‘คีชา แลนซ์ บอตทอมส์’ หญิงผิวดำคนแรก ชนะเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐสหรัฐ
สร้างประวัติศาสตร์ ผู้หญิงผิวดำคนแรกชนะเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐสหรัฐ พลิกจอร์เจียกลับเป็นฐานเดโมแครตในรอบ 28 ปี
คีชา แลนซ์ บอตทอมส์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแอตแลนตา จากพรรคเดโมแครต ชนะเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐจอร์เจีย สร้างประวัติศาสตร์หญิงผิวดำคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐในสหรัฐ แม้ต้องแข่งขันกับมหาเศรษฐีจากพรรครีพับลิกันที่ทุ่มเงินส่วนตัวหาเสียงกว่า 200 ล้านดอลลาร์ นับเป็นชัยชนะครั้งแรกของเดโมแครตในสนามเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐจอร์เจียนับตั้งแต่ปี 2541
AP รายงานว่า คีชา แลนซ์ บอตทอมส์ (Keisha Lance Bottoms) ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐจอร์เจีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐ เอาชนะริก แจ็กสัน (Rick Jackson) นักธุรกิจจากพรรครีพับลิกัน ในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ
ชัยชนะของบอตทอมส์นับเป็นประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐ เนื่องจากเธอเป็นหญิงผิวดำคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐในประวัติศาสตร์ประเทศ และทำให้พรรคเดโมแครตกลับมาครองตำแหน่งผู้ว่าการรัฐจอร์เจียได้เป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี หลังจากไม่สามารถชนะการเลือกตั้งตำแหน่งดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2541
จอร์เจียถือเป็นหนึ่งในรัฐที่มีการแข่งขันทางการเมืองสูสีระหว่างพรรคเดโมแครตกับพรรครีพับลิกัน หรือที่เรียกว่า Swing State ซึ่งผลการเลือกตั้งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์และความนิยมของผู้สมัคร
ก่อนวันเลือกตั้ง บอตทอมส์กล่าวกับผู้สนับสนุนว่า สิ่งที่ทุกคนทำในช่วงเวลานี้จะถูกจดจำในประวัติศาสตร์ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนเลือกความหวังแทนความกลัว เลือกความก้าวหน้าแทนความแตกแยก และร่วมกันสร้างรัฐจอร์เจียที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน
ชนะมหาเศรษฐีทุ่มเงินหาเสียงกว่า 200 ล้านดอลลาร์
แจ็กสัน ซึ่งเป็นนักธุรกิจมหาเศรษฐีและผู้ก่อตั้งบริษัท Jackson Healthcare ใช้ทรัพย์สินส่วนตัวมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ในการหาเสียง ทำให้บอตทอมส์ต้องแข่งขันภายใต้ความเสียเปรียบด้านงบประมาณอย่างมาก
แจ็กสันเริ่มต้นหาเสียงในฐานะผู้สมัครที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่สามารถใช้ความมั่งคั่งส่วนตัวและภาพลักษณ์นักธุรกิจนอกวงการการเมืองเอาชนะคู่แข่งในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรครีพับลิกันได้
คู่แข่งที่เอาชนะได้ประกอบด้วยรองผู้ว่าการรัฐจอร์เจีย ซึ่งเคยได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์ในช่วงแรก รวมถึงอัยการสูงสุดและเลขาธิการรัฐจอร์เจีย
ระหว่างการหาเสียง แจ็กสันพยายามนำเสนอว่าตนเองเข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจของประชาชน เพราะเคยเผชิญความยากลำบากทางการเงินมาก่อน
แต่บอตทอมส์ฉีกภาพลักษณ์นี้ โดยตั้งคำถามถึงธุรกิจ Jackson Healthcare ที่ได้รับสัญญาจากภาครัฐมูลค่าสูง และกล่าวหาว่าแจ็กสันกำลังนำเงินที่ได้จากธุรกิจซึ่งเกี่ยวข้องกับงบประมาณของผู้เสียภาษีมาใช้เพื่อพยายามซื้อชัยชนะในการเลือกตั้ง
แจ็กสันยังใช้งบประมาณจำนวนมากซื้อโฆษณาทางโทรทัศน์เพื่อโจมตีผลงานของบอตทอมส์ในช่วงดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองแอตแลนตา
โฆษณาบางชิ้นนำภาพเหตุการณ์ประท้วงเมื่อปี 2563 หลังการเสียชีวิตของเรย์ชาร์ด บรูกส์ (Rayshard Brooks) ชาวแอตแลนตา และจอร์จ ฟลอยด์ (George Floyd) ชาวมินนีแอโพลิส ซึ่งทั้งคู่เป็นชายผิวดำที่เสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาว มาใช้วิจารณ์การบริหารเมืองของเธอ
นอกจากนี้ แจ็กสันยังกล่าวหาว่าบอตทอมส์ทอดทิ้งเมืองแอตแลนตา เนื่องจากเธอตัดสินใจไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเป็นสมัยที่สอง
หลังทราบผลการเลือกตั้ง แจ็กสันกล่าวกับผู้สนับสนุนว่า ประชาชนได้แสดงเจตจำนงผ่านการลงคะแนนแล้ว และเขาเคารพการตัดสินใจดังกล่าว
ชูนโยบายเศรษฐกิจ เพิ่มค่าแรง-ขยายประกันสุขภาพ
บอตทอมส์หาเสียงโดยให้ความสำคัญกับปัญหาค่าครองชีพ รายได้แรงงาน และการเข้าถึงบริการสาธารณสุข โดยเสนอนโยบายขยายโครงการประกันสุขภาพ Medicaid เพื่อให้ประชาชนอีกหลายแสนคนในรัฐจอร์เจียได้รับความคุ้มครอง
เธอยังเสนอเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำของรัฐเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง พร้อมปรับเพิ่มเงินเดือนให้ครู นักดับเพลิง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และพนักงานภาครัฐกลุ่มอื่น ๆ
ด้านสิทธิการทำแท้ง บอตทอมส์ประกาศว่าจะผลักดันให้ยกเลิกกฎหมายของรัฐจอร์เจียที่ห้ามทำแท้งหลังอายุครรภ์ 6 สัปดาห์
เธอระบุว่า กฎหมายดังกล่าวเป็นประเด็นเกี่ยวกับความเป็นความตาย โดยอ้างถึงกรณีผู้หญิงเสียชีวิตจากการแท้งบุตรหรือภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ เนื่องจากแพทย์กังวลว่าจะถูกดำเนินคดีอาญาหากให้การรักษาที่อาจขัดต่อกฎหมายทำแท้ง
นอกจากนโยบายเศรษฐกิจและสาธารณสุขแล้ว บอตทอมส์ยังเสนอให้ระงับการพัฒนา Data Center แห่งใหม่เป็นการชั่วคราว รวมถึงหยุดการติดตั้งกล้องตรวจจับอัตโนมัติของบริษัท Flock เพิ่ม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายใช้ในการติดตามและตรวจสอบข้อมูลยานพาหนะ
ข้อเสนอดังกล่าวทำให้ประเด็นการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยีเฝ้าระวังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐจอร์เจียด้วย
ประกาศไม่เป็นผู้ว่าการรัฐคนโปรดของทรัมป์
อีกประเด็นที่บอตทอมส์ใช้โจมตีคู่แข่งอย่างต่อเนื่องคือความสัมพันธ์ระหว่างแจ็กสันกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ก่อนหน้านี้ แจ็กสันเคยประกาศว่าต้องการบริหารรัฐจอร์เจียในลักษณะเดียวกับทรัมป์ แต่ปรับวิธีการให้เข้ากับวัฒนธรรมทางการเมืองของรัฐทางใต้ และตั้งเป้าจะเป็นผู้ว่าการรัฐคนโปรดของประธานาธิบดี
บอตทอมส์นำคำกล่าวดังกล่าวมาใช้ในการหาเสียง โดยยืนยันว่าเธอจะปกป้องประชาชนในรัฐจอร์เจียจากนโยบายของรัฐบาลกลางที่อาจสร้างผลกระทบต่อพวกเขา
ในการประชันวิสัยทัศน์ระหว่างผู้สมัครทั้งสอง ซึ่งจัดขึ้นเพียงครั้งเดียว บอตทอมส์กล่าวว่า
“ฉันไม่ได้ลงสมัครเพื่อเป็นผู้ว่าการรัฐคนโปรดของเขา แต่ฉันลงสมัครเพื่อทำงานให้ประชาชนอย่างพวกคุณ”
เธอยังให้คำมั่นว่าจะคัดค้านนโยบายของทรัมป์เมื่อเห็นว่านโยบายเหล่านั้นส่งผลเสียต่อประชาชนในรัฐจอร์เจีย
ผู้ว่าการรัฐหญิงคนแรก
บอตทอมส์มีเชื้อสายจากชาวจอร์เจียที่เคยตกเป็นทาส และมักกล่าวถึงประวัติครอบครัวระหว่างการหาเสียง แม้จะไม่ค่อยพูดโดยตรงเกี่ยวกับความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้
เธอเล่าว่าครอบครัวของตนอาศัยอยู่ในรัฐจอร์เจียมาแล้วอย่างน้อย 5 รุ่น โดยสามารถสืบค้นประวัติย้อนหลังได้ถึงบรรพบุรุษที่เคยอยู่ในไร่เพาะปลูกแห่งหนึ่งในเมืองครอว์ฟอร์ดวิลล์
“ฉันเป็นชาวจอร์เจียอย่างน้อยรุ่นที่ 5 ที่ต้องพูดว่าอย่างน้อย เพราะเราสืบค้นประวัติครอบครัวกลับไปได้เพียง 5 รุ่น จนถึงไร่เพาะปลูกแห่งหนึ่งในครอว์ฟอร์ดวิลล์” เธอกล่าว
บอตทอมส์ยังเล่าถึงปู่ของเธอที่ย้ายจากพื้นที่ชนบทเข้ามาอาศัยในแอตแลนตา โดยในอดีตเขาต้องใช้ประตูด้านหลังของอาคารหลายแห่งในย่านใจกลางเมือง เนื่องจากการแบ่งแยกเชื้อชาติ
หลายสิบปีต่อมา บอตทอมส์กลับสามารถเดินเข้าประตูด้านหน้าของอาคารเหล่านั้นในฐานะนายกเทศมนตรีเมืองแอตแลนตา
เธอกล่าวว่าประวัติของบรรพบุรุษเป็นสิ่งที่อยู่ในความทรงจำและมีความสำคัญต่อชีวิตของเธอเสมอ
การเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐทั่วสหรัฐในปีนี้มีผู้สมัครผิวดำจากสองพรรคการเมืองหลักรวม 8 คน โดยมีผู้หญิงผิวดำลงแข่งขันชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ 2 คน ได้แก่ บอตทอมส์จากพรรคเดโมแครต และลิซา ดีมัธ (Lisa Demuth) จากพรรครีพับลิกันในรัฐมินนิโซตา
ก่อนการเลือกตั้งครั้งนี้ ประวัติศาสตร์สหรัฐมีผู้ว่าการรัฐผิวดำที่ได้รับเลือกตั้งเพียง 3 คน และทั้งหมดเป็นผู้ชายจากพรรคเดโมแครต
ชัยชนะของบอตทอมส์จึงทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงผิวดำคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐในสหรัฐ AP News+1
เดโมแครตกลับมาครองจอร์เจีย จับตาอำนาจในสภารัฐ
บอตทอมส์จะเข้ารับตำแหน่งต่อจากไบรอัน เคมป์ (Brian Kemp) ผู้ว่าการรัฐจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมัยที่สามได้ตามกฎหมาย
การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งที่สามติดต่อกันที่มีผู้หญิงผิวดำเป็นผู้สมัครหลักในการชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐจอร์เจีย โดยในการเลือกตั้งสองครั้งก่อนหน้า เคมป์สามารถเอาชนะสเตซี เอบรัมส์ (Stacey Abrams) ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตได้ทั้งสองครั้ง
เอบรัมส์ยังคงมีบทบาทในการรณรงค์สิทธิการเลือกตั้งและระดมทุนให้พรรคเดโมแครต แต่ตัดสินใจไม่ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐเป็นครั้งที่สาม
สำหรับพรรครีพับลิกัน ความพ่ายแพ้ของแจ็กสันถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในรัฐที่พรรคครองตำแหน่งผู้ว่าการรัฐและควบคุมสภานิติบัญญัติทั้งสองสภามานานกว่า 20 ปี
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา พรรคเดโมแครตสามารถชนะการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐในรัฐจอร์เจียได้หลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถกลับมาครองตำแหน่งผู้ว่าการรัฐได้
ขณะเดียวกัน จอร์เจียยังสร้างประวัติศาสตร์ทางการเมืองอีกครั้ง หลังจอน ออสซอฟฟ์ (Jon Ossoff) จากพรรคเดโมแครต ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอีกสมัย โดยเขาเป็นสมาชิกวุฒิสภาชาวยิวคนแรกของรัฐ และจะทำหน้าที่ร่วมกับราฟาเอล วอร์น็อก (Raphael Warnock) สมาชิกวุฒิสภาผิวดำคนแรกของจอร์เจีย
แม้พรรคเดโมแครตจะชนะตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ แต่การผลักดันนโยบายของบอตทอมส์ยังต้องขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของสภานิติบัญญัติระดับรัฐด้วย
พรรคเดโมแครตพยายามชิงเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรของรัฐจอร์เจีย ขณะที่พรรครีพับลิกันมีฐานสนับสนุนในวุฒิสภาระดับรัฐ ซึ่งอาจทำให้บอตทอมส์ต้องทำงานร่วมกับสภาที่มีพรรครีพับลิกันควบคุมอย่างน้อยหนึ่งสภา