เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ส่งออกข้าวไทยฉายแววปัญหา ห่วงความสามารถลด-โดนกัมพูชาแย่งตลาด
Economic ส่งออกข้าวไทยฉายแววปัญหา ห่วงความสามารถลด-โดนกัมพูชาแย่งตลาด
ตำรวจ ปอศ. คุมตัว “บุ๋ม ปนัดดา” แจ้ง 3 ข้อหา ปมเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี
News ตำรวจ ปอศ. คุมตัว “บุ๋ม ปนัดดา” แจ้ง 3 ข้อหา ปมเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี
ดีแคช ถอด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พ้นพรีเซ็นเตอร์ เซ่นปมมูลนิธิองค์กรทำดี
Biz Movement ดีแคช ถอด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พ้นพรีเซ็นเตอร์ เซ่นปมมูลนิธิองค์กรทำดี
ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
Business ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
Finance เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
“ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
Politics “ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
Economic กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
Economic บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
ดูทั้งหมด

ส่งออกข้าวไทยฉายแววปัญหา ห่วงความสามารถลด-โดนกัมพูชาแย่งตลาด

06 พ.ย. 2569 | 07:02น.

อุตสาหกรรมการส่งออกข้าวไทยมีปัจจัยความท้าทายที่ต้องเร่งขบคิดแก้ไข คือ โครงสร้างการแข่งขันของข้าวหอมมะลิที่เริ่มเปลี่ยนแปลง หลังคู่แข่งอย่างกัมพูชาขยายการส่งออกข้าวหอมเข้าสู่ตลาดเดิมของไทยมากขึ้น เป็นความเสี่ยงที่ไทยอาจสูญเสียส่วนแบ่งตลาดพรีเมี่ยมต่อเนื่อง และย้อนกลับมากดดันราคาข้าวของเกษตรกรในอีก 2-3 ปีข้างหน้า จากข้อมูลภาวะการผลิตและการค้าข้าวนาปี ปีการเพาะปลูก 2569/70 เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า ช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2569 ไทยส่งออกข้าวทุกชนิด 4.987 ล้านตัน ลดลง 19.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่าส่งออก 94,945 ล้านบาท ลดลง 19.5% โดยข้าวหอมมะลิส่งออก 956,492 ตัน ลดลง 7.4% ข้าวหอมไทยลดลง 10.5% ข้าวขาวลดลง 9.7% และข้าวนึ่งลดลง 32% ขณะที่ตัวเลขขออนุญาตส่งออกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-27 ตุลาคม 2569 อยู่ที่ 5.536 ล้านตัน ลดลง 15% และเฉพาะวันที่ 1-27 ตุลาคม 2569 มีปริมาณขออนุญาตส่งออก 549,609 ตัน ลดลง 21% จากเดือนตุลาคมปีก่อน

กัมพูชาพัฒนา-ราคาถูกกว่า

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ปัญหาที่น่ากังวลมากกว่าตัวเลขการส่งออกลด คือ ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของข้าวไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ซึ่งในช่วงต้นฤดูปีนี้ราคายังอยู่ในระดับสูงมาก หากผู้ส่งออกซื้อข้าวจากโรงสีในระดับราคาปัจจุบัน ต้นทุนส่งออกข้าวหอมมะลิไทยอยู่ที่ประมาณ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ขณะที่ข้าวหอมใหม่ของกัมพูชาเสนอขายอยู่ประมาณ 750 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ทำให้มีส่วนต่างสูงถึง 350 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน อดีตข้าวหอมกัมพูชาขายต่ำกว่าไทยประมาณ 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันเท่านั้น ขณะที่คุณภาพข้าวหอมกัมพูชาก็ไม่ได้อยู่ห่างจากไทยเหมือนอดีต เพราะมีการปรับปรุงโรงสีและมีการลงทุนมากขึ้น ข้าว “ผกาลำดวน” ของกัมพูชาอยู่ในกลุ่มข้าวหอมที่ลูกค้ามองว่ามีลักษณะใกล้เคียงกับข้าวหอมมะลิไทย

“ราคาเมื่อก่อนต่างกันประมาณ 50 เหรียญ ลูกค้ายังซื้อไทยได้ แต่วันนี้ถ้าราคาต่างกันหลายร้อยเหรียญ ลูกค้าก็ต้องคิด เพราะเขาทำกำไรได้มากกว่าถ้าไปซื้อข้าวกัมพูชา”

ฮ่องกงเริ่มเห็นส่วนแบ่งไทยหด

นายชูเกียรติกล่าวว่า สัญญาณการเปลี่ยนแปลงเริ่มเห็นในตลาดสำคัญ โดยเฉพาะฮ่องกง ซึ่งเป็นตลาดข้าวหอมเดิมของไทย ข้อมูลส่งออกข้าวไทยระบุ ช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2569 ฮ่องกงนำเข้าข้าวรวม 186,800 ตัน ลดลงเพียง 1.7% แต่ส่วนแบ่งของไทยลดจาก 56.4% ในช่วงเดียวกันของปี 2568 เหลือ 52.2% ตรงกันข้าม กัมพูชามีส่วนแบ่งเพิ่มจาก 6.8% เป็น 12.7% โดยปริมาณเพิ่มจาก 13,000 ตัน เป็น 23,700 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 82.3% หากไม่สามารถแก้ปัญหาความสามารถในการแข่งขันได้ ตลาดข้าวหอมของไทยมีความเสี่ยงถูกคู่แข่งแย่งส่วนแบ่งประมาณปีละ 10% นอกจากฮ่องกงแล้วตลาดที่เริ่มเห็นแรงกดดันยังรวมถึงจีน สหรัฐอเมริกา และยุโรป โดยเฉพาะตลาดสหรัฐที่แม้ปัจจุบันกัมพูชายังมีฐานส่งออกไม่สูง แต่ปริมาณมีโอกาสขยับจากหลักหมื่นเป็นหลักแสนได้

“ตลาดใหญ่ของเราคืออเมริกา ตอนนี้กัมพูชายังเป็นหลักหมื่น แต่หลักหมื่นจะค่อย ๆ กลายเป็นหลักแสน สิ่งที่เขาขึ้นหมายความว่าเราลง”

ข้าวขาวไทยก็แพงกว่าคู่แข่ง

นายชูเกียรติกล่าวว่า ปัญหาราคาไม่ได้จำกัดเฉพาะข้าวหอมมะลิ ข้าวขาวไทยก็มีส่วนต่างกับคู่แข่งค่อนข้างสูง ราคาที่ไทยต้องเสนอขายอยู่ประมาณ 480 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ขณะที่เวียดนามประมาณ 420 ดอลลาร์ ปากีสถานประมาณ 415 ดอลลาร์ และอินเดียประมาณ 385 ดอลลาร์ ส่วนต่างราคาดังกล่าวมีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจของลูกค้า โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีข้อจำกัด และผู้ซื้อให้ความสำคัญกับราคามากขึ้น โดยข้อมูลส่งออก 9 เดือนแรกสะท้อนภาพเดียวกัน โดยข้าวขาวไทยส่งออกลดลง 9.7% ส่วนข้าวนึ่งลดลงถึง 32%

ตลาดข้าวหอมหายปีละ 10%

นายชูเกียรติมองว่า ความเสี่ยงที่ต้องระวังไม่ได้อยู่ที่ปี 2569 เพียงปีเดียวแต่เป็นภาพอีกหลายปีข้างหน้า หากข้าวหอมไทยยังมีราคาแพงกว่าคู่แข่งต่อเนื่อง ขณะที่คู่แข่งพัฒนาคุณภาพและระบบส่งออกขึ้นมา ตลาดไทยอาจถูกแย่งไปปีละประมาณ 10% โดยเฉพาะข้าวหอมกัมพูชา ซึ่งมองว่าน่ากังวลมากกว่าเวียดนาม เพราะอยู่ในตลาดใกล้เคียงกับข้าวหอมมะลิไทยโดยตรง

ตลาดที่ไทยสูญเสียหรือเริ่มเห็นส่วนแบ่งลดลงแล้ว ได้แก่ จีน ฮ่องกง สหรัฐ และยุโรป โดยในกรณียุโรป ไทยยังมีข้อเสียเปรียบด้านต้นทุนภาษีเมื่อเทียบกับกัมพูชา สิ่งที่ต้องเร่งทำคือ แก้โครงสร้างต้นทุน โดยนายชูเกียรติเห็นว่า เกษตรกรไทยมีต้นทุนสูงเพราะใช้การจ้างในแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่หว่าน ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงเก็บเกี่ยว แตกต่างจากคู่แข่งบางประเทศที่เกษตรกรทำงานด้วยตนเองมากกว่า หนึ่งในทางออกที่มองว่ายังสามารถดำเนินการได้คือ การพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น เพื่อใช้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นมาชดเชยต้นทุนที่สูง แต่ที่ผ่านมาเรื่องดังกล่าวยังเดินหน้าได้ค่อนข้างช้า

ส่งออกลดแต่ข้าวใน ปท.ตึงตัว

ด้าน นายวันนิวัต กิติเรียงลาภ รองประธานบริษัท พงษ์ลาภ จำกัด และรองเลขาธิการสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า จากการหารือกับเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17-18 จังหวัด ภาพในปีนี้คือ ราคาข้าวโดยรวมดีกว่าปีก่อน แต่ในอีกด้านเกษตรกรต้องเผชิญต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่ารถเกี่ยวข้าว ปุ๋ย และค่าใช้จ่ายอื่นในการผลิต ขณะที่ปัญหาระยะยาวที่เกษตรกรอีสานสะท้อนมากคือ “แหล่งน้ำ” ซึ่งยังเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการผลิต

นายวันนิวัตตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของสถานการณ์ปีนี้ว่า แม้การส่งออกข้าวโดยรวมลดลง แต่ผู้ประกอบการยังต้องแข่งขันกันซื้อข้าว และราคาภายในกลับเพิ่มขึ้น ตัวเลข 9 เดือนแรกระบุว่า การส่งออกข้าวทุกชนิดเหลือ 4.987 ล้านตัน ลดลง 19.3% ขณะที่การส่งออกข้าวหลายประเภทลดลงพร้อมกัน หากนำตัวเลขส่งออกมาประเมินทั้งปีที่ประมาณ 6.8 ล้านตัน เทียบกับปี 2568 ที่ 8.3 ล้านตัน จะเท่ากับปริมาณข้าวสารที่ส่งออกลดลง 1.5-1.6 ล้านตันเมื่อแปลงกลับเป็นข้าวเปลือก ปริมาณที่ควรเหลืออยู่ในระบบจะอยู่ในระดับหลายล้านตัน แต่ในตลาดจริงกลับไม่ได้เห็นข้าวเปลือกส่วนเกินดังกล่าว

จึงเกิดคำถามในอุตสาหกรรมว่า “ข้าวหายไปไหน”

“เพิ่มขีดความสามารถ”

อีกปัจจัยคือ การใช้ปุ๋ย ข้อมูลที่นำเสนอระบุว่า ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ไทยนำเข้าปุ๋ยลดลง 22.4% และเนื่องจากข้าวเป็นภาคการผลิตที่ใช้ปุ๋ยจำนวนมาก สมาคมจึงประเมินว่าปริมาณการใช้ปุ๋ยในนาข้าวอาจลดลงในระดับใกล้เคียงกัน จากการพูดคุยกับเกษตรกรในภาคอีสาน มีเกษตรกรจำนวนหนึ่งระบุว่าลดการใช้ปุ๋ยลง และบางรายลดลงมาก แม้ไม่สามารถระบุได้ว่าภาพดังกล่าวเกิดขึ้นครอบคลุมทุกพื้นที่มากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ตาม ปีนี้หลายพื้นที่ในภาคอีสานได้ฝนในช่วงเวลาที่เหมาะสม จึงช่วยพยุงผลผลิตในบางพื้นที่ไว้ แม้การใช้ปัจจัยการผลิตจะลดลง จุดที่ต้องจับตาคือ หากในปีถัดไปเงื่อนไขด้านฝนและน้ำไม่เอื้อเหมือนปีนี้ การลดปริมาณปุ๋ยหรือข้อจำกัดด้านต้นทุนอาจส่งผลต่อผลผลิตได้มากขึ้น

อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมข้าวไทยไม่ใช่เพียงรักษาราคาข้าวในฤดูกาลปัจจุบัน แต่ต้องรักษาตลาดส่งออกไว้ควบคู่กัน  ภาพที่ผู้ส่งออกสะท้อนว่า “ราคาดีวันนี้” กับ “ความสามารถแข่งขันในอนาคต” เป็นคนละเรื่องกัน และโจทย์ใหญ่ของข้าวหอมมะลิไทยไม่ได้อยู่เพียงปริมาณผลผลิตหรือยอดส่งออกในปีเดียว แต่เป็นการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต จัดการปัญหาแหล่งน้ำ และรักษาฐานตลาดพรีเมี่ยมก่อนที่ส่วนแบ่งซึ่งค่อย ๆ ถูกคู่แข่งเจาะ จะกลายเป็นปัญหาราคาข้าวของเกษตรกรในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข้าวไทย ส่งออก