ดอลลาร์ผันผวน ตลาดจับตาวิกฤตอิตาลี
ฝ่่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 3 ตุลาคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/10) ที่ระดับ 32.35/37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (2/10) ที่ระดับ 32.37/39 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวเมื่อวานนี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มที่สดใส และกำลังเข้าใกล้ยุคของอัตราการว่างงานที่ต่ำเป็นพิเศษ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อก็อยู่ในระดับต่ำเช่นกัน สำหรับทิศทางนโยบายการเงินระยะต่อไป นายพาวเวลกล่าวว่า “เฟดจะยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยการยกเลิกนโยบายผ่อนคลายเร็วเกินไปจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัว แต่ถ้าทำช้าเกินไป ก็จะมีความเสี่ยงที่จะทำให้เงินเฟ้อและการคาดการณ์เงินเฟ้อพุ่งขึ้น” ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินยูโรจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลอิตาลี ทั้งนี้นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนกันยายนของสหรัฐในวันศุกร์นี้ (5/10) เพื่อดูสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.32-32.36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.35/36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/10) ที่ระดับ 1.1546/48 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (2/10) ที่ระดับ 1.1515/17 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ เนืื่่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านงบประมาณของรัฐบาลอิตาลี หลังจากรัฐบาลอิตาลีภายใต้การนำของพรรคไฟว์
สตาร์ และพรรคเดอะลีก ยืนยันที่จะกำหนดเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณในปี 2019 ไว้ที่ 2.4% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของรัฐบาลชุดก่อนถึง 3 เท่า ถึงแม้ว่ารัฐมนตรีคลังของกลุ่มยูโรโซนเรียกร้องให้รัฐบาลอิตาลีทบทวนแผนการกำหนดยอดขาดดุลงบประมาณ เนื่องจากจะทำให้อิตาลีมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้นไปอีก ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้มีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคของยูโรโซน ขยายตัวลดลงสู่ระดับ 4.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในเดือนสิงหาคม จากระดับ 4.3% ในเดือนก่อนหน้า แต่มากกว่าที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัวที่ระดับ 3.8% อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าค่าเงินยูโรกลับมาแข็งค่าจากจุดต่ำสุดรอบ 6 สัปดาห หลังจากแหล่งข่าวรัฐบาลจากพรรคลีกของอิตาลีเปิดเผยว่า รัฐบาลอิตาลีตั้งเป้าหมายให้ยอดขาดดุลงบประมาณลดลงสู่ 2.2% ของจีดีพีในปี 2020 และลดลงสู่ 2% ในปี 2021 จาก 2.4% ในปีหน้า ส่งผลให้นักลงทุนรู้สึกพึงพอใจต่อสัญญาณที่ว่า อิตาลีเต็มใจที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ โดยงบประมาณอิตาลีอาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินน้อยลงในอนาคต ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1546-1.1593 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1562/64 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/10) ที่ระดับ 113.61/63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (2/10) ที่ 113.71/73 เยน/ดอลลาร์ โดยค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นจากการที่นักลงทุนไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ภายใต้สภาวะความเสี่ยงในตลาดการเงินโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้มีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน ปรับสูงขึ้นสู่ระดับ 43.4 จาก 43.3 ในเดือนก่อนหน้า และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ระดับ 43.0 โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 113.64-113.90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 113.81/83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน ก.ย. จาก ADP (3/10), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือน ก.ย. จากมาร์กิต (3/10), ดัชนีภาคบริการเดือน ก.ย. โดย ISM (3/10), ดัชนีการสำรวจผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อนอกภาคอุตสาหกรรมโดย ISM (3/10) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (4/10), ดุลการค้าเดือน ส.ค. (5/10), ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ย. (5/10), อัตราว่างงาน (5/10)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -3.0/-2.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.0/-3.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ