เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ออนิกซ์ฯ คว้ารางวัล Best Local Hotel Brand Thailand 2 ปีซ้อน ร่วมหนุนท่องเที่ยวไทย
Business ออนิกซ์ฯ คว้ารางวัล Best Local Hotel Brand Thailand 2 ปีซ้อน ร่วมหนุนท่องเที่ยวไทย
แพนโฟผู้นำการเรียนรู้สำหรับผู้บริหาร จัดกิจกรรมพิเศษพร้อมอัพเดทเทรนด์ AI 2027
Biz Movement แพนโฟผู้นำการเรียนรู้สำหรับผู้บริหาร จัดกิจกรรมพิเศษพร้อมอัพเดทเทรนด์ AI 2027
กบข.ปรับรับโจทย์สังคมอายุยืน เน้น’ให้เงินทำงานหลังเกษียณ’
Uncategorized กบข.ปรับรับโจทย์สังคมอายุยืน เน้น’ให้เงินทำงานหลังเกษียณ’
ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณ 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณ 66,700 บาท
ร.ย.ส.ท. เผยการแข่งขัน โกคาร์ต รุ่น Cadet-B ระบุชัด ‘ผิดทางด้านเทคนิค’ 
Automotive ร.ย.ส.ท. เผยการแข่งขัน โกคาร์ต รุ่น Cadet-B ระบุชัด ‘ผิดทางด้านเทคนิค’ 
เปิดเหตุผล ‘เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม.’ ได้ไม่เท่ากัน-เงินเข้าช้า ล่าสุดอนุมัติแล้วกว่า 2 แสนราย
News เปิดเหตุผล ‘เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม.’ ได้ไม่เท่ากัน-เงินเข้าช้า ล่าสุดอนุมัติแล้วกว่า 2 แสนราย
ฟินโนมีนา ชี้วิกฤตเทขาย AI ลามทั่วโลก ลุ้นประธาน ‘เฟด’ ส่งสัญญาณดอกเบี้ยคืนนี้
Finance ฟินโนมีนา ชี้วิกฤตเทขาย AI ลามทั่วโลก ลุ้นประธาน ‘เฟด’ ส่งสัญญาณดอกเบี้ยคืนนี้
ไทยผนึก WEF ดัน “ข้าวคาร์บอนต่ำ” เชื่อมตลาดโลก ชูดีลซื้อระยะยาว-เงินทุน เพิ่มรายได้ชาวนา
Economic ไทยผนึก WEF ดัน “ข้าวคาร์บอนต่ำ” เชื่อมตลาดโลก ชูดีลซื้อระยะยาว-เงินทุน เพิ่มรายได้ชาวนา
ลูกค้า YAMAHA กิน McDonald’s ฟรี วันนี้ถึง 14 พ.ย. 2569  
Automotive ลูกค้า YAMAHA กิน McDonald’s ฟรี วันนี้ถึง 14 พ.ย. 2569  
SC ทุ่ม 1.1 หมื่นล้านปลุกบางโพ ผุดคอนโดริมน้ำ ดึง “วิน-ตู” พรีเซ็นเตอร์ พรีเซล 17-18 ต.ค.นี้
Real Estate SC ทุ่ม 1.1 หมื่นล้านปลุกบางโพ ผุดคอนโดริมน้ำ ดึง “วิน-ตู” พรีเซ็นเตอร์ พรีเซล 17-18 ต.ค.นี้
ดูทั้งหมด

How to ก้าวสู่สตาร์ตอัพแถวหน้า ไม่หยุดเรียนรู้-อย่าติด B2C

31 ส.ค. 2561 | 20:40น.

เป็นความฝันของเด็กรุ่นใหม่ที่จะก้าวเป็นสตาร์ตอัพที่ประสบความสำเร็จ อยากมีไอเดียใหม่ล้ำ ๆ โดนใจเหล่านักลงทุน แต่ในโลกความจริงมีไม่กี่รายที่จะก้าวข้าม seed round สู่ series A ไป B …จนได้เป็น “ยูนิคอร์น” (มูลค่าบริษัทเกินพันล้านเหรียญสหรัฐ) “ประชาชาติธุรกิจ” เปิดมุมมองธุรกิจของ 3 ว่าที่ “ยูนิคอร์น” สตาร์ตอัพไทย

สตาร์ตอัพ คือ เลิร์นนิ่งเคิร์ฟ

“อิศราดร หะริณสุต” ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โอมิเซะ จำกัด ผู้ให้บริการเพย์เมนต์เกตเวย์ เปิดเผยว่า การเป็นสตาร์ตอัพไม่ง่าย ต้องทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ และไม่ยอมแพ้เมื่อเจออุปสรรค การเป็นสตาร์ตอัพไม่มีสูตรสำเร็จ แต่มีปัจจัยหลักที่ทำให้ประสบความสำเร็จได้ เช่น โปรดักต์ที่แก้ปัญหาได้จริงไม่ต้องคิดซับซ้อน โดยโปรดักต์ครั้งแรกต้องง่ายที่สุด เพราะไม่มีทางรู้ได้ว่าไอเดียที่ออกไปจะใช้ได้จริงรึเปล่า ถ้าไปทุ่มเทแต่ไม่มีคนใช้ ก็เสียทั้งเงินและเวลา ปัจจุบันสตาร์ตอัพมีโอกาสหาทุนมากกว่าเมื่อก่อน แต่การระดมทุนไม่ควรมองแต่ “เงิน” ต้องมองว่า VC (venture capital) นั้น ๆ จะเพิ่ม value และช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างไร ที่สำคัญต้องเรียนรู้อยู่เสมอ

“สตาร์ตอัพมันเป็นเลิร์นนิ่งเคิร์ฟ สิ่งที่ทำตอนแรกอาจจะไม่ได้ดีที่สุด เพราะตอนแรกโอมิเซะก็ไม่ได้ทำเพย์เมนต์เกตเวย์ การทำสตาร์ตอัพจะได้เห็นอะไรใหม่ ๆ ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ขอแค่พร้อมที่จะคว้าหรือปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เพราะถ้าดันทุรังโดยที่ไม่ได้มองหรือคิดดี ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เข้ามา มันอาจจะเป็นจุดจบได้”

VC ไม่ได้ดูแค่โปรดักต์

“กิตตินันท์ อนุพันธ์” ประธานกรรมการ บริษัท เอนนี่แวร์ ทู โก ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น “เคลมดิ” กล่าวว่า ภาพรวมสตาร์ตอัพเติบโตขึ้น แต่ละปีมีสตาร์ตอัพประมาณ 500-600 ราย แต่ที่ระดมทุนได้จริง ๆ มีแค่ 20-30 ทีม ซึ่งปัญหาที่เห็นคือ การยึดติดกับการทำงานแบบ SMEs เพราะยังไม่เข้าใจกับแนวทางการทำสตาร์ตอัพ ทำให้ระดมทุนไม่ได้และบริษัทเติบโตช้า การเติบโตแบบสตาร์ทอัพต้องโต 15% ใน 1 เดือน โตเป็นเท่าตัวใน 6 เดือน ดังนั้นต้องหาทางเข้าโครงการอบรมบ่มเพาะ (accelerate) ให้ได้ เพื่อที่จะคิดและเข้าใจการเป็นสตาร์ตอัพจริง

“ไม่ใช่ SMEs ไม่ดี แต่การได้เข้า accelerate ทำให้รู้วิธีคิด วิธีทำงานแบบสตาร์ตอัพ เพราะต่อให้มีสินค้าดี มีทีมดี มีลูกค้าดี แต่ยังไม่ทำงานแบบสตาร์ตอัพ ก็ไม่มีนักลงทุนมาลงกับเราเพราะไม่ได้ดูแค่โปรดักต์ เพราะโปรดักต์เลียนแบบได้ แต่เขาจะลงทุนเพราะความคิด, passion”

ขณะที่การขยับไประดมทุนในซีรีส์ใหญ่ขึ้นไป ยิ่งยากขึ้น เดิมซีรีส์ A ระดมทุน 1 ล้านเหรียญสหรัฐแลกกับหุ้น 20% แต่ถ้าจะระดมทุน 2 ล้านเหรียญ ต้องทำให้บริษัทมีมูลค่า 10 ล้านเหรียญ ซึ่งมหาศาลมาก สตาร์ตอัพเด็ก ๆ ยิ่งยากสตาร์ตอัพไม่จำเป็นทำ B2C

“หลายคนหลงทางว่า สตาร์ตอัพต้องสร้างโปรดักต์ B2C (ธุรกิจสู่ผู้บริโภค) แต่การทำ B2C ให้สำเร็จมันยากมากและต้องใช้เงินมหาศาล ดังนั้นควรเริ่มต้นแบบ B2B แต่ถ้าทำแบบ B2B ไม่ได้ ก็ต้องทำ B2B2C หรือทำโปรดักต์ให้ C แต่หารายได้จาก B ซึ่งการทำแบบนี้จะสเกลได้ง่าย เพราะถ้าจะเป็น B2B โดยไม่สนใจ C เลยก็จะสเกลไม่ได้ เพราะไม่มี C เป็นตัวประกัน เมื่อไหร่ก็ตามที่ทำให้ C ได้ประโยชน์แล้ว B เป็นตัวประกัน จะสเกลได้”

“ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัทอุ๊คบี (OokBee) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอี-บุ๊ก กล่าวเสริมว่า สตาร์ตอัพไม่มีสูตรสำเร็จ ดังนั้นบอกไม่ได้ว่าการทำ B2B หรือ B2C แบบไหนดีกว่ากัน แต่ B2B มีข้อได้เปรียบ เพราะขายให้องค์กรจะได้เงินก้อนใหญ่ ทำให้มีกระแสเงินสดเข้ามาดีกว่า

“ถ้าทำ B2C เราอาจจะขายได้ครั้งละไม่กี่บาท และต้องลงโฆษณาหรือโปรโมชั่นเยอะ ดังนั้น ธุรกิจที่ดีที่สุด คือ ต้องทำได้ทั้ง 2 แบบ เพื่อให้ช่วยหนุนกัน”

อย่างไรก็ตาม ตลาดสตาร์ตอัพพัฒนาขึ้นมาก อีโคซิสเต็มใหญ่ขึ้น มีนักลงทุนเพิ่มมาก ทำให้การเป็นสตาร์ตอัพเป็นได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้สตาร์ตอัพไทยก็มีจำนวนมากขึ้น คุณภาพดีขึ้น แต่คู่แข่งที่มีโปรดักต์หรือไอเดียหมือน ๆ กันก็มากขึ้น ดังนั้นต้องพยายามคิดหาทางแก้ปัญหาใหม่ ๆ แต่ต้องดูด้วยว่าตลาดใหญ่พอที่จะอยู่ได้หรือไม่

“จะประสบความสำเร็จไม่มีสูตรตายตัว แต่ที่แน่ ๆ ต้องทำงานหนัก และต้องฉลาดในการใช้เวลา มีไอเดียอะไรก็ต้องรีบทดลอง ไม่เวิร์กก็รีบเปลี่ยน เพราะตอนนี้เวลาคือต้นทุนที่สำคัญที่สุด”

อีก 5 ปีจะมียูนิคอร์นไทย

ด้าน “สมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์” กรรมการผู้จัดการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น(ดีแทค) กล่าวว่า ดีแทคได้จัดโครงการ dtac accelerate มา 6 ปีแล้ว จึงได้เห็นพัฒนาการของสตาร์ตอัพไทยที่มีความพร้อมและประสบการณ์มากขึ้น หลายทีมสร้างธุรกิจได้จริงแล้ว ขณะที่สตาร์ตอัพแถวหน้าของวงการอย่าง โอมิเซะ, เคลมดิ, อุ๊คบี, วงใน และฟินโนมิน่า ก็เติบโตก้าวกระโดด จึงเชื่อว่าภายใน 3-5 ปีนี้ จะมียูนิคอร์นที่เป็นสตาร์ตอัพไทย

“ตอนนี้มีผู้หญิงเข้ามาในวงการสตาร์ตอัพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ รวมถึงประเภทของสตาร์ตอัพก็หลากหลายขึ้น ที่มาแรงน่าจะเป็นด้านสุขภาพ ส่วนที่อยากให้เกิดขึ้นมาก ๆ คือ ด้านการเกษตร ที่เป็นการต่อยอดจุดแข็งของประเทศ เพราะไทยจะไปสู้ด้านฟินเทค หรือเทคโนโลยีอื่นของสตาร์ตอัพต่างประเทศอาจจะยาก”

ที่ผ่านมาผู้ที่เข้าร่วมโครงการ dtac accelerate 45 ทีม สามารถสร้างมูลค่าได้กว่า 5 พันล้านบาท โดย 70% ของสตาร์ตอัพที่อยู่ในโครงการมีนักลงทุนมาร่วมลงทุน เมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ยในท้องตลาดจะอยู่ที่ราว 20% สำหรับ dtac accelerate ปี 6 นี้ มี 5 ใน 11 ทีมได้รับเงินลงทุนแล้ว และคาดว่าจะมีนักลงทุนร่วมลงทุนเป็น 10 ทีมอย่างแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สตาร์ตอัพ