คนยิงแอดต้องยืนยันตัวตน เริ่ม 1 พ.ย. 69 เปิดเงื่อนไข-เอกสารที่ต้องเตรียม
ผู้ลงโฆษณาบนโซเชียลมีเดียต้องยืนยันตัวตนก่อนยิงแอด ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2569 เปิดเงื่อนไขและเอกสารที่ต้องเตรียม ใช้อะไรบ้าง เตรียมตัวอย่างไร ไม่ยืนยันตัวตน กระทบอย่างไร
นับถอยหลัง 1 พฤศจิกายนนี้ ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย ต้องกำหนดให้มีการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ฉบับที่ 2)
ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าว เป็นประกาศภายใต้ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “พ.ร.ก.บัญชีม้า”
แล้วผู้ประกอบการหรือธุรกิจที่จะลงโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย ต้องเตรียมตัว หรือต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง แล้วผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย ต้องทำอย่างไรเพื่อให้สอดรับกับมาตรการดังกล่าว
สาระสำคัญ
สำหรับประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ฉบับที่ 2) กำหนดสาระสำคัญไว้ ดังนี้
มาตรการพิสูจน์และยืนยันตัวตนผู้ใช้บริการ
การบังคับก่อนเริ่มใช้งาน : ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ต้องจัดให้มีกระบวนการ พิสูจน์ตัวตนและยืนยันตัวตน ของผู้ใช้บริการให้เรียบร้อยก่อนเปิดให้เริ่มใช้งาน
การควบคุมกิจกรรมทางการเงิน/โฆษณา : ครอบคลุมถึงกรณีที่ผู้ใช้บริการจะโพสต์ข้อความ รูปภาพ หรือสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อการเปิดบัญชี ทำธุรกรรม หรือให้บริการทางการเงินบนสื่อสังคมออนไลน์
วิธีการตรวจสอบตัวตน (ต้องเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง)
ตรวจสอบกับหลักฐานราชการ : ตรวจสอบหลักฐานแสดงตัวตนที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ และเช็กความเชื่อมโยงกับตัวผู้ใช้งาน เช่น การเปรียบเทียบใบหน้าของผู้ใช้กับภาพถ่ายบนเอกสาร โดยต้องเป็นเอกสารที่สามารถตรวจสอบกับฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้
ใช้ระบบดิจิทัลมาตรฐาน : พิสูจน์ตัวตนผ่าน ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ที่มีความน่าเชื่อถือ โดยต้องมีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์กำหนด
การจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการและระยะเวลา
การเก็บข้อมูลระหว่างใช้งาน : ผู้ให้บริการต้องจัดเก็บข้อมูลที่จำเป็นเพื่อระบุตัวตนของผู้ใช้บริการได้ตลอดระยะเวลาที่เปิดใช้งาน
ระยะเวลาจัดเก็บหลังยกเลิกบริการ : ต้องเก็บรักษาข้อมูลไว้อย่างน้อย 90 วัน นับแต่วันที่สิ้นสุดการใช้บริการโฆษณา โดยข้อมูลขั้นต่ำที่ต้องจัดเก็บ ดังนี้
- ชื่อบุคคล : ชื่อ-นามสกุลของบุคคลธรรมดา หรือ นามนิติบุคคล (พร้อมระบุชื่อผู้ดำเนินการแทนนิติบุคคล)
- หลักฐานแสดงตัวตน : บัตรประจำตัวประชาชน (สำหรับคนไทย), หนังสือเดินทาง/Passport (สำหรับชาวต่างชาติ), หรือหนังสือรับรองนิติบุคคล
- ข้อมูลติดต่อ : ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้จริง
- ข้อมูลธุรกรรมการเงิน : หากมีการทำธุรกรรมทางการเงินของผู้ใช้บริการหรือบุคคลอื่นบนแพลตฟอร์ม ผู้ให้บริการต้องจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการเงินนั้นไว้ด้วย
มีผลกับแพลตฟอร์มไหน ?
กฎหมายดังกล่าว บังคับใช้กับผู้ลงโฆษณาออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ ที่จะแสดงโฆษณา (ยิง Ads) แก่ผู้ใช้ในประเทศไทย บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram, LINE, TikTok และ X จะต้องยืนยันตัวตน (KYC)

Meta เปิดวิธีลงทะเบียนยืนยันตัวตน
ขณะที่ Meta ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียชื่อดัง ทั้งเฟซบุ๊ก (Facebook) และอินสตาแกรม (Instagram) แนะนำ 3 ข้อสำคัญที่ต้องรู้ในการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาในไทย ดังนี้
ใครบ้างที่ต้องยืนยันตัวตน ?
ผู้ลงโฆษณาทุกรายที่กำหนดเป้าหมายไปยังประเทศไทยต้องยืนยันตัวตนก่อน โดยใช้เอกสารประจำตัวที่ออกโดยราชการ (เช่น บัตรประชาชน หรือ พาสปอร์ต) หรือเอกสารทางธุรกิจที่เป็นทางการ
ตรวจสอบและเริ่มต้นอย่างไร ?
ผู้ลงโฆษณาในไทย สามารถเช็กรายละเอียดและเริ่มต้นได้ผ่าน 2 วิธี
- ดูการแจ้งเตือนได้ใน Ads Manager หรือ Meta Business Suite
- ไปที่ Business Settings แล้วเลือกเมนู Authorizations and verifications
ทั้งนี้ ผู้ลงโฆษณาในไทย สามารถเข้าไปยืนยันล่วงหน้าได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ระบบแจ้งเตือน
ต้องทำให้เสร็จเมื่อไหร่ ?
สำหรับกำหนดการยืนยันตัวตน กำหนดให้เสร็จภายใน ปลายเดือนตุลาคม 2569 (สามารถยืนยันล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอแจ้งเตือน)
ทั้งนี้ หากยังไม่ยืนยันตัวตนตามกำหนด จะไม่สามารถเผยแพร่โฆษณาใหม่ได้ และไม่สามารถแก้ไขโฆษณาเดิมที่มีอยู่ได้