เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Mr. Veto บุรุษนักตีตกร่างกฎหมาย
World Mr. Veto บุรุษนักตีตกร่างกฎหมาย
DONKI สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ดีเดย์ 11 พ.ย.นี้
Business DONKI สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ดีเดย์ 11 พ.ย.นี้
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
‘อับดุล เอล-ซาเยด’ มุสลิมคนแรก นั่งวุฒิสภาสหรัฐ
World ‘อับดุล เอล-ซาเยด’ มุสลิมคนแรก นั่งวุฒิสภาสหรัฐ
KAsset จับตา Blue Sweep เขย่าหุ้นเทคสหรัฐ ชี้คานอำนาจทรัมป์อาจหนุนตลาด
Finance KAsset จับตา Blue Sweep เขย่าหุ้นเทคสหรัฐ ชี้คานอำนาจทรัมป์อาจหนุนตลาด
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเร่งเพิ่มไฟลต์บินตรง หวั่นปัญหายุโรปทุบท่องเที่ยว
Business การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเร่งเพิ่มไฟลต์บินตรง หวั่นปัญหายุโรปทุบท่องเที่ยว
ชมสินธุ์ นิลา และลา กริตต้า เครือออนิกซ์ฯ คว้ารางวัล TOP25 Restaurants Thailand Awards 2026
Biz Movement ชมสินธุ์ นิลา และลา กริตต้า เครือออนิกซ์ฯ คว้ารางวัล TOP25 Restaurants Thailand Awards 2026
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
คาราบาว-ตะวันแดง คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติต่อเนื่อง ตอกย้ำคุณภาพระดับโลก
Biz Movement คาราบาว-ตะวันแดง คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติต่อเนื่อง ตอกย้ำคุณภาพระดับโลก
สมาคมแบงก์ แนะปลดล็อกเกณฑ์ M&A ปั้นธุรกิจไทยเป็น “National Champion”
Finance สมาคมแบงก์ แนะปลดล็อกเกณฑ์ M&A ปั้นธุรกิจไทยเป็น “National Champion”
ดูทั้งหมด

กกร. ห่วงเศรษฐกิจโตไม่ทั่วถึง K-Shape ชัดขึ้น แม้อัพ GDP ปี’69 โต 2.6%

04 พ.ย. 2569 | 14:19น.
พจน์ อร่ามวัฒนานนท์

กกร. ปรับเพิ่มเป้าจีดีพีปี 2569 โต 2.4-2.6% ส่งออกพุ่ง 18-22% รับ MPI ใหม่สะท้อนภาคผลิตฟื้น แต่ห่วงเศรษฐกิจ K-Shape ผลบวก AI-Data Center กระจุกตัว จี้เชื่อม Supply Chain ไทย พร้อมหนุนขึ้นภาษี EV นำเข้าเป็น 35%

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประจำเดือนพฤศจิกายน 2569 ว่า การประชุม IMF-World Bank Group ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการก้าวสู่ Second Take-off หรือการเริ่มต้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจระลอกใหม่

โดยไทยมีศักยภาพที่จะเป็น Trusted Connector เชื่อมโยงการลงทุนระลอกใหม่ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในประเทศ ทั้งอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สอดรับกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก และการลงทุนด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ทั้งนี้ กกร.พร้อมร่วมมือกับภาครัฐขับเคลื่อน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมายตามแนวทาง Reinvent Thailand ผ่านกลไก กรอ. เพื่อยกระดับผลิตภาพ (Productivity) และทุนมนุษย์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ยั่งยืน และทั่วถึง

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวสูงประมาณ 105-110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน และมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องตามความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพเพิ่มขึ้น รวมถึงกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่รัฐบาลหลายประเทศมีข้อจำกัดในการใช้มาตรการทางการคลังมากขึ้น จนเกิดกระแสการชุมนุมประท้วงในหลายประเทศของยุโรป

นอกจากนี้ ตลาดการเงินยังเผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวที่อยู่ในระดับสูง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะฟองสบู่ในธุรกิจ AI ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า

สำหรับเศรษฐกิจไทย การปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ทำให้เห็นภาพการเติบโตของภาคการผลิตชัดเจนขึ้น โดย MPI ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว 2.6% แตกต่างจากดัชนีเดิมที่สะท้อนว่าภาคการผลิตหดตัว โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยีที่เติบโตสูงถึง 18.9% สอดคล้องกับทิศทางการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เร่งตัวขึ้นก่อนหน้านี้ และการส่งออกของไทยที่ขยายตัวสูงในปีนี้

ซึ่งการปรับปรุง MPI ทำให้ข้อมูลภาคอุตสาหกรรมสะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสดิจิทัลของโลกได้ดีขึ้น โดยเฉพาะการเติบโตของกลุ่มเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญต่อการส่งออกและเศรษฐกิจไทย ส่งผลให้ กกร. ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 2.4-2.6% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 2.1-2.5%

ขณะเดียวกัน ปรับประมาณการส่งออกปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 18-22% จากเดิม 12-16% และปรับลดประมาณการเงินเฟ้อเหลือ 2.1-2.5% จากเดิม 2.5-3% สะท้อนภาพการส่งออกและภาคการผลิตที่ขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ กกร. ยังมีความกังวลคือการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีลักษณะ K-Shape ชัดเจนมากขึ้น โดยกลุ่ม K ขาบนได้รับอานิสงส์จากกระแส AI และ Data Center ทั่วโลก ทำให้ภาคธุรกิจเทคโนโลยีเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ธุรกิจกลุ่มนี้มีสัดส่วนการใช้วัตถุดิบนำเข้าสูงถึงประมาณ 60% ส่งผลให้ผลประโยชน์จากการลงทุนไม่ได้กระจายสู่เศรษฐกิจไทยมากเท่าที่ควร

ขณะที่กลุ่ม K ขาล่างยังเผชิญปัญหากำลังซื้อภายในประเทศที่อ่อนแอ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจที่พึ่งพาตลาดในประเทศ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการทำให้การลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีและ Data Center กลายเป็นตัวเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทย ผ่านการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) กับผู้ผลิตในประเทศ เพิ่มการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนไทย ตลอดจนสร้างการจ้างงานให้แรงงานไทยมากขึ้น

พร้อมกันนี้ ต้องเร่งยกระดับผู้ประกอบการในกลุ่ม K ขาล่างให้มีผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น เพื่อให้ธุรกิจไทยทุกระดับได้รับประโยชน์จากการลงทุนระลอกใหม่ ไม่ใช่ปล่อยให้การเติบโตกระจุกตัวอยู่เฉพาะบางอุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตไม่ทั่วถึงและขาดความแข็งแกร่งในระยะยาว

ส่วนประเด็นอุตสาหกรรมยานยนต์ กกร. สนับสนุนมาตรการภาครัฐในการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV และ REEV นำเข้าสำเร็จรูป (CBU) เป็น 35% โดยมองว่าเป็นกลไกเชิงนโยบายที่ช่วยสนับสนุนการผลิตและการลงทุนในประเทศ สร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็นประมาณ 10% ของ GDP และมีการจ้างงานกว่า 800,000 คน รวมถึงมีผู้ประกอบการ SMEs ในห่วงโซ่อุปทานกว่า 3,000 ราย

มาตรการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2570 เติบโตไม่น้อยกว่า 7% ต่อปี และผลักดันยอดการผลิตรถยนต์ในประเทศกลับสู่ระดับ 1.55 ล้านคันต่อปี พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ทั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ (E-Parts) และรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ (CAV) ตลอดจนดึงดูดพันธมิตรระดับโลกเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตและศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทย

นอกจากนี้ ที่ประชุม กกร. ยังแสดงความกังวลต่อปัญหากากอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนในหลายพื้นที่ โดยสนับสนุนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมในการควบคุม ตรวจสอบกากอุตสาหกรรมนำเข้า และปราบปรามโรงงานที่กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม รวมถึงสนับสนุนให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเป็นธรรม ทั้งการสั่งปิดโรงงานหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ ภาคเอกชนยืนยันหลักการว่าจะไม่ปกป้องผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมาย และผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องต้องไม่เสียเปรียบผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะปัญหาดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน แต่ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมและการแข่งขันทางธุรกิจ

ทั้งนี้ กกร. จะหารือร่วมกันเพื่อจัดทำข้อเสนอแนวทางบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อคุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อม สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคการผลิตและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว