‘ชัชชาติ’ ยื่นสภา กทม. ขอใช้เงินสะสมจ่ายขาด 1,139 ล้าน เร่งเยียวยา-ฟื้นฟูน้ำท่วม
“ชัชชาติ” ยื่นงบเพิ่มเติม 1,139 ล้านบาท ต่อสภา กทม. ขอเงินสะสมจ่ายขาด เร่งเยียวยา-ฟื้นฟูบ้านเรือนผู้ประสบภัยน้ำท่วม หลังงบกลางฉุกเฉินเหลือ 28 ล้าน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ได้ยื่นญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พ.ศ. …. ต่อสภากรุงเทพมหานคร ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 3) ประจำปีพุทธศักราช 2569 เพื่อขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับช่วยเหลือและฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เร่งรัดการเยียวยาให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

ขอใช้เงินสะสมจ่ายขาด 1,139 ล้านบาท เยียวยา-ฟื้นฟูน้ำท่วม
นายชัชชาติกล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้เป็นภัยพิบัติสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล กรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐ ทหาร ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยทุกฝ่ายมีเป้าหมายเดียวกัน คือเร่งบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว พร้อมยืนยันว่า กทม. ไม่มีความขัดแย้งกับรัฐบาล และพร้อมทำงานร่วมกันโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
การเสนอร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อจัดสรรงบประมาณรองรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดย กทม. เตรียมขออนุมัติใช้เงินสะสมจ่ายขาดประมาณ 1,139 ล้านบาท เพื่อเสริมงบประมาณสำหรับการเยียวยาและฟื้นฟูบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงภารกิจที่เกี่ยวข้อง
โดยตั้งเป้าให้มีงบประมาณสำหรับภารกิจเยียวยาและฟื้นฟูรวมประมาณ 1,500 ล้านบาท ทั้งนี้ วงเงินดังกล่าวยังต้องผ่านการพิจารณาและอนุมัติตามขั้นตอนของสภากรุงเทพมหานครก่อนนำไปใช้จ่าย

ทั้งนี้ ภายหลังสมาชิกสภากรุงเทพมหานครอภิปรายอย่างกว้างขวาง ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรับหลักการร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พร้อมตั้งคณะกรรมการวิสามัญจำนวน 28 คน เพื่อพิจารณารายละเอียดของร่างข้อบัญญัติในขั้นตอนต่อไป โดยกำหนดระยะเวลาแปรญัตติภายใน 2 วันทำการ
ขั้นตอนต่อจากนี้ คณะกรรมการวิสามัญจะพิจารณารายละเอียดและความเหมาะสมของการจัดสรรงบประมาณ ก่อนดำเนินการตามกระบวนการของสภากรุงเทพมหานครต่อไป การรับหลักการครั้งนี้จึงเป็นความคืบหน้าของกระบวนการพิจารณา แต่ยังไม่ใช่การอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณเพิ่มเติมขั้นสุดท้าย
กทม.สนับสนุนงบช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว 310 ล้าน บริหารอย่างรอบคอบ
สำหรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้จ่ายเงินให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แล้วรวม 310 ล้านบาท แบ่งเป็นครั้งแรก 10 ล้านบาท ครั้งที่สอง 200 ล้านบาท และครั้งล่าสุดอีก 100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นายชัชชาติชี้แจงว่า งบกลางกรณีฉุกเฉินของ กทม. เดิมมีจำนวน 400 ล้านบาท ใช้ไปแล้ว 372 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจัดทำถุงยังชีพ 162 ล้านบาท และเงินสนับสนุนรัฐบาล 210 ล้านบาท ทำให้เหลืองบประมาณในหมวดฉุกเฉินดังกล่าวประมาณ 28 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นเงินคงเหลือเฉพาะหมวดงบกลางกรณีฉุกเฉิน ไม่ใช่งบประมาณทั้งหมดของกรุงเทพมหานคร
การขออนุมัติใช้เงินสะสมจ่ายขาดจึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการจัดสรรทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยต้องพิจารณาควบคู่กับภารกิจประจำและความจำเป็นเร่งด่วนอื่น ๆ เช่น การป้องกันน้ำท่วม การปรับปรุงระบบระบายน้ำ และการจัดการขยะ เพื่อให้ กทม. สามารถให้บริการสาธารณะได้อย่างต่อเนื่อง
ยอดช่วยเหลือ ณ 27 ต.ค. จ่ายเงินแล้ว 95.25%
นายชัชชาติกล่าวว่า การช่วยเหลือประชาชนแบ่งเป็น 2 ลักษณะสำคัญ ได้แก่ การช่วยเหลือที่สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องประเมินความเสียหายของบ้านเป็นรายกรณี ซึ่งมีโอกาสจ่ายเงินได้รวดเร็วกว่า และการช่วยเหลือด้านค่าซ่อมแซมบ้านเรือนหรือทรัพย์สิน ซึ่งต้องตรวจสอบและประเมินความเสียหายตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจ่ายเงินเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม
จากข้อมูลสรุปการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569 เวลา 19.15 น. ระบุว่า กทม. ได้รับงบประมาณช่วยเหลือรวม 3,768.085 ล้านบาท ครอบคลุม 518,039 ครัวเรือน ขณะที่กรอบงบประมาณกลางที่ได้รับอนุมัติรวมอยู่ที่ 15,240.54 ล้านบาท และมีเงินสมทบจาก กทม. อีก 310 ล้านบาท
ผลการดำเนินงานระบุว่า มีการจ่ายเงินช่วยเหลือสำเร็จแล้วร้อยละ 95.25 ขณะที่ยังมีครัวเรือนรอรับเงินอีก 23,346 ครัวเรือน และ กทม. ได้ส่งข้อมูลให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แล้ว 541,385 ครัวเรือน เพื่อดำเนินการตรวจสอบและจ่ายเงินตามขั้นตอนต่อไป
เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ ควบคู่พัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วมระยะยาว
นายชัชชาติกล่าวว่า กทม. อยู่ระหว่างพัฒนาแบบจำลองคาดการณ์น้ำท่วมในระดับพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนและวางแผนรับมือ พร้อมพิจารณาเร่งรัดโครงการระบายน้ำและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นซ้ำในอนาคต
นอกจากการเร่งเยียวยาประชาชนแล้ว กทม. ยังให้ความสำคัญกับการนำบทเรียนจากสถานการณ์อุทกภัยมาปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่เปราะบางและพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและปริมาณน้ำจากพื้นที่โดยรอบ
ทั้งนี้กรุงเทพมหานครยืนยันที่จะเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั้งการผลักดันงบประมาณ การตรวจสอบสิทธิ การจ่ายเงินเยียวยา และการฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชน โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือถึงมือผู้ประสบภัยอย่างถูกต้องและรวดเร็ว ควบคู่กับการรักษาความพร้อมของงบประมาณสำหรับภารกิจจำเป็นของเมืองในระยะยาว
