เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธนาคารโลกห่วงงานไม่ทันคนรุ่นใหม่ 1.2 พันล้านคน เร่งดาต้าค้ำสินเชื่อ MSME สร้างงาน
Finance ธนาคารโลกห่วงงานไม่ทันคนรุ่นใหม่ 1.2 พันล้านคน เร่งดาต้าค้ำสินเชื่อ MSME สร้างงาน
สายมูห้ามพลาดสักการะ 3 องค์เทพเสริมสิริมงคล เทศกาลเจ“J-Licious” ไอคอนสยาม
Biz Movement สายมูห้ามพลาดสักการะ 3 องค์เทพเสริมสิริมงคล เทศกาลเจ“J-Licious” ไอคอนสยาม
กทม. จับมือตำรวจ-ขนส่ง ลุยยก ‘รถจมน้ำ-รถหนีน้ำ’  ทะลุ 1,000 คัน คืนผิวจราจรหลังน้ำลด
News กทม. จับมือตำรวจ-ขนส่ง ลุยยก ‘รถจมน้ำ-รถหนีน้ำ’ ทะลุ 1,000 คัน คืนผิวจราจรหลังน้ำลด
ACFM 2026 ปิดดีลคอนเทนต์ไทย 767 ล้าน จับคู่ธุรกิจ 396 นัด สูงกว่าเป้า
Economic ACFM 2026 ปิดดีลคอนเทนต์ไทย 767 ล้าน จับคู่ธุรกิจ 396 นัด สูงกว่าเป้า
IMF ชี้เสี่ยง AI ปรับฐาน กระทบเงินทุนโลก ย้ำไทยเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน
Finance IMF ชี้เสี่ยง AI ปรับฐาน กระทบเงินทุนโลก ย้ำไทยเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน
‘จากภาษีสู่คลังดิจิทัล’ 4 ประเทศเชื่อมระบบภาษี-การคลัง เพิ่มประสิทธิภาพบริหารเงินรัฐ
Finance ‘จากภาษีสู่คลังดิจิทัล’ 4 ประเทศเชื่อมระบบภาษี-การคลัง เพิ่มประสิทธิภาพบริหารเงินรัฐ
ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,300 บาท
‘อนุทิน’ มั่นใจเพื่อไทยโหวตรัฐบาล ญัตติไม่ไว้วางใจดูแล้วไม่เข้าท่า
Politics ‘อนุทิน’ มั่นใจเพื่อไทยโหวตรัฐบาล ญัตติไม่ไว้วางใจดูแล้วไม่เข้าท่า
กทม. ดึง 17 ‘เขตบัดดี้’ เร่งจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม เอกสารครบอนุมัติใน 2 วัน
News กทม. ดึง 17 ‘เขตบัดดี้’ เร่งจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม เอกสารครบอนุมัติใน 2 วัน
เครือข่ายภูมิอากาศอาเซียนเสนอ 10 ข้อ ต่อที่ประชุม IMF-World Bank
SD เครือข่ายภูมิอากาศอาเซียนเสนอ 10 ข้อ ต่อที่ประชุม IMF-World Bank
ดูทั้งหมด

IMF ชี้เสี่ยง AI ปรับฐาน กระทบเงินทุนโลก ย้ำไทยเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน

13 ต.ค. 2569 | 15:31น.

IMF ห่วงความเสี่ยงจากการลงทุนใน AI กระจุกตัวสูง ผลตอบแทนต่ำกว่าคาดอาจกระทบมูลค่าสินทรัพย์และทำให้ภาวะการเงินโลกตึงตัวขึ้น พร้อมชี้ตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทยต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน พร้อมให้อัตราแลกเปลี่ยนทำหน้าที่รองรับความผันผวนตามกลไกตลาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวรายงานเสถียรภาพการเงินโลก Global Financial Stability Report ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) วันที่ 13 ต.ค. โดยมีตัวแทนจาก IMF ทั้ง 3 คน ประกอบด้วย อาธานาซิออส แวมวากิดิส (Athanasios Vamvakidis) รองผู้อำนวยการ แผนกตลาดการเงินและเงินตราเจสัน วู (Jason Wu) ผู้ช่วยผู้อำนวยการ แผนกตลาดการเงินและเงินตราและคาโย เฟอร์เรรา (Caio Ferreira) รองหัวหน้าฝ่าย แผนกตลาดการเงินและเงินตรา มาร่วมแถลงข่าว

โดยผู้บริหาร IMF กล่าวว่า แม้การลงทุนใน AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยหนุนเศรษฐกิจโลก แต่การกระจุกตัวของเงินลงทุนและความคาดหวังต่อผลตอบแทนที่สูงขึ้น อาจกลายเป็นความเสี่ยง หากการสร้างรายได้จากเทคโนโลยีไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาดหวัง

ผู้บริหาร IMF กล่าวว่า การส่งออกสินค้าฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ของไทยเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยชดเชยผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น และช่วยสร้างกันชนให้กับดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศ
แต่หากตลาด AI เกิดการปรับฐานราคา ผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภาคการส่งออกฮาร์ดแวร์ของไทย แต่ยังอาจส่งผ่านไปยังการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ทั่วโลก ทำให้สกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่เผชิญแรงกดดันให้อ่อนค่า และเพิ่มความเสี่ยงเงินทุนไหลออก

IMF จึงเน้นย้ำว่าประเทศตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมก่อนเกิดแรงกระแทก โดยสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจและการเงินไว้ล่วงหน้า พร้อมปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนทำหน้าที่เป็นกันชนรองรับความผันผวนตามกลไกตลาด

สำหรับการแข่งขันพัฒนาโมเดล AI รวมถึงจากจีนว่า เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันขอบเขตเทคโนโลยี โดยสถานการณ์ในระยะต่อไปอาจเกิดขึ้นได้ทั้งการที่นักลงทุนค่อย ๆ ปรับความคาดหวังให้สอดคล้องกับความเป็นจริง หรือการเปิดเผยข้อมูลอย่างกะทันหันว่าการสร้างรายได้จาก AI ต่ำกว่ามูลค่าการลงทุนอย่างมาก ซึ่งอาจนำไปสู่การเทขายสินทรัพย์และเพิ่มความผันผวนในตลาด

ผู้บริหารเอไอเอ็มเอฟ กล่าวต่อว่า AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจจริงขยายตัวได้ดีกว่าที่คาด แม้การประเมินมูลค่าหุ้นในปัจจุบันยังไม่ได้อยู่ในระดับตึงตัวเกินไป เนื่องจากผลกำไรของบริษัทเติบโตขึ้น แต่ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่การลงทุนในธุรกิจ AI ซึ่งมีการกระจุกตัวสูงมาก

หากผลประกอบการออกมาน่าผิดหวัง หรือการลงทุนจำนวนมากไม่สามารถสร้างผลตอบแทนตามที่คาดหวังได้ อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทำให้ส่วนต่างผลตอบแทนชดเชยความเสี่ยง (spreads) ปรับตัวสูงขึ้น และนักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งจะเพิ่มความตึงตัวในตลาดการเงินและส่งผลต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจจริง

นอกจากนี้ได้มีการเปิดเผยผลวิเคราะห์ธุรกรรมสาธารณะ 14 รายการในกลุ่ม AI ของ IMF คือการตรวจสอบโครงสร้างธุรกรรมทางการเงินสาธารณะจำนวน 14 รายการในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Hyperscalers) กับบริษัท AI รายย่อยหรือบริษัทคู่ค้าในอุตสาหกรรมเดียวกัน พบการลงทุนในส่วนทุน (equity) ประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการลงทุนผ่านหนี้หรือโครงสร้างนอกงบดุล ประมาณ 650,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มีข้อผูกพันในการซื้อสินค้าและบริการหรือรายได้ในอนาคตสูงถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยหากธุรกิจไม่สามารถสร้างรายได้จาก AI ได้ตามเป้าหมาย อาจเกิดผลกระทบพร้อมกัน 3 ด้าน ได้แก่ มูลค่าการลงทุนในหุ้นลดลง ความสามารถในการชำระหนี้ถดถอย และรายได้ในอนาคตไม่เป็นไปตามข้อผูกพัน ซึ่งอาจขยายผลกระทบไปยังผู้ลงทุนและเจ้าหนี้ในวงกว้าง

นอกจากนี้ การถือครองสินทรัพย์สหรัฐฯ ของนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจโลกผ่านผลกระทบด้านความมั่งคั่ง แต่หากเกิดการปรับฐานก็อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างเช่นกัน

ทั้งนี้ หากเกิดการปรับฐานในตลาด AI ผลกระทบอาจลุกลามสู่เศรษฐกิจจริง เนื่องจากการเติบโตในปัจจุบันส่วนหนึ่งพึ่งพาความแข็งแกร่งของหุ้น AI ขณะที่พื้นที่ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคของภาครัฐมีจำกัดกว่าวิกฤตในอดีต

โดยสาเหตุสำคัญคือหลายประเทศมีพื้นที่ทางการคลังเหลือน้อย ขณะที่ธนาคารกลางยังต้องดำเนินนโยบายภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ จึงไม่สามารถเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงตลาดได้อย่างไม่มีข้อจำกัด หากตลาดเกิดความผันผวนรุนแรง

สำหรับตลาดพันธบัตร อัตราดอกเบี้ยและความผันผวนกำลังกลับเข้าสู่ระดับปกติในแบบก่อนวิกฤตการเงินโลก โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการสิ้นสุดยุคดอกเบี้ยต่ำและมาตรการซื้อสินทรัพย์ของธนาคารกลาง (QE) แรงกระแทกจากราคาพลังงานท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าคาด สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่ากลไกตลาดกลับมาให้ความสำคัญกับวินัยทางการเงินมากขึ้น โดยประเมินความเสี่ยงด้านการคลัง นโยบายเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนผ่านราคาสินทรัพย์

อีกหนึ่งความเสี่ยงที่ IMF ให้ความสำคัญคือภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งมีปัจจัยขับเคลื่อนหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การขยายตัวของระบบดิจิทัลที่เพิ่มช่องทางการโจมตี การพึ่งพาเทคโนโลยีและผู้ให้บริการซอฟต์แวร์เฉพาะรายในระดับสูง และการพัฒนาเครื่องมือโจมตีทางไซเบอร์ด้วย AI โดยทั่วโลกยังขาดแคลนบุคลากรด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ประมาณ 40% ทำให้การรับมือกับภัยคุกคามมีข้อจำกัด

โดยเฉพาะประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีทรัพยากรไม่มาก แนวทางรับมือจึงควรให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรการพื้นฐานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือ cyber hygiene เพิ่มขีดความสามารถในการกำกับดูแลและประสานงานข้ามพรมแดน รวมถึงกำกับดูแลผู้ให้บริการภายนอกที่มีความสำคัญต่อระบบการเงินอย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม แม้ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง (risk appetite) ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง แต่เมื่อความไม่แน่นอนยังสูง ทุกประเทศจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับความเสี่ยงล่วงหน้า และเพิ่มกันชนรองรับสถานการณ์เลวร้าย เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินหากเกิดแรงกระแทกที่ไม่คาดคิด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI (เอไอ) IMF-World Bank 2026