แฮก Binance เสียหายทะลุ 2 แสนล้าน โยง ‘เกาหลีเหนือ’
นักวิเคราะห์บล็อกเชนจาก TRM Labs ชี้การโจมตี Binance ศูนย์ซื้อขายคริปโตที่ใหญ่สุดในโลก เกี่ยวข้องกับกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ ขณะมูลค่าความเสียหายทะลุ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 2 แสนล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์โจมตีระบบแพลตฟอร์ม Binance Global ศูนย์ซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีที่มีปริมาณธุรกรรมสูงที่สุดในโลกในวันนี้ ซึ่งทำให้มีเงินดิจิทัลถูกโอนออกไปจากกระเป๋าเงิน มูลค่าโดยประมาณ 6.36 พันล้านเหรียญสหรัฐ (หรือราว 2 แสนล้านบาท) ภายในเวลาเพียง 20 นาที ทำให้ตลาดคริปโตผวาขีดสุด มูลค่ารวมสูญไปกว่าแสนล้านเหรียญสหรัฐ
ล่าสุด TRM Labs บริษัทวิเคราะห์และสืบสวนข้อมูลบล็อกเชน เปิดเผยว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นฝีมือของ “TraderTraitor” กลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ ซึ่งมีความใกล้ชิดกับกลุ่ม Lazarus ที่เคยโจมตีและขโมยคริปโตเคอร์เรนซี จาก Bybit ไปกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม Binance และบริษัทที่ออกเหรียญ Stablecoin ได้ติตตามและดำเนินการกู้คืนสินทรัพย์ได้บางส่วนทันที
ผู้ออกเหรียญ Stablecoin เช่น Tether (USDT) และ Circle (USDC) ได้ร่วมมืออายัดทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปได้ราว 2.4-2.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งยังต้องรอการยืนยันความเสียหายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
TRM Labs ได้ลำดับเหตุการณ์การโจมตีว่า
คืนวันที่ 29 ตุลาคม 2026 แฮกเกอร์เริ่มสั่งโอนสินทรัพย์ดิจิทัลออกจากกระเป๋าเงิน (Hot Wallets) ของ Binance ด้วยความเร็วระดับสายฟ้า ทำให้สินทรัพย์ส่วนใหญ่บน 10 บล็อกเชนหลัก (รวมถึง XRP Ledger, Ethereum, Bitcoin, Tron, และ Solana) ถูกดูดออกไปกระจายยังกระเป๋าเงินของแฮกเกอร์ภายในเวลาเพียง 20 นาที
ต่อมาเมื่อเวลา 23:05 UTC แฮกเกอร์เปิดฉากดูดสินทรัพย์ระลอกสองในเครือข่าย Avalanche และ Polygon ก่อนที่ Binance จะสั่งระงับการถอนเงินเพื่อควบคุมสถานการณ์
รายงานระบุว่า แฮกเกอร์เจาะระบบผ่านโครงสร้างพื้นฐานการลงลายเซ็นดิจิทัล (Signing Infrastructure) ของ Binance โดยใช้ช่องโหว่ทางเทคนิค EIP-7702 บน Ethereum ทำให้ได้สิทธิการลงลายเซ็นที่เปิดใช้งานล่วงหน้า (Pre-signed Authorization) เพื่อบังคับให้ Hot Wallet ของ Binance รันคำสั่ง Sweeper Contract (สัญญาอัจฉริยะสำหรับกวาดเงินออกจากกระเป๋า)
สัญญานี้ถูกตั้งค่าให้มีเพียงแฮกเกอร์เท่านั้นที่เรียกใช้ได้ ทำให้สามารถกวาดเหรียญที่มีอยู่ทั้งหมด รวมถึงเหรียญใหม่ ๆ ที่ถูกโอนเข้ามาเติมในกระเป๋านั้นในเวลาต่อมาได้อย่างต่อเนื่อง
รูปแบบพฤติกรรมของลงมือและการกระจายเหรียญมีพิมพ์เขียวแบบเดียวกับเหตุการณ์แฮกแพลตฟอร์ม Bybit มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ซึ่ง FBI เคยระบุอย่างเป็นทางการว่าเป็นฝีมือของรัฐบาลเกาหลีเหนือ
ขณะที่ Chainalysis อีกหนึ่งบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน ร่วมยืนยันว่า ตรวจพบเส้นทางการเงินที่ถูกขโมยจาก Binance ในครั้งนี้ ไปปะปนกับกระเป๋าเงินดิจิทัลที่เป็นเงินที่ได้จากการแฮกแพลตฟอร์ม Bitget เมื่อเดือนกันยายน ซึ่งเป็นผลงานก่อนหน้าของเกาหลีเหนือเช่นกัน
ทำให้ TRM Labs ยืนยันอย่างมั่นใจว่าการก่อเหตุนี้เป็นฝีมือของ TraderTraitor ซึ่งเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ระดับหัวกะทิที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ (DPRK) โดยอ้างอิงจากหลักฐานทางออนเชนและออฟเชน (On-chain & Off-chain Intelligence)