ขนสัตว์เลี้ยงเข้าปอดได้จริงไหมข้อสงสัยที่คนเลี้ยงหมาแมวต้องรู้
คอลัมน์ : สุขภาพดีกับรามา
ผู้เขียน : ผศ. พญ.วรรณดา ไล้สวน
หลายคนอาจเคยเห็นข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ที่ระบุว่า ขนแมวหรือขนสุนัขสามารถเข้าสู่ปอดและสะสมจนทำให้เกิดโรคร้ายแรงได้ อย่างไรก็ตาม ในการสัมผัสสัตว์เลี้ยงตามปกติ เส้นขนสัตว์มีโอกาสผ่านลงไปถึงหลอดลมส่วนลึกหรือเนื้อปอดได้น้อยมาก เนื่องจากเส้นขนสัตว์มีขนาดใหญ่กว่าฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ขนาดเล็กหลายชนิด จึงมักถูกดักไว้บริเวณจมูก ลำคอ หรือทางเดินหายใจส่วนต้น ก่อนถูกกำจัดออกด้วยการจาม ไอ หรือกลืนลงสู่ระบบทางเดินอาหาร
ในทางการแพทย์ สิ่งแปลกปลอมสามารถถูกสำลักเข้าสู่หลอดลมได้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและมีอาการชัดเจน เช่น สำลัก ไอรุนแรง หายใจลำบาก หรือหายใจมีเสียงผิดปกติ แตกต่างจากการมีขนสัตว์ปลิวอยู่ภายในบ้านระหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน
ร่างกายป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ปอดอย่างไร
ระบบทางเดินหายใจมีกลไกป้องกันสิ่งแปลกปลอมหลายระดับ เริ่มตั้งแต่ขนจมูกและโครงสร้างภายในโพรงจมูก ซึ่งช่วยกรองฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ที่ปะปนมากับอากาศ เมื่อฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ผ่านเข้ามาในทางเดินหายใจ เมือกที่เคลือบอยู่บนผิวเยื่อบุจะช่วยดักจับฝุ่น เชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอม จากนั้นขนกวัดขนาดเล็กหรือซิเลียจะเคลื่อนเมือกขึ้นไปทางลำคอ เพื่อให้ร่างกายไอ ขับออก หรือกลืนลงกระเพาะอาหาร กระบวนการนี้เรียกว่า การกำจัดสิ่งแปลกปลอมด้วยระบบเมือกและขนกวัด หรือ Mucociliary Clearance
กลไกดังกล่าวเป็นแนวป้องกันสำคัญของปอด และช่วยลดโอกาสที่สิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่ เช่น เส้นขน จะลงไปสะสมในทางเดินหายใจส่วนลึก
ขนสัตว์หรือสารก่อภูมิแพ้ อะไรอันตรายกว่ากัน
สิ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้ส่วนใหญ่มักไม่ใช่โครงสร้างของเส้นขนโดยตรง แต่เป็นโปรตีนจากรังแค น้ำลาย ปัสสาวะ เหงื่อ หรือสารคัดหลั่งของสัตว์ ที่เกาะอยู่บนขนและพื้นผิวต่าง ๆ ภายในบ้าน รังแคสัตว์หรือ Dander คือเศษเซลล์ผิวหนังขนาดเล็กที่สัตว์ผลัดออก สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้มีขนาดเล็กและสามารถลอยอยู่ในอากาศ รวมถึงเกาะติดกับเสื้อผ้า พรม ที่นอน โซฟา และผ้าม่านได้ เมื่อผู้ที่มีภาวะภูมิแพ้สูดหายใจเข้าไป ระบบภูมิคุ้มกันอาจตอบสนองต่อโปรตีนเหล่านี้จนเกิดอาการแพ้
นอกจากนี้ เส้นขนยังอาจพาฝุ่น ละอองเกสร เชื้อรา หรือสารก่อภูมิแพ้อื่นที่ติดมาจากภายนอกบ้านเข้าสู่บริเวณที่พักอาศัยได้ จึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะปริมาณขนที่มองเห็น แต่ควรดูแลความสะอาดของทั้งบ้านและสัตว์เลี้ยงควบคู่กันไป
แพ้ขนสัตว์เลี้ยงมีอาการอย่างไร
อาการแพ้สัตว์เลี้ยงอาจเกิดขึ้นภายในเวลาไม่นานหลังสัมผัส หรือค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อได้รับสารก่อภูมิแพ้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาการที่พบได้ ได้แก่ จามบ่อยหรือจามต่อเนื่อง น้ำมูกไหล คัดจมูก หรือคันจมูก คันตา ตาแดง หรือน้ำตาไหล ไอ ระคายคอ หรือมีน้ำมูกไหลลงคอ ผื่นแดง ลมพิษ หรือคันบริเวณที่สัมผัสสัตว์ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคหอบหืด
ขนสัตว์เลี้ยงกระตุ้นโรคหอบหืดได้หรือไม่
สารก่อภูมิแพ้จากสัตว์สามารถกระตุ้นให้อาการหอบหืดกำเริบในผู้ที่แพ้ได้ โดยอาจทำให้ไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด หรือหายใจลำบากมากขึ้น ผู้ป่วยหอบหืดแต่ละคนมีสิ่งกระตุ้นแตกต่างกัน บางคนอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้โดยไม่มีอาการ ขณะที่บางคนอาจมีอาการทุกครั้งที่เข้าใกล้สัตว์หรือเข้าไปในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง
การตัดหรือโกนขนสัตว์จึงไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาโดยตรง เพราะสารก่อภูมิแพ้หลักมาจากรังแค น้ำลาย และสารคัดหลั่ง ไม่ใช่ความยาวของเส้นขน
ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดควรสังเกตว่าอาการสัมพันธ์กับการสัมผัสสัตว์หรือไม่ และใช้ยาควบคุมโรคตามแผนการรักษาของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง