เปิดเส้นทางเวนคืน 5 จังหวัด 16,208 ไร่ บ้าน 2,600 หลัง สร้าง ‘เจ้าพระยา 2’
เมกะโปรเจ็กต์ขุด ”เจ้าพระยา 2” กลับมาอยู่ในแผนการบริหารจัดการน้ำภายใต้การนำของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล อีกครั้งหลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 2569
แม้ไม่ได้เป็นวงกว้างเหมือนปี 2554 แต่สร้างความกังวลต่อประชาชนที่ประสบภัยไม่น้อย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร เมืองหลวง เมืองเศรษฐกิจของประเทศ
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 29 กันยายน 2569 จึงมีมติอนุมัติโครงการ “คลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” ความยาว 270 กม. ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัด ประกอบด้วย ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครนายก ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ
โครงการใช้เงินลงทุนสูงกว่า 1.65 แสนล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 136,718 ล้านบาท และค่าเวนคืนที่ดิน 23,328 ล้านบาท โดยมีที่ดินถูกเวนคืนทั้งโครงการประมาณ 18,000 กว่าไร่
ขณะที่การก่อสร้างจะใช้เวลาประมาณ 8 ปี นับจากปีงบประมาณ 2570-2577 โดยมีกรมชลประทานเป็นเจ้าของโครงการ
แบ่งการก่อสร้างเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกเป็นการขยายคลองเดิมจากชัยนาท-ป่าสัก ระยะทางประมาณ 134 กม. ค่าก่อสร้างกว่า 38,092 ล้านบาท และมีการเวนคืนที่ดินเพิ่มกว่า 700 ไร่ เพื่อขยายคลองเดิม
ช่วงที่ 2 เป็นการก่อสร้างคลองสายใหม่ หรือเจ้าพระยา 2 ระยะทาง 135 กม. จากป่าสัก-อ่าวไทย ความกว้าง 170 เมตร ค่าก่อสร้างกว่า 98,625 ล้านบาท
ความน่าสนใจของโครงการนี้อยู่ที่การขุดคลองสายใหม่ ป่าสัก-อ่าวไทย ที่แนวเส้นทางพาดผ่านพื้นที่ 5 จังหวัด เริ่มจากแม่น้ำป่าสักบริเวณ ต.เริงราง อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ผ่านพื้นที่ 38 ตำบล 11 อำเภอ ใน 5 จังหวัด คือ สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครนายก ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ มีระยะห่างจากกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกไปประมาณ 52 กม.
ตลอดแนวเส้นทางจะมีการเวนคืนที่ดินประมาณ 16,208 ไร่ และบ้านเรือน 2,600 ครัวเรือน มีค่าเวนคืน 21,794 ล้านบาท นอกจากจะเป็นการขุดคลองระบายน้ำได้ 600 ลบ.ม.ต่อวินาทีแล้ว องค์ประกอบยังมีเขื่อนทดน้ำที่ป่าสัก ทำนบดิน คลองย่อยเชื่อมคลองระพีพัฒน์ ประตูระบายน้ำ อาคารเชื่อม จุดตัดคลอง การก่อสร้างถนนลาดยางตลอดทั้งสองฝั่งคลอง เป็นต้น
เมื่อแล้วเสร็จนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมได้แล้ว ยังสามารถทำให้ประชาชนสามารถใช้ถนนเลียบคลองสัญจรการเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น
