จากโหนกระแสสู่ ‘ประกันลูกทรพี’ สังคมไทยมาถึงจุดนี้แล้วจริงหรือ?
ผู้เขียน : อาจารย์ทอมมี่ พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน
อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย
หลังจากติดตามข่าวผู้สูงอายุร้องเรียนว่าถูกคนในครอบครัวพาตัวไปอยู่ในสถานดูแลโดยไม่สมัครใจ รวมถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเข้าครอบครองกิจการ ผมก็นึกถึงคำถามหนึ่งขึ้นมา ถ้าบริษัทประกันภัยต้องออกผลิตภัณฑ์เพื่อคุ้มครองพ่อแม่จากการถูกลูกหลานอุ้มไปกักขังจริง ๆ กรมธรรม์นี้จะขายอย่างไร ควรมีทุนประกันเท่าไร และที่สำคัญ จะเคลมกันอย่างไร?
เพราะการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยไม่ใช่เพียงตั้งชื่อให้น่าสนใจแล้วเปิดขายได้ทันที แต่ต้องกำหนดความคุ้มครอง วงเงิน เงื่อนไข และหลักเกณฑ์การจ่ายสินไหมให้ชัดเจน ผมจึงลองออกแบบ “ประกันลูกทรพี” ขึ้นมาเป็นผลิตภัณฑ์สมมติ
โดยแบ่งเป็น 3 แพ็กเกจตามระดับความต้องการคุ้มครอง ส่วนจะมีใครกล้าขายจริงหรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะแค่ชื่อผลิตภัณฑ์ก็น่าจะทำให้ฝ่ายการตลาดต้องประชุมกันหลายรอบแล้ว
แพ็กเกจที่ 1 “ลูกฉันเป็นคนดี” – ทุนประกัน 300,000 บาท
แพ็กเกจเริ่มต้นสำหรับพ่อแม่ที่ยังเชื่อมั่นในความกตัญญูของลูกหลาน แต่ก็อยากมีหลักประกันไว้เผื่อเหตุไม่คาดฝัน ความคุ้มครองหลักคือบริการโทรตรวจสอบความปลอดภัยเป็นระยะ ระบบแจ้งเตือนเมื่อขาดการติดต่อผิดปกติ ค่าประสานงานฉุกเฉิน ค่าที่ปรึกษากฎหมาย และค่าใช้จ่ายในการสืบหาข้อเท็จจริงเบื้องต้น หากผู้เอาประกันถูกกล่าวหาว่าไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ ก็มีวงเงินสำหรับเข้ารับการตรวจประเมินทางการแพทย์อย่างเป็นกลาง
ทุนประกัน 300,000 บาท ไม่ได้หมายความว่าหายตัวไปหนึ่งครั้งแล้วบริษัทประกันจะโอนเงินให้สามแสนบาททันที แต่เป็นวงเงินรวมสำหรับค่าใช้จ่ายที่ได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไข แพ็กเกจนี้เหมาะสำหรับคนที่ยังมั่นใจว่าลูกเป็นคนดี เพียงแต่อยากมั่นใจว่าถ้าวันหนึ่งตัวเองติดต่อใครไม่ได้ จะมีคนนอกครอบครัวเริ่มตรวจสอบให้ เรียกว่าเชื่อใจลูกได้เต็มที่ แต่ขอมีแผนสำรองไว้สักหน่อย
แพ็กเกจที่ 2 “รักลูก แต่ขอรักตัวเองด้วย” – ทุนประกัน 1 ล้านบาท
แพ็กเกจนี้สำหรับผู้ที่มีบ้าน ที่ดิน เงินฝาก หรือทรัพย์สินสะสมอยู่พอสมควร และต้องการความคุ้มครองมากกว่าการตามหาตัว นอกจากบริการตรวจสอบความปลอดภัยและช่วยเหลือฉุกเฉินแล้ว ยังมีวงเงินค่าทนายความสำหรับดำเนินคดี ค่าสืบสวน ค่าตรวจสอบเอกสารมอบอำนาจ ค่าพิสูจน์ลายมือชื่อ และค่าดำเนินการเพื่อปกป้องสิทธิในทรัพย์สิน รวมถึงค่ารักษาพยาบาล การฟื้นฟูสภาพจิตใจ และค่าที่พักปลอดภัยชั่วคราวหลังได้รับอิสรภาพ
วงเงิน 1 ล้านบาทเป็นวงเงินรวมสำหรับค่าใช้จ่ายที่เข้าเงื่อนไข โดยอาจกำหนดวงเงินย่อยสำหรับค่าทนาย ค่าสืบสวน และค่ารักษาพยาบาล เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายให้สมเหตุสมผล แพ็กเกจนี้ไม่ใช่การประกันว่าลูกจะไม่มีวันทำอะไรผิด แต่เป็นการรับประกันว่า หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน พ่อแม่จะไม่ต้องเริ่มต้นต่อสู้เพียงลำพัง เพราะความรักอาจไม่มีเงื่อนไข แต่กรมธรรม์ประกันภัยจำเป็นต้องมีเงื่อนไขครับ
แพ็กเกจที่ 3 “มรดกพันล้าน แต่ฉันยังไม่ตาย” – ทุนประกัน 5 ล้านบาท
แพ็กเกจระดับสูงสำหรับเจ้าของกิจการ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีทรัพย์สินจำนวนมาก ซึ่งอาจมีความเสียหายตามมามากกว่าการสูญเสียอิสรภาพส่วนบุคคล ความคุ้มครองจะครอบคลุมค่าทนายความและค่าดำเนินคดีวงเงินสูง ค่าสืบสวนทางการเงิน ค่าตรวจสอบธุรกรรมที่น่าสงสัย และค่าที่ปรึกษาเพื่อรักษาสิทธิในหุ้นหรือทรัพย์สิน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดการเหตุฉุกเฉิน หากผู้เอาประกันถูกกักขังจนไม่สามารถบริหารกิจการได้ตามปกติ
สำหรับเจ้าของธุรกิจอาจซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับกำไรที่สูญเสียจากการหยุดชะงักของกิจการ ค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้บริหารชั่วคราว และค่าดำเนินการทางกฎหมายเพื่อป้องกันการถูกยึดอำนาจบริหารหรือโอนทรัพย์สินโดยมิชอบ แน่นอนว่าความเสียหายทางธุรกิจต้องพิสูจน์ความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่คุ้มครองได้ ไม่ใช่บริษัทขาดทุนจากการแข่งขันตามปกติแล้วมาเรียกสินไหมจากประกันลูกทรพี
แพ็กเกจนี้อาจต้องมีผู้จัดการกรณีฉุกเฉินและทนายความอิสระที่ผู้เอาประกันแต่งตั้งไว้ล่วงหน้า เพราะคนมีทรัพย์สินพันล้านอาจไม่ได้กลัวไม่มีเงินจ้างทนาย แต่กลัวว่าวันที่จำเป็นต้องใช้ทนายที่สุด กลับไม่มีโอกาสหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครเลยต่างหาก
แล้วจะเคลมเมื่อไร? ต้องรอให้ถูกขังจริงก่อนหรือไม่?
เรื่องนี้เป็นหัวใจของการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัย เพราะถ้ากำหนดให้ต้องมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าถูกกักขังโดยมิชอบก่อนจึงจะช่วยเหลือได้ กว่าคดีจะสิ้นสุด ผู้เอาประกันอาจเดือดร้อนไปนานแล้ว แต่ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทประกันก็ไม่สามารถจ่ายเงินทันทีเพียงเพราะพ่อแม่ทะเลาะกับลูกเรื่องมรดก ผมจึงเสนอให้แบ่งการเคลมออกเป็น 3 ระดับ
ระดับแรก เมื่อเกิดเหตุผิดปกติที่น่าสงสัย
เช่น ผู้เอาประกันขาดการติดต่อโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ไม่สามารถยืนยันว่าตนเองปลอดภัยได้ หรือมีบุคคลแจ้งเบาะแสว่าถูกพาไปอยู่ในสถานที่โดยไม่สมัครใจ บริษัทประกันจะเริ่มให้บริการตรวจสอบและประสานงานตามขั้นตอนที่กำหนด โดยยังไม่ต้องสรุปว่าใครกระทำผิด เพราะบริการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นการป้องกันเหตุ ไม่ใช่การตัดสินคดีอาญา
ระดับที่สอง เมื่อมีหลักฐานเบื้องต้นว่าผู้เอาประกันอาจถูกละเมิดสิทธิ
เช่น มีพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าถูกควบคุมตัวโดยไม่สมัครใจ ถูกจำกัดการสื่อสาร หรือถูกข่มขู่ให้ลงนามในเอกสารสำคัญ บริษัทประกันสามารถอนุมัติวงเงินเพื่อจ้างทนาย ประสานหน่วยงานรัฐ และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอคำพิพากษาถึงที่สุด แต่ต้องมีกระบวนการกลั่นกรองอย่างเป็นอิสระ เพื่อป้องกันการใช้กรมธรรม์เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งคนในครอบครัว
ระดับที่สาม เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นและพิสูจน์ได้
ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าดำเนินคดี ค่าตรวจสอบธุรกรรม หรือความเสียหายทางธุรกิจที่ได้รับความคุ้มครอง บริษัทประกันจะพิจารณาชดใช้ตามหลักฐานค่าใช้จ่าย วงเงิน และเงื่อนไขกรมธรรม์ ต้องแยกให้ชัดระหว่างการรับบริการดูแลผู้สูงอายุโดยสมัครใจและชอบด้วยกฎหมาย กับการนำบุคคลไปจำกัดเสรีภาพโดยมิชอบ เพราะสองเรื่องนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ปัญหาใหญ่ที่สุด อาจไม่ใช่จำนวนเงิน แต่เป็นคนที่มีสิทธิแจ้งเคลม
สำหรับประกันทั่วไป ผู้เอาประกันหรือผู้รับผลประโยชน์มักเป็นผู้แจ้งเคลม แต่ประกันลูกทรพีมีความพิเศษตรงที่ผู้เอาประกันอาจเป็นคนที่ไม่สามารถติดต่อโลกภายนอกได้ และบุคคลที่ควรจะช่วยแจ้งเคลมก็อาจเป็นผู้มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับเขาเสียเอง ดังนั้น กรมธรรม์ต้องกำหนดตั้งแต่วันทำประกันว่า ใครสามารถแจ้งเหตุ ใครเป็นผู้ประสานงานอิสระ และใครมีอำนาจให้ความยินยอมในการดำเนินการต่าง ๆ ตามกฎหมาย
เงินค่าทนายหรือค่าผู้เชี่ยวชาญควรจ่ายตรงให้ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุมัติ ไม่ใช่จ่ายผ่านบุคคลที่ถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ที่สำคัญ การแจ้งเหตุโดยญาติไม่ควรเพียงพอที่จะสรุปว่าผู้เอาประกันถูกอุ้มจริง แต่ก็ไม่ควรให้ญาติอีกฝ่ายใช้สิทธิคัดค้านจนระบบช่วยเหลือไม่สามารถเริ่มทำงานได้ นี่แหละครับความยากของการออกแบบประกันภัยที่ต้องบริหารทั้งความเสี่ยงด้านการเงินและความเสี่ยงด้านความสัมพันธ์ในครอบครัวพร้อมกัน
สังคมไทยมาถึงจุดนี้แล้วจริงหรือ?
ลองมองย้อนกลับไปจากแนวคิดประกันลูกทรพี จะพบว่าคำถามที่ใหญ่กว่าเรื่องเบี้ยประกันหรือทุนประกันก็คือ ระบบคุ้มครองคนในสังคมของเราทำงานได้ดีเพียงใด หากเกิดเหตุพาบุคคลไปกักขังโดยมิชอบจริง ย่อมต้องมีคำถามตั้งแต่ขั้นตอนการพาตัวขึ้นรถว่าใครตรวจสอบความยินยอม ระหว่างทางใครรับผิดชอบความปลอดภัย และเมื่อถึงสถานดูแล ใครเป็นคนตรวจสอบสิทธิของผู้เข้ารับบริการ
สถานดูแลผู้สูงอายุได้รับใบอนุญาตอย่างไร มีการตรวจสอบมาตรฐานจริงเพียงใด และหากผู้พักอาศัยบอกว่าไม่ต้องการอยู่ที่นั่น จะมีช่องทางให้เขาร้องขอความช่วยเหลือโดยไม่ผ่านคนที่พาตัวมาหรือไม่ นี่เป็นคำถามที่ควรตรวจสอบด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข้อสรุปว่าผู้เกี่ยวข้องทุกคนร่วมกันกระทำผิด แต่ต่อให้มีกฎหมาย มีใบอนุญาต มีหน่วยงานกำกับดูแลครบถ้วน สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรถูกมองข้ามก็คือ คุณธรรมและจริยธรรมของความเป็นคน
เราอาจออกแบบระบบตรวจสอบได้ดีที่สุด แต่ถ้าบุคคลที่มีหน้าที่ดูแลกลับมองเห็นมนุษย์คนหนึ่งเป็นเพียงทรัพย์สิน เป็นรายได้ หรือเป็นอุปสรรคที่ต้องกำจัดออกไป ระบบใดก็ตามย่อมมีโอกาสถูกบิดเบือน ผมเชื่อว่าคนจำนวนมากคงรู้สึกเหมือนกันว่า หากไม่ได้เห็นข่าวและข้อร้องเรียนลักษณะนี้ด้วยตัวเอง ก็คงคิดว่าเป็นเพียงบทละครหรือพล็อตภาพยนตร์ที่แต่งขึ้นมาเพื่อเรียกความสนใจ เพราะเราไม่อยากเชื่อว่าภัยจากการถูกพรากอิสรภาพอาจซ่อนอยู่ในความสัมพันธ์ที่ควรจะปลอดภัยที่สุด
แน่นอนว่าเราต้องไม่เหมารวมว่าลูกหลานทุกคนหรือสถานดูแลผู้สูงอายุทุกแห่งเป็นอันตราย และข้อกล่าวหาต่อบุคคลในข่าวยังต้องได้รับการพิสูจน์ตามกฎหมาย แต่ข่าวเหล่านี้ก็ควรทำให้เราตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า สังคมที่ดีควรปล่อยให้ผู้สูงอายุต้องซื้อประกันภัย เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีคนช่วยเหลือหากถูกคนในครอบครัวละเมิดสิทธิจริงหรือ? และถ้าประกันลูกทรพีเกิดขึ้นจริง ผมคิดว่าสโลแกนที่เหมาะสมที่สุดคงเป็น
“คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของคุณ… แม้ภัยนั้นจะมาจากคนที่คุณรักที่สุด” ส่วนอีกสโลแกนที่อาจจะตรงกว่า แต่บริษัทประกันคงไม่กล้าเอาไปใช้โฆษณาก็คือ “เพราะกว่าจะรู้ว่าลูกเป็นทรพี… บางทีคุณอาจไม่มีโอกาสโทรหาทนายแล้ว”
สุดท้ายอยากฝากไว้ว่า “ประกันชีวิตมีไว้ให้คนข้างหลัง แต่ประกันลูกทรพีมีไว้ให้เรายังมีชีวิตอยู่ใช้เงินของตัวเอง” นี่อาจเป็นครั้งแรกที่นักคณิตศาสตร์ประกันภัยต้องลองออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อปกป้องพ่อแม่จากความเสี่ยงที่เรียกว่า…ลูกของตัวเอง
และคำถามที่ผมอยากทิ้งท้ายที่สุดก็คือ เราจำเป็นต้องมีประกันลูกทรพีจริงหรือ หรือสิ่งที่สังคมไทยจำเป็นต้องมีมากกว่านั้น คือระบบคุ้มครองสิทธิและจิตสำนึกของความเป็นมนุษย์ที่ไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก?
หมายเหตุ: ชื่อแพ็กเกจ ทุนประกัน และเงื่อนไขในบทความเป็นตัวอย่างสมมติ มิใช่ผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ได้รับอนุมัติหรือมีจำหน่ายจริง