มท.ลั่น ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ไม่เอื้อทุนใหญ่ เอกชนร่วมแล้วพันราย
รมช.มหาดไทย นำ 2 การไฟฟ้าฯ แถลงแจง ‘โครงการโซลาร์ภาคประชาชน’ ยันไม่เอื้อผู้ประกอบการรายใหญ่ เผยผู้ประกอบการลงทะเบียนแล้วกว่าพันราย-ประชาชนร่วมโครงการ 5.6 หมื่นราย
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พร้อมกับ นายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และนายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แถลงข่าวแนวทางดำเนินโครงการโซลาร์ภาคประชาชน
นายพลพีร์กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนงบประมาณตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ภายใต้วงเงินสนับสนุนรวม 5 หมื่นล้านบาท โดยให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับประชาชนครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท เป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน
ซึ่งประชาชนสามารถติดตั้งแผง Solar Rooftop ความจุ 5-10 กิโลวัตต์ โดยการไฟฟ้าจะรับคืนไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ ในอัตรายูนิตละ 2.2 บาท ทั้งนี้ แผง Solar Rooftop ขนาด 5 กิโลวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 500-700 ยูนิต และมีอายุใช้งาน 20-25 ปี ซึ่งขณะนี้ มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 56,000 ราย แบ่งเป็น พื้นที่บริการ กฟภ. 44,004 ราย และพื้นที่บริการ กฟน. 12,000 ราย
“เช่น ถ้าบ้านหลังใดมีค่าไฟฟ้าประมาณ 5,000 บาท/เดือน เพราะใช้ไฟทั้งกลางวันและกลางคืนด้วย ถ้าท่านติดแผงโซลาร์เซลล์ตามโครงการนี้ 5 กิโลวัตต์สามารถผลิตไฟได้ประมาณ 500 ยูนิต คูณ 4 บาท ก็สามารถประหยัดได้ 2,000 บาท/รอบบิล เมื่อคำนวณ 12 เดือนก็ตกปีละประมาณ 24,000 บาท และหากประชาชนที่อาจจะไม่ได้ใช้ไฟในช่วงกลางวันเยอะ แต่เข้าร่วมโครงการก็สามารถขายไฟที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์คืนให้กับการไฟฟ้าฯ ซึ่งเหล่านี้สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายครัวเรือนให้น้อยลง และสามารถนำเงินเหล่านี้ไปใช้ในการใช้จ่ายครอบครัวหรือต่อยอดทำธุรกิจต่าง ๆ ได้ด้วย”
นายพลพีร์กล่าวอีกว่า ประชาชนที่ต้องการเข้าถึงแหล่งทุน เรามี 3 ธนาคารรัฐ คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่พร้อมปล่อยเงินกู้ให้ประชาชนในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียงร้อยละ 2.5 เป็นเวลา 7 ปี (จากข้อมูล ธอส.)
โดยปริมาณไฟฟ้าที่ขายคืนให้กับการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทางการไฟฟ้าก็จะนำรายได้เหล่านี้ไปส่งให้กับธนาคารเพื่อช่วยผ่อนธนาคารให้กับพี่น้องประชาชนด้วย โดยประชาชนสามารถศึกษารายละเอียดแบบฟอร์มและลงทะเบียนได้ทางเว็บไซต์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง
“สำหรับผู้ให้บริการ (Vendor) ซึ่งขณะนี้การไฟฟ้าฯทั้ง 2 แห่งได้เปิดรับลงทะเบียนผู้ประกอบการแล้วกว่า 1,000 ราย ตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนด รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ อาทิ แผง Solar และ Inverter อินเวอร์เตอร์ ที่มีมาตรฐาน IEC และ มอก. เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจของพี่น้องประชาชน ซึ่งประชาชนสามารถเลือกผู้ประกอบการด้วยตนเองโดยไม่มีการเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายใหญ่แต่อย่างใด”
ขอยืนยันว่าผู้ประกอบการทุกรายจะต้องได้รับการการันตีมาตรฐานจากการไฟฟ้าฯทั้ง 2 การไฟฟ้าฯอย่างเข้มข้น และเมื่อติดตั้งให้กับประชาชนเป็นที่เรียบร้อยแล้วจะมีบริการหลังการขายคือการรับประกันอุปกรณ์และการติดตั้ง

นายพลพีร์ยังได้กล่าวถึงกรณีมีข้อสังเกตเรื่องหนังสือค้ำประกันโดยธนาคาร (Bank Gaurantee : BG) มูลค่า 50,000 บาท ซึ่งเป็นหลักประกันของผู้ประกอบการในการให้บริการประชาชนว่าสามารถติดตั้งให้กับประชาชนและมีบริการหลังการขายตามสัญญาและเงื่อนไขที่ได้รับการรับรองจากการไฟฟ้าฯ และภายหลังจากที่การดำเนินการเสร็จสิ้นทางการไฟฟ้าฯก็จะคืนเงินดังกล่าวให้กับผู้ประกอบการภายใน 7 วัน
ดังนั้น ขอยืนยันว่า การดำเนินการต่าง ๆ ยึดประโยชน์ของประชาชน และผู้ประกอบการไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับ BG เพราะหากได้ดำเนินการติดตั้งให้กับประชาชนตลอดจนถึงบริการหลังการขายที่มีการประกันคุณภาพงานตามเงื่อนไขที่การไฟฟ้าฯทั้ง 2 แห่งได้กำหนดแล้ว ก็จะได้รับเงินดังกล่าวคืนตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนด