เปิดเส้นทางเวนคืนตัดถนนสายใหม่ 2.5 หมื่นล้าน เชื่อมอุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ
การประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.สัญจรนอกสถานที่จังหวัดอุดรธานี มีการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ใน 5 จังหวัด ประกอบด้วย อุดรธานี บึงกาฬ เลย หนองคาย และหนองบัวลำภู กลั่นกรองข้อเสนอภาคเอกชนก่อนเสนอ ครม.พิจารณา
มีหลายโครงการที่ทางจังหวัดเสนอ หนึ่งในนั้นคือ ถนนสายใหม่ที่เชื่อมระหว่างจังหวัดอุดรธานี-บึงกาฬ โครงการ “ทางหลวงหมายเลข 222 อุดรธานี-บึงกาฬ” ซึ่งกรมทางหลวง (ทล.) ได้ศึกษาแล้วเสร็จเมื่อปี 2566 ระยะทางรวม 155.531 กม. มีจุดเริ่มต้นบนทางหลวงหมายเลข 2 ที่กม.424+465 สร้างเป็นทางแยกต่างระดับ มุ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตัดกับแนวรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนและรถไฟทางคู่สายอีสานช่วงขอนแก่น-หนองคาย แล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตัดกับทางหลวงหมายเลข 22 อุดรธานี-นครพนม และสิ้นสุดโครงการที่ทางหลวงหมายเลข 244 ทางเลี่ยงเมืองบึงกาฬ ที่ กม.2+772

โดยเบื้องต้นใช้งบประมาณ 25,000 ล้าน ในนี้มีค่าเวนคืน 3,500 ล้านบาท มีพื้นที่ถูกเวนคืนประมาณ 7,000 ไร่ ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ มี 10 อำเภอ 29 ตำบล ซึ่งโครงการอยู่ในแผนก่อสร้างระยะ 10 ปี
รูปแบบเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร เกาะกลางแบบกดร่อง เขตทางกว้าง 60 เมตร มีทางแยกต่างระดับ 3 จุด สะพานข้ามทางแยกในโครงการอยู่ที่จุดตัดกับทางหลวงและทางหลวงชนบทที่แนวโครงการตัดผ่านทั้งหมด 7 แห่ง สะพานข้ามทางรถไฟแนวโครงการตัดผ่านทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ กม.1+207 ตัดรถไฟความเร็วสูง และที่ กม.1+527 ตัดรถไฟรางคู่
จากพิจารณาพบว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงจะมีการออกแบบเป็นทางยกระดับ โดยที่ปรึกษาออกแบบให้เสาของรถไฟความเร็วสูงอยู่แนวเกาะกลางของแนวเส้นทางและต้องออกแบบสะพานข้ามทางรถไฟรางคู่ ที่ กม.1+505
โดยที่ปรึกษาออกแบบ สะพานข้ามทางรถไฟ เป็นสะพานคู่ สะพานมีขนาด 2 ช่องจราจร ช่องจราจรกว้าง 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 2.50 เมตร รวม 12 เมตร ซึ่งสามารถขยายเป็น 3 ช่องจราจรได้ในอนาคต โดยบริเวณสะพานข้ามรางรถไฟออกแบบเป็นจุดกลับรถ
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มโครงข่ายสายใหม่รองรับการเดินทางระหว่างจังหวัด
เนื่องจากปัจจุบันการเดินทางจากจังหวัดอุดรธานี ไปยังจังหวัดบึงกาฬ มี 2 เส้นทางหลัก คือ ทางหลวงหมายเลข 2 และทางหลวงหมายเลข 212 เลียบแม่น้ำโขง เพื่อเข้าสู่จังหวัดบึงกาฬ อีกเส้นทางใช้ทางหลวงหมายเลข 22 อุดรธานี-สกลนคร-นครพนม
ทั้งสองเส้นทางจะต้องเดินทางอ้อม แต่ถ้าตัดเส้นทางใหม่จากอุดรธานีไปถึงบึงกาฬ จะสามารถลดระยะทางและประหยัดเวลาได้มาก ยังสอดรับกับการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 บึงกาฬ-บอลิคำไซ เกิดเป็นโครงข่ายคมนาคมขนส่ง สนับสนุนจังหวัดบึงกาฬให้กลายเป็นเมืองเศรษฐกิจชายแดนที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของภาคอีสาน


