เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ซีเอ็ดจับมือเครือข่ายคนตาบอด เชื่อมข้อมูลหนังสือ-ต่อยอดหนังสือเสียง
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือเครือข่ายคนตาบอด เชื่อมข้อมูลหนังสือ-ต่อยอดหนังสือเสียง
กทม.ลอกท่อ-ขุดลอกคลองต่อเนื่อง เคลียร์ทางน้ำตลอดปี
Real Estate กทม.ลอกท่อ-ขุดลอกคลองต่อเนื่อง เคลียร์ทางน้ำตลอดปี
Lawson 108 เปิดเครื่องแลกเงินอัตโนมัติ รองรับ 12 สกุลเงิน ใช้เวลาเร็วสุด 1 นาที
Business Lawson 108 เปิดเครื่องแลกเงินอัตโนมัติ รองรับ 12 สกุลเงิน ใช้เวลาเร็วสุด 1 นาที
วิกฤตไซเบอร์ช็อกโลก 30 ชาติผวา เฮโล เตือนสำรองน้ำ-อาหาร-เงินสด
Tech วิกฤตไซเบอร์ช็อกโลก 30 ชาติผวา เฮโล เตือนสำรองน้ำ-อาหาร-เงินสด
SET เสียหลักหลุด 1,500 จุด! สถาบัน-โบรกฯ เทขาย 1.97 พันล้าน ต่างชาติสวนซื้อ
Finance SET เสียหลักหลุด 1,500 จุด! สถาบัน-โบรกฯ เทขาย 1.97 พันล้าน ต่างชาติสวนซื้อ
Super LBA ดึง 3 แม่ทัพธุรกิจ ถ่ายทอดกลยุทธ์ความยั่งยืน CG-ESG
Biz Movement Super LBA ดึง 3 แม่ทัพธุรกิจ ถ่ายทอดกลยุทธ์ความยั่งยืน CG-ESG
เมตตา รุ่งรัตน์ นักแสดงอาวุโส “ไข่มุกดำแห่งเอเชีย” เสียชีวิต อายุ 83 ปี
News เมตตา รุ่งรัตน์ นักแสดงอาวุโส “ไข่มุกดำแห่งเอเชีย” เสียชีวิต อายุ 83 ปี
ภูมิใจไทย จ่อแก้ข้อบังคับการประชุม ให้อำนาจประธานสภา เพิ่ม-ลดจำนวน กมธ. 35 คณะได้
Politics ภูมิใจไทย จ่อแก้ข้อบังคับการประชุม ให้อำนาจประธานสภา เพิ่ม-ลดจำนวน กมธ. 35 คณะได้
ปิดฉากมหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ยอดขายทะลุหมื่นล้าน คนรุ่นใหม่แห่ซื้อคอนโดฯ 3-7 ล้าน
Real Estate ปิดฉากมหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ยอดขายทะลุหมื่นล้าน คนรุ่นใหม่แห่ซื้อคอนโดฯ 3-7 ล้าน
ปิดฉากเวทีการลงทุน “รัสเซีย–ไทย” ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 พร้อมกิจกรรมวัฒนธรรมและกีฬาสานสัมพันธ์
Biz Movement ปิดฉากเวทีการลงทุน “รัสเซีย–ไทย” ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 พร้อมกิจกรรมวัฒนธรรมและกีฬาสานสัมพันธ์
ดูทั้งหมด

วิกฤตไซเบอร์ช็อกโลก 30 ชาติผวา เฮโล เตือนสำรองน้ำ-อาหาร-เงินสด

03 พ.ย. 2569 | 18:13น.

จากการ “แฮกตู้เย็น” นำสู่การแกะรอยเหตุการณ์สำคัญป่วนโลกประเดประดังตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจุดร่วมที่ “ภัยคุกคามไซเบอร์” ต่อโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคส่วนกลาง ซึ่งสร้างความหวาดผวาให้ผู้คนในวงกว้าง โดยเฉพาะการที่รัฐบาลประเทศใหญ่ ๆ แจ้งเตือนประชาชนสำรองน้ำ อาหาร เงินสด ซึ่งทำติดต่อกันจนไม่อาจมองข้ามนัยสำคัญได้

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมรายงานเหตุการณ์และสถานการณ์ของโลกที่กำลังปั่นป่วนจากทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และที่ต้องเน้นย้ำคือสถานการณ์เหล่านี้มี “ภัยคุกคามไซเบอร์” เป็นหนึ่งในเหตุผลหลัก

เหตุการณ์ล่าสุด คือ การโจมตีระบบ “ตู้เย็น” ในซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ของหลายประเทศในยุโรป ที่ยังไม่ทราบว่าใครโจมตี แต่ก็กระตุ้นปัญหาของการโจมตีไซเบอร์ต่อสาธารณูปโภคที่ใหญ่กว่านั้น ทั้งการทำให้เกิดปัญหาห่วงโซ่อุปทานอาหารหยุดชะงัก หรือการล่มระบบไฟฟ้า น้ำประปาของเมืองทั้งเมือง

“สัญญาณ” ของ “สัญญาณเตือน” 

แม้ว่าหลายประเทศในโลก จะมีการออกแนวทางให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามหลายรูปแบบทั้งภัยธรรมชาติที่มักประสบสม่ำเสมอ อย่างเช่น ญี่ปุ่น หรือ สแกนดิเนเวีย อีกทั้งภัยจากการสู้รบ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เผชิญความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ตามเส้นพรมแดน หรือจุดโช็คพอยต์สำคัญในโลก อย่างเช่น ไต้หวัน 

แนวทางที่ภาครัฐแนะนำตลอดมานั้นไม่ได้แปลกใหม่อะไร กระทั่งไม่กี่เดือนก่อน ไต้หวัน เริ่มแนะนำให้ประชาชนซักซ้อมการใช้ชีวิตเมื่อไร้อินเทอร์เน็ต ควบคู่กับการสำรองทรัพยากรฉุกเฉินตามปกติ

ขณะที่่ฝั่งอังกฤษ กระุต้นแคมเปญ “Be Ready” เพิ่มคำแนะนำเกี่ยวกับการสื่อสาร อินเทอร์เน็ตที่ถูกตัดขาด จึงให้เพิ่มการเตรียมเงินสดสำรองทั้งกำหนดระยะเวลาราว 72 ชม. 

รายละเอียดจาก UK.gov ระบุว่า ในช่วง 72 ชั่วโมงแรกของวิกฤตการณ์ขนาดใหญ่ เช่น ไฟดับทั้งเมือง หรือระบบน้ำประปาประสบปัญหา เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องใช้เวลาและทรัพยากรไปกับการกู้คืนระบบโครงสร้างพื้นฐาน การที่ภาคประชาชนดูแลตัวเองได้ในระยะสั้น จะช่วยลดความโกลาหลและเปิดโอกาสให้รัฐบาลช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้ก่อน ซึ่งความเสี่ยงที่ระบุคือ ภัยจากรัสเซีย ภัยธรรมชาติเช่นไฟป่าและคลื่นความร้อน รวมถึงเหตุโจมตีไซเบอร์

เช่นเดียวกับสหภาพ ยุโรปเริ่มกระตุ้นเตือนประชาชน ให้ทำตามแผน “Safer Together: Strengthening Europe’s Civilian and Military Preparedness and Readiness” ซึ่งได้รับการเผยแพร่ตั้งแต่ปี 2024 แล้ว ด้วยยุโรปกำลังเผชิญกับภัยคุกคามรอบด้าน ทั้งสงครามยูเครน ภัยไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรง และวิกฤตสภาพอากาศ เพื่อลดภาระของภาครัฐหากเกิดเหตุฉุกเฉินระดับชาติ รายงานฉบับนี้กลายเป็นต้นแบบให้ประเทศสมาชิก EU และพันธมิตรตะวันตกนำไปปรับใช้

แนวทางเหล่านี้สำทับมาอีกครั้งในฝั่งเอเชีย โดยหน่วยงานความปลอดภัยของ ญี่ปุ่น ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะญี่ปุ่นเสี่ยงเผชิญภัยธรรมชาติขนาดใหญ่อยู่ตลอดเวลา แต่ในวันถัดมา ออสเตรเลีย ซึ่งห่างกันคนละซีกโลกก็ประกาศแนวทางเดียวสำทับมาอีก เช่นกับอีกหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยเองก็ได้แนะนำแนวทางสำรองทรัพยากรฉุกเฉินในวันนี้ 

ทำให้ตอนนี้มีอย่างน้อย 33 – 34 ประเทศทั่วโลก ที่ได้เปิดตัวแคมเปญ ออกประกาศ หรือทบทวนแนวทางปฏิบัติเพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือภัยฉุกเฉิน 

การเฮโล พร้อม ๆ กัน ของรัฐชาติใหญ่ทั่วโลกนี้ จึงไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้าม 

สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานหลังมีเอกสารแนะนำประชาชนจากทางการว่า หลังเกิดโรคระบาดโควิด 19 ทำให้หลายประเทศตระหนักถึงความเสี่ยงเมื่อ “ห่วงโซ่อุปทาน” หยุดชะงัก โรคระบาดครานั้นแสดงให้เห็นว่าระบบการกระจายสินค้าสมัยใหม่พึ่งพาเทคโนโลยีและขนส่งแบบ “ทันเวลาพอดี” (Just-in-Time) สูงมาก หากระบบขนส่งล่มเพียง 24-48 ชั่วโมง สินค้าบนชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตจะหมดลงทันที และหากระบบอินเทอร์เน็น ระบบธนาคาร หรือสาธารณูปโภคประสบปัญหาจะเกิดความสับสน 

CNN อธิบายต่อว่า เมื่อเข้าสู่ปี 2026 โลกได้เห็นภัยคุกคามใหม่ที่อาจทำให้ห่วงโซ่อุุปทานหยุดชะงักอีก นั่นคือ การโจมตีระบบสาธารณูปโภค ซึ่งปัจจุบันล้วนพึ่งพาโครงข่ายอินเทอร์เน็ต และระบบอัตโนมัติ แค่การโจมตีทางไซเบอร์ที่ทำให้ระบบไฟฟ้าหรือระบบน้ำใช้งานไม่ได้ ก็สร้างความเดือดร้อนทางกายภาพให้ประชาชนได้ทันที 

สอดคล้องกับรายงานของ BBC ที่ชี้ว่า ภัยคุกคามได้ยกระดับสู่สงครามไฮบริด ซึ่งกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีรัฐปฏิปักษ์ (Hostile States) หนุนหลัง มักใช้การโจมตีไซเบอร์ ต่อระบบกริดไฟฟ้า ระบบบำบัดน้ำเสีย และห่วงโซ่อุปทานอาหาร

คลื่นการโจมตีไซเบอร์เขย่าโลก 

เหตุการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2026 นี้ มีหลายเหตุการณ์ยิ่ง โดยเฉพาะหลังการเปิดเผยว่า Agentic AI สามารถหลุดรอดจากแล็ปทดลองไปโจมตีระบบของบริษัทเอกชนอื่น ซึ่งหากจะหยิบยกภัยที่เขย่าขวัญจริง ๆ คือ การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันไม่ใช่แค่การโจมตีระบบดิจิทัล แต่เป็นการมุ่งโจมตีสาธารณูปโภคทางกายภาพที่ส่งผลถึงชีวิตและทรัพย์สินจริง 

เหตุการณ์แรกที่ยกมา คือ การโจมตีที่ใจกลางแผ่นดินสหรัฐฯ เมื่อเดือน ส.ค.-ก.ค. 2026 โดยสำนักข่าว AP รายงานว่า มีระบบน้ำประปาของเมืองท้องถิ่นกว่า 30 แห่งในมินนิโซตา และอีกอย่างน้อย 9 แห่งในมิชิแกน ถูกผู้ไม่หวังดี ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐเจาะเข้าสู่ระบบเทคโนโลยีปฏิบัติการ (Operational Technology) ที่ใช้ควบคุมปั๊มน้ำ วาล์ว และเซนเซอร์ 

แม้ระบบส่วนใหญ่จะยังทำงานได้อย่างปลอดภัย แต่ในบางเมืองของมินนิโซตา เจ้าหน้าที่ต้องรีบตัดการเชื่อมต่อออนไลน์และสลับกลับมาควบคุมระบบด้วยมือ พร้อมทั้งต้องออกประกาศขอความร่วมมือให้ประชาชนประหยัดน้ำชั่วคราวในช่วงที่เกิดเหตุเพื่อรอการแก้ไข

แต่เหตุการณ์ที่น่าจับตาที่สุดคือการ “แฮกตู้เย็น” ซึ่งเป็นของใช้พื้นฐานในบ้าน ที่ดันเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต แฮกเกอร์ใช้การปรับโหลดละลายน้ำแข็งอัตโนมัติทำให้ความเย็นลดลง ขณะที่ความร้อนสะสม อาหารที่อยู่ในตู้เย็นจึงเน่าเสีย ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในฝรั่งเศสเมื่อเดือนก่อน แต่รายงานล่าสุดระบุว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ในหลายประเทศของยุโรป เช่น เบลเยียม สวีเดน และไอร์แลนด์ โดนโจมตีด้วยวิธีการดังกล่าว ส่งผลให้สินค้าเน่าเสียและระบบกระจายสินค้าชะงักงัน

ล่าสุด ศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติของอังกฤษ (NCSC) เพิ่งออกรายงานฉบับใหม่ในวันนี้ เตือนว่ากลุ่มแฮกเกอร์ที่เป็นปฏิปักษ์ระดับรัฐ (เช่น จีน รัสเซีย และอิหร่าน) กำลังพัฒนาความสามารถในการใช้ Frontier AI มาค้นหาช่องโหว่และปล่อยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) มุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ และห่วงโซ่อุปทานอาหารโดยตรง ซึ่งอาจสร้างความเสียหายรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจในช่วง 2 ปีข้างหน้า

NCSC เน้นย้ำว่า ปัญหาคือโครงสร้างพื้นฐานดั้งเดิมของประเทศนั้นสร้างบนระบบ “ราคาถูก” และไม่เหมาะกับภัยคุกคามสมัยใหม่ จึงมีการสนับสนุนการลงทุนใหม่ตามแผน Cyber Sheild ระยะที่ 1 งบประมาณ 60 ล้านปอนด์ 

ไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐานกายภาพ แต่ระบบการเงิน ระบบธนาคารเองก็โดนหนัก ในฝั่งเอเชียมีรายงานว่า ที่เกาหลีใต้ พบคลื่นการโจมตีสถาบันการเงินกว่าสิบแห่งพร้อมกัน เริ่มต้นจากกลุ่มธนาคารพาณิชย์หลักของเกาหลี ลามไปบริษัทหลักทรัพย์และแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล ส่งผลให้ข้อมูลลูกค้ารั่วไหลมากกว่าแสนรายการ จนคณะกรรมการกำกับดูแลการเงิน (FSC) ต้องเรียกประชุมด่วนระดับชาติ 

เช่นเดียวกับที่อินเดีย มีเคสแฮกเกอร์เจาะระบบ API ของบริษัทการเงิน 2 แห่งในมุมไบ โอนเงินออกไปอย่างผิดกฎหมายกว่า 700 ครั้งภายในเวลาเพียง 2 วัน (8-9 ตุลาคม) และยังมีรายงานความพยายามปล่อยข้อมูลที่อ้างว่าเป็นของธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง State Bank of India (SBI) และ AU Small Finance Bank จนธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ต้องออกคำสั่งด่วนที่สุดเมื่อ 19 ตุลาคม ให้ทุกธนาคารยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด

มุ่งเป้า “บุคคลสำคัญ”

ภัยคุกคามไซเบอร์ ไม่ใช่แค่เกิดในระดับโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ หรือระดับองค์กรใหญ่เท่านั้น แต่ปัจจุบัน “คนสำคัญ” ของรัฐหรือขององค์กรนั้น ๆ เป็นเป้าหมายในการทำ Social Engineer ในระดับอุปกรณ์ส่วนตัว

ดังเช่นกรณี การโจมตี Binance ซึ่งเป็นกระดานเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก และสร้างความเสียหายสูงสุดเป็นเป็นศาสตร์ สูงกว่าที่ Bybit โดนโจมตีในปีที่ผ่านมาถึง 4 เท่า และคาดว่าเป็นกลุ่มแฮกเกอร์กลุ่มเดียวกัน ซึ่งมี “รัฐ” หนุน 

แต่จากรายงานอย่างไม่เป็นทางการในปัจจุบัน พบว่า การโจมตีนี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากไปกว่าการพยายามหลอกลวงและแฮก “โน้ตบุ๊ก” ของวิศวกร Binance ซึ่งเป็น “คนธรรมดา” ที่สำคัญต่อองค์กร 

ขณะเดียวกัน APPLE inc ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ไอทียักษ์ใหญ่ของโลกประกาศแจ้งเตือนผู้ใช้หลายสิบล้านคนเกี่ยวกับ “สปายแวร์” ที่แฝงฝังดักจับข้อมูลในอุปกรณ์พกพา 

ซึ่งผู้นำฝ่ายค้านไทยอย่าง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ก็ออกมาระบุว่าได้มี สปายแวร์ ฝังอย่ในอุปกรณ์ของตน  

ลองนึกดูว่า หากสปายแวร์ ฝังอยู่ในมือถือของ “คนสำคัญ” ที่พูดคุยความลับขององค์กรธุรกิจ องค์กรรัฐ หรือองค์กรระหว่างประเทศ รั่วไหลสู่มือแฮกเกอร์แล้วใช้ในการวิเคราะห์เพื่อวางแผนโจมตีระบบไซเบอร์ จะทำให้การโจมตีนั้นแม่นยำทรงพลังเพียงใด 

อย่างไรก็ตาม ภัยคุกคามเหล่านี้ ใหญ่เกินกว่าที่จะบอกประชาชนทุกคนว่าให้ระวังตัว อย่ากดลิงก์ อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ เพราะภัยคุกคามนี้ซับซ้อนเกินกว่าการถูกลวงด้วยมิจฉาชีพ 

ต่อให้เราไม่ต้องทำอะไร การโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบพื้นฐานของรัฐขององค์กรก็กระทบโดยตรงต่อ “คนธรรมดา” เช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Cybersecurity