“ศุภจี” ถกรัฐมนตรีเอเปค ดัน FTA-DEFA ปูทางการค้าใหม่ ก่อนผู้นำถกที่จีน
“ศุภจี” ร่วมประชุมรัฐมนตรีเอเปคก่อนผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจถกที่เสิ่นเจิ้น ชู FTA กฎการค้ายุคใหม่ และ ASEAN DEFA เป็นเครื่องมือเร่งการรวมกลุ่มเศรษฐกิจ พร้อมดัน SMEs ใช้สิทธิการค้า-เข้าถึงเงินทุน ขณะที่เอเปคมีสัดส่วนถึง 72.24% ของการค้ารวมไทย มูลค่าเกือบ 4.95 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2568
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเอเปค ประจำปี 2569 หรือ 2026 APEC Ministerial Meeting (AMM) ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ว่า ไทยสนับสนุนการขับเคลื่อนการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ผ่านเครื่องมือด้านการค้าและกติกาเศรษฐกิจยุคใหม่
การประชุมครั้งนี้เป็นการหารือร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีด้านการต่างประเทศและด้านการค้าของเอเปค ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน ณ เมืองเสิ่นเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน
หัวข้อหลักของเอเปคปีนี้คือ “Building an Asia-Pacific Community to Prosper Together” หรือ “เสริมสร้างประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกเพื่อความรุ่งเรืองร่วมกัน” โดยที่ประชุมหารือถึงแนวทางยกระดับการดำเนินงานของเอเปคให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และรับมือความท้าทายของเศรษฐกิจโลก
นางศุภจีกล่าวว่า ในวาระ “การส่งเสริมการบูรณาการทางเศรษฐกิจเพื่อสร้างการเติบโตใหม่ในภูมิภาค” ไทยได้สนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกับคู่ค้าสำคัญผ่านการจัดทำความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA และการกำหนดกฎเกณฑ์การค้าใหม่
พร้อมชูบทบาทไทยในการร่วมผลักดันการเจรจากรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน หรือ ASEAN Digital Economy Framework Agreement (DEFA) ให้บรรลุผลสำเร็จ และสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่เปิดกว้าง ครอบคลุม และตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์
อีกประเด็นสำคัญคือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SMEs และเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยส่งเสริมให้ภาคธุรกิจใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าโลก

นางศุภจียังนำเสนอแนวทางสนับสนุน SMEs ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น ซึ่งไทยได้เน้นย้ำระหว่างการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
เครื่องมือที่ถูกหยิบยกขึ้นมา ได้แก่ IP Financing และ Supply Chain Financing เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านเงินทุนให้กับ SMEs
สำหรับเอเปคมีสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ จีนไทเป ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม
ในปี 2568 การค้าของไทยกับกลุ่มเศรษฐกิจเอเปคมีมูลค่า 494,646.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 72.24% ของมูลค่าการค้ารวมของไทย
แบ่งเป็นการส่งออกจากไทยไปยังกลุ่มเอเปค 237,581.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้าจากเอเปค 257,064.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนน้ำหนักของกลุ่มเอเปคต่อโครงสร้างการค้าระหว่างประเทศของไทย