เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
Real Estate เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
Economic ‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
Finance เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
Economic 20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
Politics อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
Politics รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
แสนสิริ จับมือ โตคิว  ผุด “ไอริส เฮาส์” คอนโดโลว์ไรส์เพ็ทเฟรนลี่ เริ่มต้น 4.99 ล้าน
Real Estate แสนสิริ จับมือ โตคิว ผุด “ไอริส เฮาส์” คอนโดโลว์ไรส์เพ็ทเฟรนลี่ เริ่มต้น 4.99 ล้าน
รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
Business รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
Economic ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
ดูทั้งหมด

ลุ้นกองหนุน “RMF-LTF” พยุงชีพจรหุ้นไทยไปต่อ-

12 ต.ค. 2561 | 07:00น.

สัญญาณตลาดหุ้นไทยโค้งไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เริ่มต้นเดือนตุลาคมได้ไม่กี่วัน ก็หลุดกรอบรับสำคัญที่ระดับ 1,700 จุดอีกแล้ว หลังจากสดใสได้เพียงช่วงสั้น ๆ เดือนที่แล้ว โดยสิ้นวันที่ 8 ต.ค. 62 ดัชนีอยู่ที่ 1,696.22 จุด ร่วง 24.30 จุด หรือ 1.4% จากวันก่อนหน้า (5 ต.ค.) ซึ่งปรับตัวลงตามตลาดหุ้นภูมิภาค นำโดยตลาดหุ้นจีนที่ร่วงถึง 3.72% ทีเดียว

ขณะที่ไอเอ็มเอฟได้มีการปรับคาดการณ์เศรษฐกิจโลกรวมทั้งประเมินสถานการณ์กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ นอกจากนี้ ตลาดยังมีความวิตกต่อเศรษฐกิจจีนมาก สวนทางกับเศรษฐกิจสหรัฐที่ร้อนแรง จากปัจจัยต่างประเทศสร้างความปั่นป่วนให้แก่ตลาดหุ้นและตลาดเงินทั่วโลก นักลงทุนต่างชาติแห่ปรับพอร์ตลงทุนโยกย้ายทั้งสินทรัพย์และเงินที่อยู่ในสกุลต่าง ๆ ออก เพื่อนำเงินกลับไปหาสกุลหลักคือ ดอลลาร์สหรัฐ ที่แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ทั่วโลกเผชิญภาวะ “ค่าเงินอ่อน” กันถ้วนหน้า โดยค่าเงินบาทไทยปิดตลาดที่ 32.98/33.00 บาท/ดอลลาร์ ณ 8 ต.ค. 62

ขณะที่เงินทุนต่างชาติที่ไหลออกจากตลาดหุ้นไทยในช่วงวันที่ 1-8 ต.ค.ที่ผ่านมา ขายสุทธิแล้ว 13,420 ล้านบาท รวมทั้งปีนี้ (1 ม.ค.-8 ต.ค.) ขายสุทธิถึง 222,294 ล้านบาท ซึ่งทิศทางตลาดหุ้นจากนี้ไปจะมีปัจจัยใดเข้ามาบ้าง

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวขึ้นมาอยู่ในภาวะร้อนแรง (bullish) เป็นเดือนแรกในรอบ 7 เดือน โดยอยู่ที่ระดับ 120.60 เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.ย.ที่ระดับ 101.33 ซึ่งปัจจัยหนุนมาจากความเชื่อมั่นสถานการณ์การเมืองไทยที่เข้าสู่โหมดเลือกตั้งในปีหน้า รวมถึงเศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งออกและภาคการท่องเที่ยว

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศลดลงเล็กน้อย ขณะที่ดัชนีกลุ่มนักลงทุนรายบุคคล ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนอีก 2 กลุ่ม คือสถาบันในประเทศและพอร์ตโบรกเกอร์ ดัชนีฯไม่เปลี่ยนแปลง

“แต่นักลงทุนเองก็ยังค่อนข้างมีความกังวลต่อประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน และบางส่วนที่กังวลต่อสถานการณ์การเมืองที่อาจร้อนแรงขึ้นจากการจัดตั้งหัวหน้าพรรคการเมืองต่าง ๆ จะกระทบต่อตลาดออกมาอย่างไรบ้าง”

ส่วนฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่ก่อนหน้านี้ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยส่วนใหญ่นั้นจะเป็นระยะสั้น (กองทุนแบบ passive และเทรดดิ้ง) ส่วนปัจจุบันยังไหลออกต่อเนื่องและยังไม่กลับเข้ามานั้น เพราะต่างชาติมองว่าตลาดหุ้นเกิดใหม่ยังมีแรงขายออกมา ทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่กล้าเสี่ยงเข้ามาลงทุน

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยในระยะสั้นช่วงสิ้นเดือน ต.ค. 61 จะเฉลี่ยอยู่ที่ 1,773 จุด โดยปัจจัยการเลือกตั้งไทยเป็นปัจจัยแรกที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้น รองลงมาคือ สงครามทางการค้าและผลประกอบการ บจ.ในช่วงไตรมาส 3/61 โดยประเมินเป้าดัชนีสิ้นปี’61 อยู่ที่ 1,818 จุด ซึ่งมองค่าเฉลี่ยต่ำสุดที่ 1,688 จุด และค่าเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 1,826 จุด

“โดยคาดว่ากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS)ปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 109.31 บาท และมี EPS growth เฉลี่ยที่ 9.39% และมี forward P/E เฉลี่ยที่ 16.18 เท่า” นายสมบัติกล่าว

นายวศิน วณิชย์วรนันต์ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า พอร์ตกองทุนรวมทั้งระบบ ณ สิ้นเดือน ส.ค. 61 มีมูลค่าอยู่ที่ 4.3-4.4 ล้านล้านบาท โดยหลัก ๆ ลงทุนหุ้นในประเทศสูงถึง 87% และอีก 13-14% จะลงทุนอยู่ในกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ แต่เริ่มจะเห็นทิศทางออกไปต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะบางครั้งทิศทางลงทุนในประเทศไม่เอื้ออำนวย

ส่วนเม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้ากองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ((RMF) ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมานั้น นายวศินกล่าวว่า ได้มีเงินไหลเข้ากองทุนแฝด ประมาณ 33,280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากสิ้นปี”60 ในช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะมีเม็ดเงินลงทุนทยอยไหลเข้ากองทุนแฝดอีกราว 4.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งทั้งปีคาดมีเงินเข้าราว 7-8 หมื่นล้านบาท โดยปกติเม็ดเงินลงทุนกองทุน LTF-RMF จะเข้ามาช่วงเดือนท้าย ๆ ของปีอยู่แล้ว

ขณะที่สถานการณ์สงครามการค้าและทิศทางเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นักลงทุนรับรู้ข่าวกันไปมากแล้ว ส่วนเรื่องการเมืองไทยที่กำหนดวันเลือกตั้ง และการเติบโตต่อเนื่องของเศรษฐกิจไทย จะช่วยหนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยช่วงสิ้นปีทะยาน 1,800 จุดได้

สำหรับเงินทุนต่างชาติที่ยังไม่ไหลกลับเข้ามานั้น เป็นผลจากวิกฤตในตลาดเกิดใหม่ แต่โดยภาพรวมของตลาดหุ้นไทยถือว่ามีแรงขายออกมาน้อยกว่าประเทศอื่น ๆ เช่น ตลาดหุ้นอินเดียมีแรงเทขายกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อินโดนีเซียขาย 3.8 พันล้านดอลลาร์ และเกาหลีใต้ 3.3 พันล้านดอลลาร์ ส่วนไต้หวันและไทยอยู่ที่ 6.8 พันล้านดอลลาร์

“ฝั่งนักลงทุนสถาบันในประเทศยังมีมุมมองเชิงบวกกับเศรษฐกิจในประเทศมากกว่านักลงทุนต่างประเทศ คาดว่าต้องใช้เวลาสักพักกว่าต่างชาติจะเข้ามาจากผลกระทบเรื่องแรงเทขายในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกได้” นายวศินกล่าว

อีก 3 เดือนจากนี้ ดัชนีไปถึงเป้าหมายหรือไม่ ขึ้นกับปัจจัยที่ไม่คาดคิดว่าจะส่งผลบวกหรือลบ นักลงทุนจะต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”