เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’

31 ต.ค. 2569 | 14:30น.
เรืองโรจน์ พูนผล

ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคุกรุ่น สงครามที่ยืดเยื้อ และความสามารถของ AI ที่พัฒนาก้าวกระโดด ล้วนพาโลกเข้าสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทำให้เกิดความท้าทายในมิติต่าง ๆ กลายเป็นโจทย์บังคับให้ภาคธุรกิจต้องเปิดโหมด “เซอร์ไวเวอร์” เอาตัวรอดในช่วงเวลาต่อจากนี้

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “กระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล” กูรูด้านเทคโนโลยี, ผู้ร่วมก่อตั้ง H.O.W. (House of Wisdom) และเพิ่งออกหนังสือเล่มล่าสุด “Unbeatable: ต่อให้โลกโหดร้ายแค่ไหน ฉันจะไม่พ่ายแพ้” หลากหลายแง่มุมที่มาพร้อมกับคำแนะนำ สำหรับ “ผู้นำ” เพื่อนำพาองค์กรฝ่าความท้าทายทั้งหลาย

โลกเข้าสู่ “จุดหักศอก”

“กระทิง” ฉายภาพว่า โลกเข้าสู่ “จุดหักศอก” แรกที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตั้งแต่ปี 2024-2025 จากการเข้ามาของ ChatGPT หรือเทคโนโลยี Generative AI และเมื่อเข้าสู่ปลายทศวรรษ หรือประมาณปี 2030 จะเกิดจุดหักศอกอีกครั้งที่แรงและเร็วกว่าครั้งที่ผ่านมา

ครั้งแรกยังเห็นว่าเป็นผลกระทบที่เกิดจาก AI เป็นหลัก แต่ครั้งที่สองเป็นผลกระทบที่ซ้อนทับกันหลายปัจจัยไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่ยังมีภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม และ Climate Change หรือวิกฤตสภาพภูมิอากาศด้วย

ปัจจุบัน “สภาพแวดล้อมภายนอก” หรือปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ และขับเคลื่อนองค์กรมากขึ้น สะท้อนผ่านผลสำรวจองค์กรกว่า 6,800 แห่ง ที่ระบุว่า สัดส่วนของปัจจัยความสำเร็จในช่วงปี 2020-2024 เกิดจากผลิตภัณฑ์ และการดำเนินงาน 38% อุตสาหกรรม และตลาดที่อยู่ 19% และปัจจัยภายนอก 43%

ขณะที่ในปี 2012-2015 ปัจจัยความสำเร็จเกิดจากผลิตภัณฑ์ และการดำเนินงาน 37% อุตสาหกรรมและตลาดที่อยู่ 29% และมีสัดส่วนจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้เพียง 34% เท่านั้น หมายความในโลกที่คลื่นความปั่นป่วนภายนอกรุนแรงขึ้น ความสำเร็จขององค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่แค่กับศักยภาพภายในอีกต่อไป

“น้ำท่วมรอบที่ผ่านมาทำให้เห็นแล้วว่าไม่ว่าองค์กรจะบริหารงานเก่งแค่ไหน เมื่อเจอปัจจัยภายนอกที่ไม่คาดคิดเข้ามา ก็ต้องรับมือกับความยากลำบากที่เกิดขึ้นทันที”

ทำความเข้าใจ 5 เมกะเทรนด์

“กระทิง” แนะนำว่า การวางกลยุทธ์เพื่อเพิ่มความสามารถในการตอบสนอง และปรับตัวต่อปัจจัยภายนอกต้องเริ่มจากความเข้าใจว่าโลกเปลี่ยนไปอย่างไร ซึ่งมี 5 เมกะเทรนด์เป็นตัวแปรสำคัญ ประกอบด้วย 1.Geopolitics & Macroeconomics ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจมหภาค 2.Technology & Innovation เช่น AI, Robotics และ Quantum Computing

3.Aging เราอยู่ในโลกที่แก่มาก ประชากรมีอายุมากกว่า 65 ปี จะเพิ่มเป็น 1.7 พันล้านคน ภายในปี 2054 ปัจจุบันมีอยู่ราว 830 ล้านคน ขณะที่อัตราการเกิดน้อยลงเรื่อย ๆ จากที่ปัจจุบันผู้หญิงมีลูกเฉลี่ย 2.2 คน ในปี 2050 อาจเหลือเพียง 2.1 คนเท่านั้น

4.Climate Change ส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) โดยตรง ภายในปี 2050 จะมีประชากรที่ต้องรับมือกับภาวะขาดแคลนน้ำถึง 60% เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 50% และต้องใช้ชีวิตท่ามกลางอุณหภูมิที่สูงมาก ๆ 41% 

และ 5.Society & Work จากที่โครงสร้างองค์กรเคยเป็นรูป “พีระมิด” มีเด็กจบใหม่จำนวนมากคอยทำงานที่ง่ายที่สุด แล้วค่อยไล่ระดับไปที่กลุ่มพนักงานระดับกลางและผู้บริหารระดับสูง จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นรูป “เพชร” คือมีจำนวนพนักงานระดับกลางมากที่สุด เพราะจ้างเด็กจบใหม่น้อยลง และนำ AI มาใช้เป็นหนึ่งในเวิร์กโฟลว์

นอกจากนี้ 60% ของประชากรวัยแรงงานต้องได้รับการเทรน “Core Skill” หรือทักษะหลักในการทำงานในช่วง 5 ปีข้างหน้าด้วย เพราะเมื่อโลกเปลี่ยน ทักษะที่เคยมีจะไม่เพียงพออีกแล้ว

2 ทักษะที่ผู้นำต้องมี

แม้ความเข้าใจโลกจะเป็นทักษะที่สำคัญต่อการปรับตัว แต่การจะพาองค์กรข้ามผ่านความท้าทายเหล่านี้ไปได้ “ผู้นำ” ต้องมีทักษะ 2 ด้านควบคู่กัน ด้านนอกคือ “Likable” การเป็นคนที่คนอื่นต้องการทำงานด้วย ทั้งเข้าหาง่าย น่าเชื่อถือ และตั้งใจจริง อีกด้านคือ “Unbeatable” ไม่ยอมแพ้ แข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และปรับตัวไว

ถ้ามีแต่ Likable ไม่มี Unbeatable ก็จะเปราะบาง แต่ถ้ามีแค่ Unbeatable ก็จะแกร่งอยู่คนเดียว ไม่สามารถพาคนในองค์กรให้ฝ่าความท้าทายไปด้วยกันได้

“กระทิง” ทิ้งท้ายด้วยว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกปั่นป่วนรุนแรงเหมือน “ทะเลคลั่ง” แม้จะมีความเสี่ยงเยอะขึ้น แต่ก็มีโอกาสมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้น คนที่คว้าโอกาสไว้ได้จะยิ่งเติบโตและมั่งคั่งมากขึ้น

‘4 ฉากทัศน์’ โลกในปี 2050

ใคร ๆ ก็บอกว่าโลกไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิม เพราะนับวันจะมีปัจจัยท้าทายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันว่าหนักแล้ว ในอนาคตอันไกลในปี 2050 จะไปไกลถึงไหน ?

“กระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล” กูรูด้านเทคโนโลยีของไทย, ผู้ร่วมก่อตั้ง H.O.W. (House of Wisdom) ฉายฉากทัศน์ของโลกในปี 2050 จากการวิเคราะห์ของ BCG ว่า มีความเป็นไปได้ทั้งหมด 4 อย่าง คือ 1.AI Abundance – AI และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ปัญหาวิกฤตโลกทั้งด้านภูมิอากาศและพลังงาน มนุษย์ทำงานลดลงเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาเลี้ยงชีพและมุ่งเน้นการแสวงหาความหมายของชีวิต

2.Battling Blocks – ยุคของโลกาภิวัตน์สิ้นสุดลง โลกแตกเป็นกลุ่มก้อน เน้นการพึ่งพาตนเอง สายซัพพลายเชนเกิดความเปลี่ยนแปลง เพื่อความมั่นคงเฉพาะกลุ่ม ส่งผลให้ GDP โลกตกต่ำลงกว่าปัจจุบัน

3.Climate Coalition – วิกฤตธรรมชาติรุนแรงจนทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศมหาอำนาจในการจัดตั้ง Climate Club รวมถึงรัฐบาลทั่วโลกขึ้นภาษีและระดมทุนสร้างนวัตกรรมคาร์บอนต่ำเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero

และ 4.Digital Darwinism – เหล่าบริษัทบิ๊กเทคจะยิ่งทรงอิทธิพลเหนือรัฐบาล เกิดปัญหาผู้คนติดใช้ชีวิตในโลกเสมือน (Digital Addiction) ความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่กับบริษัทเหล่านั้น และเกิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำยิ่งกว่าเดิม

“สิ่งที่เป็นตัวแปรว่าฉากทัศน์ไหนจะเกิดหรือไม่เกิดในปี 2050 คือการตัดสินใจและการกระทำของมนุษย์ภายใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งถ้าเป็นแบบ AI Abundance ก็นับว่าดี เพราะ AI ช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างนวัตกรรม ช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทิง พูนผล ผู้นำ