เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.ล.ต.ขีดเส้นอินฟลูฯ ‘แนะนำ-ชักชวนลงทุน’ ต้องมีไลเซนส์ ลุยสกัดหลอกลงทุน
Finance ก.ล.ต.ขีดเส้นอินฟลูฯ ‘แนะนำ-ชักชวนลงทุน’ ต้องมีไลเซนส์ ลุยสกัดหลอกลงทุน
“หอการค้าโคราช” แจงปมพืชสวนโลก ยันไม่ทิ้งอำเภอคง จี้รัฐตอบเหตุผลย้าย
เศรษฐกิจภูมิภาค “หอการค้าโคราช” แจงปมพืชสวนโลก ยันไม่ทิ้งอำเภอคง จี้รัฐตอบเหตุผลย้าย
นายกฯ มั่นใจปมฮั้ว สว.ไม่ทำการเมืองสะดุด ชี้อายุงานครบ 1 ปี ทุกฝ่ายร่วมมือดี
Politics นายกฯ มั่นใจปมฮั้ว สว.ไม่ทำการเมืองสะดุด ชี้อายุงานครบ 1 ปี ทุกฝ่ายร่วมมือดี
ส.อ.ท. ชง PDP2026 ใช้ก๊าซไทย ลดพึ่ง LNG คุมต้นทุนไฟ เปิดทางอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาด
Economic ส.อ.ท. ชง PDP2026 ใช้ก๊าซไทย ลดพึ่ง LNG คุมต้นทุนไฟ เปิดทางอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาด
บัญชี มธ. เปิดตัว TBS AIR ดันเป็นแพลตฟอร์มกลางเชื่อมองค์ความรู้งานวิจัย
Uncategorized บัญชี มธ. เปิดตัว TBS AIR ดันเป็นแพลตฟอร์มกลางเชื่อมองค์ความรู้งานวิจัย
รัฐบาลยัน ‘คดีโกงสอบท้องถิ่น’ ยังไม่จบ จ่อขยายผล อายัดทรัพย์แล้ว 320 ล้าน
Politics รัฐบาลยัน ‘คดีโกงสอบท้องถิ่น’ ยังไม่จบ จ่อขยายผล อายัดทรัพย์แล้ว 320 ล้าน
‘ยอด ชินสุภัคกุล’ นั่งนายกสมาคม TEPA เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์
Tech ‘ยอด ชินสุภัคกุล’ นั่งนายกสมาคม TEPA เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์
ออมสิน – DPU ดัน โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น พลิกฟื้นชุมชนบ้านยางพัฒนา สู่ “ตลาดน้ำชุมชน”
Uncategorized ออมสิน – DPU ดัน โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น พลิกฟื้นชุมชนบ้านยางพัฒนา สู่ “ตลาดน้ำชุมชน”
ก.ล.ต. เร่งลดเวลาพิจารณา IPO เหลือ 70-100 วัน นำร่อง 3 บริษัทผ่าน Sandbox
Finance ก.ล.ต. เร่งลดเวลาพิจารณา IPO เหลือ 70-100 วัน นำร่อง 3 บริษัทผ่าน Sandbox
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณขายออก 68,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณขายออก 68,900 บาท
ดูทั้งหมด

ระฆัง วัด คอนโด และการอยู่ร่วมกัน: สำรวจกรณี “วัดไทร” กับผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมือง

08 ต.ค. 2561 | 16:40น.

พิราภรณ์ วิทูรัตน์ : เรื่อง 

เป็นข่าวครึกโครมจนยึดพื้นที่สื่ออย่างต่อเนื่องสำหรับกรณีที่สำนักงานเขตบางคอแหลมมีหนังสือถึงวัดไทร แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร ขอให้ลดเสียงตีระฆังลง เนื่องจากมีผู้พักอาศัยในโครงการคอนโดมิเนียมข้างเคียงร้องเรียนไปยังเขต

หลังมีการเปิดเผยหนังสือร้องเรียนดังกล่าว กระแสสังคมตีกลับไปที่คอนโด สำนักงานเขต และผู้ร้องเรียนเป็นจำนวนมาก และเสียงส่วนใหญ่ในสังคมมองว่า การตีระฆังวัดเป็นการประกอบสังฆกรรมที่มีมายาวนาน คอนโดจึงควรเป็นฝ่ายปรับตัวและต้องยอมรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่า

จากข้อร้องเรียนสู่การมุ่งพิสูจน์ความจริงว่าด้วยเรื่องของ “ความดัง”  มีการลงพื้นที่สำรวจโดยให้พระสงฆ์จำลองการตีระฆังวัด บ้างก็มีการสอบถามความเห็นของชาวบ้านละแวกใกล้เคียง ที่สุดมีการนำเครื่องวัดระดับความดังเสียงมาใช้เพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรมเลยทีเดียว

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนท่านผู้อ่านพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ ผศ.ดร.จาตุรงค์ โพคะรัตน์ศิริ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการผังเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงข่าวดังตลอดสัปดาห์นี้

ต้องนำวัดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ “ผังเมือง”

ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือ สถานที่ราชการหรือกระทั่งวัดไม่ได้ถูกพิจารณาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของผังเมืองอย่างเอาจริงเอาจังตั้งแต่แรก

ผศ.ดร.จาตุรงค์ ได้ยกตัวอย่างโรงพยาบาลศิริราชให้เห็นภาพชัดยิ่งขึ้นว่า ภายในโรงพยาบาลมีการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารอย่างแน่นขนัด ซึ่งในแง่ของการผังเมืองแล้วการก่อสร้างในลักษณะนี้คงจะไม่ถูกต้องนัก แต่ด้วยสถานที่ราชการอย่างโรงพยาบาลรัฐไม่ได้ถูกผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของบทบังคับใช้นั่นเอง

ในส่วนของวัดไทรก็เช่นเดียวกัน พื้นที่ภายในตัววัดก็ดี รอบข้างตัววัดก็ดี ไม่ได้มีกฎหมายบังคับใช้เหมือนกับพื้นที่เอกชนตั้งแต่แรก เมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะ “วัดไทร” จึงไม่มีตัวบทกฎหมายใดมาคุ้มครอง ฉะนั้นสิ่งที่เราถอดบทเรียนได้จากกรณีนี้อย่างหนึ่งก็คือ ต้องมีการนำวัดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผังเมืองก่อนเพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะคล้ายกันนี้จะเกิดผลดีกับวัดที่ได้รับการคุ้มครองโดยชอบด้วยกฎหมาย

ในวันที่ “วัด 2018” ต้องอยู่ร่วมกับชุมชนเมือง

เพราะไม่ใช่แค่วัดไทรเท่านั้นที่ประสบกับปัญหานี้ ผศ.ดร.จาตุรงค์เล่าว่า ตัวอย่างของวัดในเมืองใหญ่อย่างวัดยานนาวาที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ทำให้ที่ดินรอบข้างของวัดมีมูลค่าสูงตามไปด้วย ซึ่งวัดเองได้เลือกเปลี่ยนพื้นที่ชุมชนรอบข้างตัววัดที่มีมากว่าร้อยปีสู่คอมเพลกซ์เพื่อการค้าแทน และนำเม็ดเงินที่ได้จากตรงนี้เข้าสู่กระบวนการทำนุบำรุงศาสนาในลำดับถัดไป

ในทางตรงกันข้ามก็มีวัดที่ประสบปัญหากับการเติบโตของเมืองใหญ่เช่นกัน ที่เห็นได้ชัด คือ วัดชนะสงครามตั้งอยู่พื้นที่ใกล้เคียงกับถนนข้าวสารและซอยรามบุตรี หากใครเคยผ่านย่านนี้บ่อย ๆ ก็จะเห็นว่า ภายในตัววัดเสื่อมโทรมไปมากพอสมควร พื้นที่ภายในวัดถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นที่จอดรถสำหรับบุคคลภายนอกที่สัญจรไปมา

“ถ้าดูจากบริบทแวดล้อมของวัดกับสถานที่รอบข้างอย่างถนนข้าวสารที่เต็มไปด้วยสถานบันเทิง ร้านค้า นักท่องเที่ยว ผมมองว่า วัดไม่น่าจะอยู่ได้เลยด้วยซ้ำ อย่างที่บอกไปว่า ตัวกฎหมายผังเมืองเองไม่มีอะไรที่สามารถควบคุมตรงนี้ได้เลย ผมว่าตรงนี้หนักกว่าเคสคอนโดอีก นี่ยังไม่นับรวมโรงเรียนเด็กเล็กที่เคยอยู่แถวนั้นซึ่งปัจจุบันก็แก้ปัญหาโดยการปิดและย้ายไปเรียบร้อยแล้ว เห็นตรงนั้นผมยังรู้สึกว่า วัดกับชุมชนจะอยู่ได้อย่างไร”

สำรวจพื้นที่คอนโด: ผิดหรือชอบด้วยกฎหมาย ?

ถ้าเรามาลองดูกันจริง ๆ แล้วจะเห็นว่า โครงการสตาร์วิวตั้งอยู่ในพื้นที่ผังสีน้ำตาลย.9 หรือที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก ซึ่งตามข้อกำหนดผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครพุทธศักราช 2556 สามารถจัดสรรอาคารที่อยู่อาศัยรวม (คอนโด) เกิน 10,000 ตารางเมตรได้ และปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อกำหนดควบคุมอาคารเรื่องระยะห่างจากศาสนสถาน นั่นหมายความว่า คอนโดมิเนียมนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ชอบด้วยกฎหมายอย่างแน่นอน แม้จะมีหลายเสียงออกมาบอกว่า คอนโดนี้อาจจะขัดต่อหลัก EIA (Environmental Impact Assessment) ก็ตาม

แต่ถามว่า ตามข่าวที่มีการร้องเรียนถึงความดังของระฆังวัดชาวคอนโดสามารถทำได้หรือไม่ ผศ.ดร.จาตุรงค์บอกว่า จริง ๆ แล้วการตีระฆังวัดไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด และตัววัดเองยังสามารถไปร้องเรียนคัดค้านการสร้างคอนโดได้ตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ เพราะพื้นที่ย่านพระรามสามในตอนนี้ตั้งอยู่บนฐานคิดของย่านอยู่อาศัยแบบไฮเอนด์ไปเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นนี่ไม่ใช่คอนโดเพียงแห่งเดียวแน่นอนที่จะได้รับการอนุมัติให้สร้าง และส่วนตัวเชื่อว่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้ายังจะมีคอนโดสูงตามมาอีกมาก

“จริง ๆ ในทางผังเมืองถ้าเป็นวัดที่มีโบราณสถานสำคัญอย่างเจดีย์หรือโบสถ์เก่าแก่ก็อาจจะโชคดีหน่อยที่มีโบราณสถานอะไรที่มีกฎหมายคุมได้ระดับนึง ตรงนี้อยู่ที่ผู้บังคับใช้กฎหมายเลยว่า ไม่ได้บังคับใช้อย่างจริงจังรึเปล่า แต่ถ้าพูดถึงกรณีการตีระฆังของวัดผมว่า มันไม่ผิดระเบียบหรือกฎหมายอะไรเลยนะ ถ้าเป็นการใช้เครื่องเสียงงานบวชหรืออะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนกิจนี้สิถึงจะผิดและเรียกร้องได้”

ความเข้าใจและการตื่นตัว – สิ่งที่วัดต้องรู้ให้เท่าทัน

ผศ.ดร.จาตุรงค์ยังเปิดเผยอีกว่า ในฐานะนักผังเมืองเวลามีประชุมผังเมืองหรือการพิจารณากระบวนการพรบ.ผังเมือง หน่วยงานที่มักไม่ค่อยเห็นการนำส่งตัวแทนเข้าประชุมก็คือ วัด จะมีแต่วัดสำคัญ ๆ รอบเกาะรัตนโกสินทร์เท่านั้นที่พระลูกวัดมีความตื่นตัวในการเข้าประชุมและมีส่วนร่วมในการพิจารณาแผนแม่บทเสมอ อาจจะด้วยความที่เป็นวัดใหญ่และวัดดัง ซึ่งจริง ๆ แล้วทุกวัดควรมีความตระหนักในการรับฟังและทำความเข้าใจตรงนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง

นอกจากนี้ผศ.ดร.จาตุรงค์ยังมองว่า การที่วัดไม่ได้เทคแอกชั่นเรื่องนี้มากเท่าที่ควร น่าจะเป็นสาเหตุมาจากการขาดความรู้ความเข้าใจด้านการผังเมือง ไม่รู้ว่าตนมีสิทธิในการเรียกร้องและปกป้องวัดได้มาน้อยแค่ไหน วัดไทรจึงเป็นอีกกรณีที่เราควรนำมาถอดบทเรียนกัน

 “เวลาผมไปประชุมผังเมืองทุกครั้งเหมือนเราต้องไปนั่งเปิดเลคเชอร์ในที่ประชุมเลยนะว่า ผังเมืองคืออะไร หลักการคืออะไร น้อยคนมากที่จะเข้าใจมาก่อนหน้า พอประชุมเสร็จทุกครั้งเวลามีชาวบ้านที่ให้ความสนใจเข้ามาฟังเขาก็จะมาถามเราใหญ่กว่าจะเข้าใจก็ใช้เวลาพอสมควร อย่างกรณีวัดเองก็คงไม่ได้คิดว่า ตัวเองเป็นผู้มีส่วนใดส่วนเสียกรณีนี้จึงทำให้ได้รู้ว่า วัดก็ต้องตั้งตัวเองไปมีบทบาทเวลาประชุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเหมือนกัน”

ตัวอย่างการคัดค้าน

เมื่อช่วงกลางปี 2560 ที่ผ่านมาในบริเวณใกล้เคียงกับวัดไทรและโครงการคอนโดสตาร์วิวเฟสแรก มีไอเดียก่อสร้างโครงการคอนโดสตาร์วิวเฟสสองออกมา ทำให้ลูกบ้านกว่า 393 ชีวิตออกมายื่นเรียกร้องขอความเป็นธรรมโดยให้เหตุผลว่า การก่อสร้างโครงการเฟสสองจะเกิดการรบกวนความเป็นส่วนตัว และเกิดความไม่ปลอดภัยจากการก่อสร้าง เนื่องจากอาคารเฟสสองตั้งอยู่ติดกับเฟสแรกเพียง 13 เมตรเท่านั้น ท้ายที่สุดบริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เจ้าของโครงการได้ออกหนังสือชี้แจงถึงข้อเรียกร้องของลูกบ้าน และโครงการเฟสสองจึงถูกตีตกตามหลัก EIA ไป

รวมไปถึงตัวอย่างคอนโดติดริมทะเลที่ ผศ.ดร.จาตุรงค์ ได้ยกตัวอย่างว่า เคยมีกรณีการก่อสร้างคอนโดริมทะเลได้ทำการปิดช่องทางเดินเข้าออกเชื่อมต่อระหว่างบ้านของชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงที่มีมายาวนาน ตรงนี้ชาวบ้านก็สามารถเขียนร้องเรียนห้ามปิดช่องทางนี้ได้เช่นเดียวกัน

“จริง ๆ การร้องเรียนในลักษณะนี้คอนโดไม่เสียหายนะ ทำแบบนี้ได้จะไม่เกิดผลกระทบทั้งสองฝ่าย และทุกคนได้ผลประโยชน์รวมกัน เพราะกฎหมายผังเมืองตั้งบนพื้นฐานนี้อยู่แล้ว แต่ถ้าเขาไม่มาแจ้งเราก็ไม่รู้ว่า มีคนกังวลเรื่องนี้ แค่มาแสดงตนและพูดเท่านั้น กรณีวัดไทรก็คงไม่เคยรู้ว่า การสร้างแต่ละอย่างสร้างได้สูงขนาดไหน ฟังก์ชั่นแบบไหนทั้งที่เรื่องนี้มันมีผลกระทบสูงมากนะ อย่างที่บอกว่าต่อไปย่านนั้นจะต้องมีโครงการอาคารที่พักอาศัยอีกมากก็น่าคิดถึงผลที่จะตามมาเหมือนกัน”  ผศ.ดร.จาตุรงค์กล่าว