สรรพากรจับมือบริษัทประกันบี้ลูกค้าเปิดเผยข้อมูลกรมธรรม์ผ่านออนไลน์ ขู่ตัดสิทธิลดหย่อนภาษี หากไม่แจ้งความประสงค์/ยินยอม แจงปีนี้เริ่มนำร่องเฉพาะเบี้ยประกันสุขภาพ ก่อนขยายสู่เบี้ย “ประกันชีวิต-ประกันบำนาญ” ปีหน้า
แหล่งข่าวจากกรมสรรพากรเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรมสรรพากรได้ตกลงกับบริษัทประกันภัยให้ส่งข้อมูลหลักฐานเบี้ยประกันที่จะใช้สิทธิลดหย่อนภาษี โดยได้ตกลงเริ่มต้นการส่งข้อมูลในส่วนของเบี้ยประกันสุขภาพก่อน เนื่องจากภาครัฐเพิ่งมีการให้สิทธิลดหย่อนภาษีไปไม่นานมานี้ ส่วนเบี้ยประกันชีวิตอื่น ๆ จะมีการดำเนินการในระยะต่อไป รวมถึงการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Recipt) ที่ต่อไปกรมสรรพากรจะพิจารณาจากข้อมูลที่ยื่นทางออนไลน์เท่านั้น
“เรื่องนี้เป็นไปตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ไม่ต้องเก็บเอกสารใบเสร็จค่าเบี้ยประกันภัย แต่ให้ใช้ข้อมูลที่บริษัทประกันส่งให้สรรพากรได้เลย แต่ทั้งนี้ ต้องให้ลูกค้าประกันยินยอมก่อนด้วย จึงต้องเริ่มจากเบี้ยประกันสุขภาพก่อน เพราะเป็นเรื่องใหม่ ส่วนเบี้ยประกันชีวิตอื่น ๆ ต้องรอแก้กฎหมายให้ส่งข้อมูลได้ก่อน” แหล่งข่าวกล่าว

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า กรมสรรพากรได้ออกประกาศกำหนดให้ผู้มีเงินได้ต้องแจ้งความประสงค์ที่จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ต่อบริษัทประกันชีวิตที่ได้ซื้อประกันไว้ เพื่อใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ทางบริษัทประกันชีวิตต่างเริ่มทยอยส่งแบบฟอร์มแจ้งความประสงค์ขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีจากเบี้ยประกันสุขภาพให้ผู้เอาประกัน รวมทั้งทำการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ โดยผู้เอาประกัน ควรแจ้งความประสงค์ไปยังบริษัทประกันชีวิตที่ได้ทำประกันสุขภาพไว้ ภายในวันที่ 1 ธ.ค. 2561 นี้ เพื่อจะได้ใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีได้
“บริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัยจะต้องนำส่งข้อมูลเกี่ยวกับเบี้ยประกันสุขภาพของผู้มีเงินได้ให้แก่กรมสรรพากร ภายในวันที่ 7 ม.ค.ของทุกปี หากผู้เอาประกันภัยไม่แจ้งความประสงค์หรือไม่ยินยอม จะไม่สามารถนำเบี้ยประกันภัยสุขภาพไปใช้สิทธิขอยกเว้นภาษีได้” นางนุสรากล่าว
นายอภิรักษ์ จิตรานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานเทคโนโลยีและปฏิบัติการ บมจ.เอฟดับบลิวดีประกันชีวิต กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทได้ส่งใบตอบรับให้ลูกค้ารับทราบ เพื่อให้ยินยอมให้บริษัทส่งและเปิดเผยข้อมูลเบี้ยประกันภัยต่อกรมสรรพากรไปตั้งแต่ปี 2560 แล้ว โดยปัจจุบันได้เพิ่มช่องทางผ่านทาง SMS และ LINE ด้วย ซึ่งกำลังจะดำเนินการในช่วง 2-3 เดือนนี้
“จากฐานลูกค้าประกันสุขภาพของบริษัทที่มีกว่า 2 แสนราย ขณะนี้มีการตอบรับยินยอมเข้ามาแล้วกว่า 40% โดยอาจจะมีลูกค้าบางคนที่ยังไม่เข้าใจในการนำข้อมูลไปเปิดเผยกับกรมสรรพากรอยู่บ้าง ดังนั้นในเดือน ก.ย.นี้ บริษัทจะโปรโมตมากขึ้น และเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าเข้าถึงได้มากขึ้น” นายอภิรักษ์กล่าว
แหล่งข่าววงการธุรกิจประกันชีวิตกล่าวว่า ในปี 2562 กรมสรรพากรจะเริ่มพิจารณาการขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับเบี้ยประกันภัยจากข้อมูลที่ให้บริษัทประกันภัยส่งให้ทางช่องทางออนไลน์ จากเดิมที่ต้องแนบเอกสารใบเสร็จรับเงิน โดยจะเริ่มในส่วนเบี้ยประกันสุขภาพก่อน ซึ่งบริษัทประกันจะต้องส่งข้อมูลภายในสิ้นปี 2561 อย่างไรก็ดี หากมีลูกค้าที่ซื้อประกันแล้วขอยกเลิกกรมธรรม์ช่วงปลายปี ทางกรมสรรพากรให้บริษัทประกันอัพเดตข้อมูล แล้วส่งใหม่ได้จนถึงเดือน มี.ค.
ส่วนแบบประกันชีวิตและประกันบำนาญที่ลดหย่อนภาษีได้ อาจจะต้องเป็นอีกระลอกที่ให้บริษัทประกันส่งข้อมูลให้สรรพากรโดยตรง เนื่องจากตอนนี้ระบบไอทีของกรมสรรพากรยังรองรับไม่ไหว จึงเริ่มจากประกันสุขภาพก่อน หากราบรื่นก็น่าจะขยายให้ครอบคลุมทั้งหมดในปีถัดไป ซึ่งไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย เพียงแต่ให้ลูกค้าแสดงความยินยอมเพิ่มเติมเท่านั้น
“ตอนนี้ทุกบริษัทจะส่งเอกสารไปยังลูกค้าว่า หากมีความประสงค์จะขอลดหย่อนภาษีในส่วนเบี้ยประกันสุขภาพก็ให้แสดงความยินยอมส่งมา หากไม่ยินยอมจะไม่ได้สิทธิลดหย่อนภาษี เนื่องจากกรมสรรพากรมองว่าในเมื่อทำออนไลน์แล้ว ต้องพยายามส่งเสริมให้ลูกค้าเข้าไปอยู่ในระบบออนไลน์ให้มาก โดยหากมีทั้งออนไลน์และกระดาษก็อาจจะเกิดความสับสนได้” แหล่งข่าวกล่าว