน ลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มโควตาสินเชื่อ Re-lending และอนุญาตให้รัฐบาลท้องถิ่นใช้โควตาพันธบัตรที่เหลือในปีก่อน ซึ่งผลบวกจากมาตรการดังกล่าวน่าจะมีจำกัด แต่คาดว่าจะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจจีนในปีนี้ให้ขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 4.5-5.0%