เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

ศาลปกครองยกฟ้องคำขอเพิกถอนมติ ครม. กำหนดพื้นที่อนุรักษ์ “ซากหอยขมดึกดำบรรพ์” เหมืองแม่เมาะ

13 ก.ย. 2561 | 15:06น.

ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษายกฟ้อง ในคดีที่นายเฉลียว ทิสาระ กับพวกรวม 18 ราย ซึ่งเป็นประชาชนที่มีภูมิลำเนารอบเหมืองลิกไนต์แม่เมาะ ฟ้องขอให้เพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีกรณีกำหนดพื้นที่แหล่งซากหอยขมดึกดำบรรพ์ในพื้นที่เหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เนื่องจากศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า มติคณะรัฐมนตรี (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2547 ที่กำหนดพื้นที่ซากหอยขมดึกดำบรรพ์แม่เมาะเป็นพื้นที่อนุรักษ์เนื้อที่ 52 ไร่

โดยเป็นพื้นที่แหล่งหอยขมดึกดำบรรพ์ 18 ไร่ รวมพื้นที่อื่นอีก 34 ไร่ ซึ่งมีผลเป็นการเพิกถอนมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2547 ที่กำหนดพื้นที่ซากหอยขมดึกดำบรรพ์แม่เมาะเป็นพื้นที่ 43 ไร่ เป็นมติที่ชอบด้วยกฎหมาย และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3) ก็ได้ตรวจสอบและทำการรังวัดกันเขตพื้นที่ประทานบัตรเลขที่ 24349/15341 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ./ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4) ออกจากพื้นที่อนุรักษ์ซากหอยขมดึกดำบรรพ์ดังกล่าวแล้ว

ดังนั้น การทำเหมืองของ กฟผ. จึงเป็นการกระทำนอกพื้นที่อนุรักษ์แหล่งซากหอยขมดึกดำบรรพ์ตามมติของคณะรัฐมนตรีดังกล่าว นอกจากนี้ยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า ซากหอยขมดึกดำบรรพ์ส่วนที่เหลือเนื้อที่ 18 ไร่ในพื้นที่อนุรักษ์ยังคงตั้งอยู่ได้ จึงยังไม่มีเหตุที่ศาลจะกำหนดคำบังคับให้ กฟผ.ดำเนินการจัดทำสิ่งป้องกันมิให้เกิดการพังทลายของซากหอยขมดึกดำบรรพ์อันเกิดจากการทำเหมือง ซึ่งหากมีเหตุการณ์พังทลายเช่นว่านั้นเกิดขึ้นจริง ผู้ฟ้องคดีก็ชอบที่จะฟ้องคดีต่อศาลเป็นอีกเรื่องหนึ่งได้ต่อไป