เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทุน BOI ทะลุ 1.47 ล้านล้าน ดันตลาด EPC รับลงทุน Data Center-พลังงานสะอาด
Business ทุน BOI ทะลุ 1.47 ล้านล้าน ดันตลาด EPC รับลงทุน Data Center-พลังงานสะอาด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ต.ค. 69) ปรับลง 3.52% อยู่ที่ 81,313 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ต.ค. 69) ปรับลง 3.52% อยู่ที่ 81,313 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Thai PBS กับโจทย์ใหญ่สื่อสาธารณะ งบ 2,000 ล้าน อิสระ และความอยู่รอด
News Thai PBS กับโจทย์ใหญ่สื่อสาธารณะ งบ 2,000 ล้าน อิสระ และความอยู่รอด
มนร.ถอดรหัสน้ำผึ้งมรกต ‘ต่อยอด’ งานวิจัยถึงเซลล์มะเร็ง
SD มนร.ถอดรหัสน้ำผึ้งมรกต ‘ต่อยอด’ งานวิจัยถึงเซลล์มะเร็ง
ดีเดย์ 1 พ.ย. กม.ใหม่ ยิง ADs เข้าไทยต้องสแกนหน้า 4 บิ๊กแพลตฟอร์ม เมิน ไม่ชี้แจงความพร้อม
Tech ดีเดย์ 1 พ.ย. กม.ใหม่ ยิง ADs เข้าไทยต้องสแกนหน้า 4 บิ๊กแพลตฟอร์ม เมิน ไม่ชี้แจงความพร้อม
‘จิตติมา’ ดัน IP ค้ำเงินกู้เอสเอ็มอี
Economic ‘จิตติมา’ ดัน IP ค้ำเงินกู้เอสเอ็มอี
ถอดรหัส OR รุก Budget Hotel ปั้นธุรกิจ (ใหม่) ต่อยอดสมบัติ (เก่า)
Business ถอดรหัส OR รุก Budget Hotel ปั้นธุรกิจ (ใหม่) ต่อยอดสมบัติ (เก่า)
ทีทีบี เดินหน้าซื้อหุ้นคืน 1.4 หมื่นล้าน 16-27 พ.ย.นี้ กำหนดกรอบราคา 2.49-2.63 บาท
Finance ทีทีบี เดินหน้าซื้อหุ้นคืน 1.4 หมื่นล้าน 16-27 พ.ย.นี้ กำหนดกรอบราคา 2.49-2.63 บาท
วันหยุด 23 ตุลาคม 2569 วันปิยมหาราช ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
News วันหยุด 23 ตุลาคม 2569 วันปิยมหาราช ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
ดูทั้งหมด

135 ปี โอสถสภา เดินหน้า “OSP Bottle to Bottle” ตั้งเป้าเก็บกลับ 625,000 ตัน ภายในปี 2030

22 ต.ค. 2569 | 09:39น.

เมื่อเมืองอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวเติบโต สิ่งที่เติบโตตามมาคือจำนวน “ขยะ” ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน จังหวัดชลบุรีมีปริมาณขยะราว 2,000 ตันต่อวัน ทว่าปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 3,300-3,400 ตันต่อวัน หรือเกือบ 1.2 ล้านตันต่อปี ท่ามกลางแนวชายฝั่งยาวราว 170 กิโลเมตร ที่ต้องรับมือกับขยะทั้งบนบกและในทะเล

ท่ามกลางโจทย์ที่ท้าทายนี้ การแก้ปัญหาจึงไม่อาจเป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ที่ชายหาดแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี จึงมีกิจกรรมที่ชวนให้มองเรื่องขยะต่างออกไป เมื่อบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และพนักงานจิตอาสา “โอสถสภา หัวใจทำดี” จัดกิจกรรมเก็บและคัดแยกขยะ ภายใต้โครงการ “OSP Bottle to Bottle” ซึ่งไม่ได้จบแค่การทำความสะอาดชายหาด ทว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นทางการคัดแยกไปจนถึงปลายทางการผลิตขวดใบใหม่

ยกระดับสู่โครงการเรือธง CSR ในวาระ 135 ปี ตั้งเป้า 625,000 ตัน เทียบเท่า 99% ของยอดขาย M-150

ในวาระครบรอบ 135 ปี OSP เดินหน้ายกระดับ OSP Bottle to Bottle เป็นโครงการเรือธงด้านความรับผิดชอบขององค์กร (Signature CSR Project) เน้นส่งเสริมการเก็บกลับขวดแก้วหลังการบริโภค โดยเฉพาะ ขวดแก้วขนาดเล็ก ที่มีโอกาสหลุดออกจากระบบ เพื่อนำมาคัดแยกและรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบผลิตขวดใหม่ ภายใต้แนวคิด Closed-Loop Glass Circularity หรือการหมุนเวียนแก้วแบบวงจรปิด

ตลอด 135 ปีที่ผ่านมา โอสถสภาเติบโตเคียงคู่สังคมไทยด้วยความเชื่อว่า การเติบโตของธุรกิจควรเดินไปพร้อมกับการสร้างคุณค่าให้สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดย OSP Bottle to Bottle นับเป็นโครงการที่เชื่อมโยงกับธุรกิจของบริษัทโดยตรง เพราะขวดแก้วเป็นหนึ่งในบรรจุภัณฑ์หลัก และความรับผิดชอบของโอสถสภาครอบคลุมถึงการนำขวดแก้วหลังการบริโภคกลับเข้าสู่ระบบเพื่อสร้างคุณค่าอีกครั้ง

สำหรับองค์กรที่ผลิตสินค้าระดับพันล้านขวด การเพิ่มการเก็บกลับจึงมีนัยสำคัญทั้งเชิงสิ่งแวดล้อมและเชิงธุรกิจ ช่วยลดการใช้วัตถุดิบใหม่ ลดพลังงานในการผลิต และลดโอกาสที่ขวดแก้วจะตกค้างในสิ่งแวดล้อม

OSP ตั้งเป้ารวบรวมเศษแก้วให้ได้ 625,000 ตัน ภายในปี 2030 ซึ่งคิดเป็น 99% ของประมาณการยอดขาย M-150 ระหว่างปี 2026-2030 สะท้อนความตั้งใจที่จะนำบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคกลับมาสร้างคุณค่าอย่างเป็นรูปธรรม

จากนี้ถึงปี 2030 บริษัทจะขยายพื้นที่ดำเนินงาน ช่องทางการรวบรวม และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อให้การคัดแยกและเก็บกลับขวดแก้วเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น

3 กลไกเชื่อมห่วงโซ่ จากต้นทางสู่โรงงานรีไซเคิล

หัวใจของโครงการคือการออกแบบระบบ ที่ทำให้ทุกฝ่ายในห่วงโซ่มีแรงจูงใจและมีส่วนร่วม ผ่าน 3 กลไกสำคัญ

  1. เชื่อมผู้เก็บและผู้รับซื้อของเก่าโดยตรง ใช้กลไกราคาตลาด (Market Price) และการชำระเงินภายในวัน (Same-day Payment) เป็นแรงจูงใจให้เก็บกลับขวดแก้ว โดยเฉพาะขวดเล็กที่มักถูกมองข้าม
  2. ขยายเครือข่ายพันธมิตร ทั้งภาคธุรกิจ ผู้รับซื้อของเก่า ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มจุดและช่องทางรวบรวม รวมถึงความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และบริษัทสมาชิก 40 แห่ง ในการส่งเสริมการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง
  3. รวมพลังพนักงานจิตอาสา “โอสถสภา หัวใจทำดี” ผ่านกิจกรรมรวบรวมขวดแก้วและดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชน เปลี่ยนแนวคิดความยั่งยืนระดับองค์กรให้เป็นการลงมือทำที่ทุกคนร่วมได้

ผนึกภาคีทุกภาคส่วน เมื่อขยะแก้วขวดเล็กก็มีค่าเท่าขวดใหญ่

นายสาโรจน์ อินทพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และความยั่งยืน บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ชี้ว่า โอสถสภาผลิตทั้งเครื่องดื่มและขวดแก้วซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์หลักของตนเอง จึงมีหน้าที่ต้องเก็บบรรจุภัณฑ์กลับมาให้ได้ และผลิตภัณฑ์เองก็เป็นส่วนหนึ่งของวัตถุดิบขวดแก้ว ทำให้เกิดการหมุนเวียนครบวงจร

ประเด็นที่ สาโรจน์ เน้นย้ำคือ ขวดแก้วขนาดเล็กมีราคารับซื้อใกล้เคียงกับขวดใหญ่ แต่โดยธรรมชาติคนมักเก็บขวดใหญ่มากกว่าเพราะจับถือสะดวก ขณะที่โอสถสภามีขวดเล็กออกสู่ตลาดจำนวนมาก หากช่วยกันเก็บขวดเล็กกลับเข้าสู่ระบบ ก็จะสร้างผลต่อสิ่งแวดล้อมได้มหาศาลเช่นกัน จึงชวนให้ทุกคน “เจอขวดเล็กที่ไหน ช่วยเก็บสะสมไว้ที่นั่น” และปฏิบัติต่อขวดทุกขนาดด้วยความใส่ใจเท่ากัน

นายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางสำคัญต่อการดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การนำขวดแก้วขนาดเล็กที่ตกค้างกลับเข้าสู่ระบบ นอกจากลดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ผู้คน และสัตว์ในพื้นที่แล้ว ยังเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งในชุมชนและระดับมหภาค ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การดูแลทรัพยากรชายฝั่งของกรมฯ

ด้าน นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มองว่า การที่ภาคธุรกิจ ชุมชน และเครือข่ายในพื้นที่ร่วมลงมือทำ ช่วยให้ประชาชนเห็นว่าตนเองมีส่วนดูแลสิ่งแวดล้อมได้ และหากต่อยอดไปยังชุมชนอื่น ๆ ก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

จากขวดที่ถูกทิ้ง สู่เศษแก้วคุณภาพ และขวดใบใหม่

ขวดแก้วที่รวบรวมได้จะถูกคัดแยกและรีไซเคิลเป็น เศษแก้ว (cullet) ก่อนนำกลับมาเป็นวัตถุดิบผลิตขวดใหม่ ช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและพลังงาน โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง Closed-Loop Glass Circularity ของ OSP ซึ่งครอบคลุมทั้งวงจรชีวิตบรรจุภัณฑ์ ได้แก่

  • การผลิตขวดแก้ว เพิ่มสัดส่วนวัสดุรีไซเคิล ออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบ D4R น้ำหนักเบาและรีไซเคิลได้ 100%
  • การจัดจำหน่าย ขนส่งคาร์บอนต่ำด้วยโลจิสติกส์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และปรับเส้นทางให้เหมาะสม
  • การใช้งานของผู้บริโภค ส่งเสริมการคัดแยกและสร้างความตระหนักรู้
  • การจัดเก็บหลังการบริโภค ผ่านโครงการ OSP Bottle to Bottle พร้อมเสริมพลังผู้เก็บขยะท้องถิ่นด้วยราคาที่เป็นธรรมและการชำระเงินที่รวดเร็ว
  • การคัดแยกและรีไซเคิลเศษแก้ว ด้วยโรงงานรีไซเคิลที่ได้รับใบอนุญาตของตนเอง ควบคุมคุณภาพให้ได้วัตถุดิบที่เชื่อถือได้สำหรับผลิตขวดใหม่

จุดแข็งสำคัญของโอสถสภาคือการเป็นทั้งผู้ผลิตเครื่องดื่ม ผู้ผลิตขวดแก้ว และเจ้าของโรงงานรีไซเคิลที่ได้รับใบอนุญาตของตนเอง ทำให้ขวดแก้วที่ชุมชน ผู้เก็บของเก่า และพนักงานจิตอาสาร่วมกันเก็บกลับมา ไม่ได้เดินทางไปสิ้นสุดที่ใดที่หนึ่งโดยไม่มีปลายทาง แต่ถูกส่งเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและแปรรูปเป็นเศษแก้ว (cullet) ที่ได้มาตรฐาน ก่อนหมุนกลับมาเป็นวัตถุดิบของขวดใบใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อห่วงโซ่เชื่อมถึงกันตั้งแต่ต้นทางจนถึงสายการผลิต การจัดหาเศษแก้วจึงมีความมั่นคง และทุกขวดที่เก็บกลับมาก็มีเส้นทางที่ชัดเจนรองรับ

ในวาระครบรอบ 135 ปี โอสถสภาจึงพร้อมผลักดัน OSP Bottle to Bottle ให้เป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในขวดแก้วขนาดเล็ก ภายใต้คุณค่า “ทำความดี เชื่อมโยงผู้คน และเติบโตไปด้วยกัน” เพื่อเปลี่ยนปลายทางของขวดแก้วให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรใหม่ และสร้างคุณค่าให้สิ่งแวดล้อม สังคม และธุรกิจอย่างยั่งยืน