ถอดรหัส OR รุก Budget Hotel ปั้นธุรกิจ (ใหม่) ต่อยอดสมบัติ (เก่า)
สมรภูมิโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) มีความคึกคักและเป็นที่จับตามากขึ้น เมื่อยักษ์ใหญ่อย่างบริษัท ปตท. นํ้ามันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ประกาศกระโดดลงสนามธุรกิจใหม่เต็มตัว โดยอาศัยจุดเด่นจากที่มีทำเลอยู่ทั่วประเทศ ทั้งเป็นการผนึกกำลังร่วมทุนกับเครือเซ็นทารา
สะท้อนภาพของการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่การเป็น “Space Management Platform” อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการประสานจุดแข็งระหว่างทำเล-ทราฟฟิกทรงพลังของ OR เข้ากับองค์ความรู้การบริหารโรงแรมระดับมืออาชีพของเครือเซ็นทารา
สร้างมูลค่าเพิ่ม “สมบัติเดิม”
นางสาวราชสุดา รังสิยากูล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกิจการพิเศษ 1 บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ในฐานะผู้รับผิดชอบโปรเจ็กต์ Budget Hotel กล่าวว่า หลังจากเมื่อเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา OR ได้ลงนามสัญญาร่วมลงทุน โรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา จัดตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ บริษัท พิทสต็อป โฮเทล จำกัด โดย OR ถือหุ้น 49% และเครือเซ็นทาราถือหุ้น 51% เพื่อพัฒนาโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) บนพื้นที่ศักยภาพทั้งในและนอกสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ซึ่งมีเครือข่ายกระจายอยู่ในเส้นทางหลักทั่วประเทศ เข้าถึงง่าย เพื่อเป็นทางเลือกด้านที่พักที่สะดวกสบาย และตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่
“ธุรกิจโรงแรมเกิดขึ้นจากกลยุทธ์ที่เราต้องการใช้สมบัติเดิม ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และทำให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่า Budget Hotel ขนาดตลาดไม่ได้ใหญ่มาก แต่ขณะเดียวกันก็ใช้เงินลงทุนไม่เยอะ เรียกได้ว่าถ้าสะดุดล้มไป ความเสียหายก็ไม่มาก”
นอกจากนี้มองว่าธุรกิจโรงแรมไม่เพียงสร้างรายได้ใหม่ให้กับ OR ขณะเดียวกันจะช่วยเติมเต็มระบบนิเวศ (Ecosystem) ของ OR ให้สมบูรณ์ รวมทั้งช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่ให้เข้ามาใช้บริการต่าง ๆ ของโออาร์มากขึ้น จากปัจจุบัน OR มีสถานีบริการน้ำมันกว่า 2,000 แห่ง ร้านกาแฟ Cafe Amazon กว่า 4,000 สาขา ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ร้านสะดวกซัก Otteri และจุดชาร์จ EV Station PluZ ซึ่งสร้างทราฟฟิกการเข้าใช้บริการสูงถึง 35-39 ล้านรายการต่อวัน พร้อมฐานสมาชิกบลูพลัสอีกกว่า 8 ล้านคน
เหตุผลที่เลือก “เซ็นทารา”
นางสาวราชสุดากล่าวว่า โมเดลการทำธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดของ OR เน้นการทำงานกับพันธมิตร เพราะยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า บริษัทมีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจน้ำมัน ร้านกาแฟอเมซอน และการก่อสร้างอาคาร แต่ไม่มีความชำนาญด้านการบริหารโรงแรมและการบริการ
“และเรามีบทเรียนจาก Cafe Amazon ว่าการไปคนเดียวมันช้า ดังนั้นหาเพื่อนมาทำร่วมกันดีกว่า โดยเลือกวิธีการร่วมลงทุนด้วยกัน มารับความเสี่ยงด้วยกัน”
สำหรับในการคัดเลือกพันธมิตร OR แบ่งผู้เล่นในตลาดเป็น 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มที่อยู่ในตลาด Budget Hotel กลุ่มนี้จะมีความเชี่ยวชาญในการทำโรงแรมราคาประหยัด แต่มีข้อจำกัดเรื่องทำเลของ OR ที่อาจจะทับซ้อนกับโรงแรมเดิมของเขา 2.กลุ่มโรงแรมบูทีคขนาดเล็ก มีข้อจำกัดด้านเงินทุนและระบบการบริหารจัดการเมื่อต้องขยายสเกล และ 3.เชนโรงแรมขนาดใหญ่ ที่ยังไม่มีแบรนด์ Budget Hotel กลุ่มนี้จะมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจโรงแรมและมีระบบการบริหารและศักยภาพสูง ขณะที่ทำเลก็ไม่ทับซ้อนกับของ OR เพราะเชนโรงแรมส่วนใหญ่อยู่ในเมือง
หลังจากที่ศึกษาข้อดีข้อเสีย ข้อสรุปจึงลงตัวที่เครือโรงแรมเซ็นทารา โดยได้มีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัท พิทสต็อป โฮเทล จำกัด (Pitstop Hotel Co., Ltd.) เครือเซ็นทาราถือหุ้น 51% และ OR 49% โดยให้ทางเซ็นทาราถือหุ้นส่วนมากเพื่อความคล่องตัวในการตัดสินใจในฐานะผู้เชี่ยวชาญ โดยคณะกรรมการบริษัทมาจากฝั่งละ 2 คน รวม 4 คน
พัฒนาสู่โมเดลแฟรนไชส์
นางสาวราชสุดาระบุว่า เฟสแรกนำร่องด้วยโรงแรมต้นแบบ 6 แห่ง ใช้งบฯลงทุน 706 ล้านบาท ในทำเลศักยภาพที่ได้ร่วมกับโรงแรมเซ็นทาราในการพิจารณาร่วมกันประกอบด้วย กาญจนบุรี, อยุธยา (นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ), สงขลา (หาดใหญ่), กรุงเทพฯ (ดอนเมือง), ภูเก็ต, ชลบุรี (พัทยา-แยกจอมเทียน) โดยการลงทุนบริษัทร่วมทุนก็จะเช่าที่ดินจาก OR ตามราคาตลาด ซึ่งทำให้ OR ได้ทั้งรายได้ค่าเช่าและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุน
ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างคาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการสาขาแรกภายในไตรมาส 3/70 ใน 3 ทำเลหลักคือ กาญจนบุรี, อยุธยา และหาดใหญ่ใกล้ ๆ สนามบิน ส่วนอีก 3 ทำเลเป็นสเต็ปต่อไป เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น หรือ IEE ตามระเบียบท้องถิ่น ทำให้ต้องใช้เวลาในการดำเนินมากขึ้น
เป้าหมายรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ รวมถึงผู้เดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจที่ต้องการที่พักระหว่างทาง ห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นครบถ้วนภายใต้บริการของ OR ทั้ง คาเฟ่อเมซอน ร้านสะดวกซื้อ 7-11, ร้านซักผ้า, สถานีชาร์จไฟฟ้า รวมถึงร้านอาหารอื่น ๆ พร้อมที่จอดรถ และความปลอดภัยที่มีระบบ CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง เรียกว่าจุดเด่นด้านความสะดวกในการเดินทาง ความปลอดภัย ความสะอาด ความคุ้มค่าในราคาที่เหมาะสม ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 800-1,300 บาทต่อคืน
สำหรับ 6 แห่งแรกดำเนินงานในรูปแบบบริษัทร่วมทุนลงทุนเอง (COCO-Company Owned Company Operated) โดยจะเป็นการขยายสาขาทั้งในและนอกสถานี PTT Station เพื่อเป็นต้นแบบการลงทุนและทดสอบตลาด ซึ่งหากผลลัพธ์ของการลงทุนเป็นไปตามเป้าหมาย ตอบโจทย์ตามแผนที่วางไว้ บริษัทร่วมทุนก็จะเร่งขยายสาขาในทำเลที่มีศักยภาพ ผ่านรูปแบบการขาย “แฟรนไชส์” และรับจ้างการบริหารโรงแรม
โดยบริษัทร่วมทุนจะทำหน้าที่รับจ้างบริหารจัดการเพื่อคุมมาตรฐาน โดยบริษัทมีแผนขยายการลงทุนให้ครบ 50 แห่ง ในปี 2574
ถอดสูตรจุดแข็งที่คู่แข่งไม่มี
นางสาวราชสุดาอธิบายว่า โรงแรมออกแบบเป็นอาคารสูง 5 ชั้น จำนวน 79 ห้อง ขนาดห้องพัก 18-20 ตารางเมตร โดยวางเสาหลัก 4 ด้านคือ 1.“สะดวก” ตั้งบนทำเลเส้นทางเดินทางหลัก รองรับกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เซลส์, คนทำงานต่างจังหวัด, นักท่องเที่ยวสายแบ็กแพ็ก และกลุ่มผู้เดินทางต่อเครื่อง/สนามบิน พร้อมระบบเช็กอิน-เช็กเอาต์ที่ยืดหยุ่น 24 ชั่วโมง 2.สะอาด มาตรฐานความสะอาดระดับโรงแรมเชน 3.ปลอดภัย ด้วยระบบกล้อง CCTV ครอบคลุม, คีย์การ์ดเข้า-ออก, ไฟสว่าง 24 ชม. และระบบความปลอดภัยมาตรฐานปั๊มน้ำมัน
“มีคำถามเยอะว่าการเปิดโรงแรมในปั๊มจะมีความปลอดภัยหรือ เรื่องนี้บอร์ดของบริษัทก็ตั้งคำถามเช่นกัน ต้องอธิบายว่า พื้นที่ก่อสร้างโรงแรมมีระยะห่างจากปั๊มตามมาตรฐานความปลอดภัย และที่สำคัญระบบของปั๊ม ถังน้ำมันฝังอยู่ใต้ดินหนาพิเศษ พร้อมระบบวาล์วตัดการจ่ายน้ำมันอัตโนมัติ ยกตัวอย่าที่มีเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ วางระเบิดในปั๊ม ซึ่งจะเห็นว่าไม่มีการระเบิดลุกลาม เพราะมีระบบวาล์วตัดอัตโนมัติ”
4.คุ้มค่า ตั้งราคาห้องพักแข่งขันได้ 800-1,300 บาท/คืน ขึ้นอยู่กับทำเล นอกจากนี้ยังมีระบบสมาชิกสะสมแต้ม โดยสามารถเลือกรับระหว่าง Blue Plus Point หรือ Central The 1
“จุดที่เราตั้งราคาและทำให้คนตัดสินใจจ่ายได้ คือความปลอดภัย ทั้งผู้ใช้บริการ รวมถึงที่จอดรถ นอกจากความสะดวกสบายในห้องพัก แม้ว่าจะเป็นโรงแรมราคาประหยัด แต่เรามีบริการที่ตอบโจทย์ผู้เข้าพักไม่ว่าร้านกาแฟอเมซอน ร้านสะดวกซื้อ 7-11 ร้านซักผ้าอัตโนมัติ ไปจนถึงสถานีชาร์จอีวี และร้านอาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นจุดเหนือคู่แข่ง”
“การทำธุรกิจต้องสอดคล้องกับแนวคิด 3D คือเติบโตดี สังคมดี สิ่งแวดล้อมดี รวมถึงการออกแบบ Friendly Design รถเข็นต้องเข้าได้ตั้งแต่ทางเชื่อม ล็อบบี้ ลิฟต์ ไปจนถึงหมุนตัวในห้องน้ำได้ นี่คือสิ่งที่เราต่อยอดมาจากในปั๊ม”