ลำไยตะวันออก ราคาร่วงเหลือ 20 บาท/กก. คนเหมาสวน-เกษตรกร ขาดทุนยับ
ภายหลังฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมในภาคตะวันออก กระทบคุณภาพลำไยจันทบุรี-สระแก้ว ผลเปียก แตก สีไม่สวย ดันราคาเกรดส่งออกจีนร่วงเหลือ 18-22 บาท/กก. จากต้นฤดู 35 บาท ด้านผู้รับเหมาสวนล่วงหน้าต้องเจรจาเกษตรกรขอลดราคา ขณะที่ภาคธุรกิจเร่งฟื้นความเชื่อมั่นบริโภคลำไยไทย
นายเอนก ธรรมสุทธิ์ ประธานกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนสอยดาว จำกัด จ.จันทบุรี เปิดเผย“ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ราคาลำไยปรับตัวลดลงอย่างหนักตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน จากเดิมที่คาดว่าช่วงเทศกาลวันชาติจีนราคาจะขยับขึ้นไปถึง 40-45 บาท/กก.
แต่สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อคุณภาพลำไยทันที ผลเปียกและแตก ทำให้ราคาลำไยจากต้นฤดูที่เคยอยู่ 35 บาท/กก. ลดเหลือ 20-22 บาท/กก. ส่วนราคาหน้าสวนอยู่เพียง 12-14 บาท/กก. ขณะที่ลำไยลูกดำและลูกร่วง ราคาเดิม 11-12 บาท/กก. เหลือเพียงประมาณ 8 บาท/กก. เท่านั้น

กรมการค้าภายในเร่งรับซื้อ
สำหรับการช่วยเหลือภาครัฐ กรมการค้าภายในได้มีแผนช่วยรับซื้อลำไยในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก โดยให้สหกรณ์ 3 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนสอยดาว จำกัด สหกรณ์การเกษตรสอยดาว จำกัด และสหกรณ์ชาวสวนสอยดาว จำกัด ร่วมกันรวบรวมลำไยจากเกษตรกร เพื่อส่งให้คู่สัญญา
เช่น ห้างโมเดิร์นเทรดและสหกรณ์ภายในประเทศ โดยกำหนดราคารับซื้อสูงกว่าตลาดประมาณ 3 บาท/กก. มีค่าบริหารจัดการ 2 บาท/กก. และเกษตรกรได้รับประโยชน์ประมาณ 1 บาท/กก. อย่างไรก็ตาม วงเงินช่วยเหลือยังมีจำกัด โดยปีก่อนเคยได้รับวงเงินประมาณ 300,000-400,000 บาท สามารถรับซื้อลำไยได้ประมาณ 300 ตัน
นายหน้าเหมาสวนขาดทุนยับ
ด้านนายศิริไพบูลย์ วัฒณวงศ์ชัย นายกสมาคมชาวสวนลำไยและไม้ผลจ.สระแก้ว ผู้รับเหมาซื้อลำไยรายใหญ่ ต.คลองหาด จ.สระแก้ว เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ลำไยคุณภาพลดลง ล้งที่รับซื้อจำเป็นต้องนำลำไยไปอบให้แห้งก่อนเข้าสู่กระบวนการรมสารซัลเฟอร์เพื่อส่งออก ส่งผลให้ราคาลำไยผิวจีนคุณภาพดีลดลงอย่างรวดเร็ว
บางสวนเกิดน้ำท่วมไม่สามารถเข้าเก็บผลผลิตได้ ขณะที่ผลลำไยเปียกน้ำบางสวนก็ไม่สามารถขายได้ เนื่องจากผลผลิตแตก สีไม่สวย มีเชื้อราและเพลี้ย ล้งไม่กล้าเสี่ยงรับซื้อ เพราะไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับวางตะกร้าและเป่าลมให้ผลผลิตแห้งในปริมาณมาก

ปัญหาดังกล่าวกระทบผู้รับเหมาที่ทำสัญญาเหมาสวนผิวจีนล่วงหน้าในราคา 28,000-30,000 บาท/ตัน ขณะที่สามารถขายต่อได้เพียงประมาณ 25,000 บาท/ตัน และเมื่อเกิดฝนหนัก ราคาผิวจีนหน้าล้งเหลือประมาณ 25-27 บาท/กก.
ขณะเดียวกันผู้รับเหมามีต้นทุนเพิ่มเติมทั้งค่าขนส่ง ค่าเก็บ และค่าบรรจุ ตะกร้าละ 7 บาท โดยหนึ่งตะกร้ามีน้ำหนักประมาณ 11.5 กก. ทำให้ราคาหน้าสวนเหลือเพียง 16-18 บาท/กก.
“ตอนนี้ผู้รับเหมาจำเป็นต้องเจรจาต่อรองราคากับเกษตรกร โดยสวนที่คุณภาพไม่ดีอาจต้องขอลดราคา 10-20% หากสวนใดเจรจาราคาได้จะเข้าเก็บก่อน ขณะที่สวนที่ยังตกลงกันไม่ได้ต้องชะลอการเก็บไว้” นายศิริไพบูลย์กล่าว
เร่งกระตุ้นการบริโภคหวังพยุงราคา
ด้านนายทินกฤต ชีวินวรกูล นายกสมาคมผู้ค้าและส่งออกลำไยภาคตะวันออก และเจ้าของบริษัทส้มทอง จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ฝนที่ตกต่อเนื่องทุกวันทำให้คุณภาพลำไยลดลงและราคาปรับตัวลง แต่นอกจากการเร่งแก้ปัญหาคุณภาพผลผลิตแล้ว ภาคธุรกิจยังเห็นว่าต้องเร่งฟื้นความเชื่อมั่นและค่านิยมการบริโภคลำไยไทย พร้อมสื่อสารข้อมูลเชิงบวกเกี่ยวกับลำไยไทยให้มากขึ้น เพื่อสร้างตลาดและช่วยพยุงราคาผลผลิตในช่วงที่เกษตรกรกำลังเผชิญทั้งปัญหาฝนตกหนัก คุณภาพผลผลิต และต้นทุนการรับซื้อที่เพิ่มสูงขึ้น
