ซี.พี. ชิงปิดฉากไฮสปีด EEC สะเทือนอาณาจักร ‘มักกะสัน’ 2 แสนล้าน
กลุ่ม ซี.พี.ยื่นหนังสือขอสิ้นสุดสัญญาสัมปทานรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินอย่างเป็นทางการ บอร์ดรถไฟรับทราบ เตรียมชงบอร์ดอีอีซี เสนอ ครม.ทุบโต๊ะ ส.ค.นี้ เจรจาค่าเสียหายทั้ง 2 ฝ่าย สะเทือนแผนลงทุนพื้นที่เชิงพาณิชย์ “สถานีมักกะสัน” 140 ไร่ มิกซ์ยูสยักษ์ 2 แสนล้าน วงในระบุ ซี.พี.ชะลอโปรเจ็กต์แล้ว ดับฝันแลนด์มาร์กตึกสูงที่สุด จับตาเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ จ้าง “เอเชีย เอรา วัน” หรือบริษัทลูก ร.ฟ.ท.แก้ปัญหาชั่วคราว อีอีซีเสนอ “อนุทิน” พิจารณาสัญญาสิ้นสุด จี้รัฐบาลฟันธงแนวทางเดินหน้า ชี้ประเทศเสียโอกาสมาแล้ว 8 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่ม ซี.พี.) ประกอบด้วย บจ.เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง, บจ.ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรัคชั่น, บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM), บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เซ็นสัญญาสัมปทาน 50 ปี วงเงิน 224,544 ล้านบาท ก่อสร้างและเดินรถโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. เดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ (พญาไท-สุวรรณภูมิ) และพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ (TOD) สถานีมักกะสัน 140 ไร่ และสถานีศรีราชา 25 ไร่ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเริ่มการก่อสร้างได้
เนื่องจากติดปัญหา “แก้สัญญาร่วมทุน” หลังกลุ่ม ซี.พี.ขอเปลี่ยนวิธีการชำระเงินค่าก่อสร้าง เป็น “สร้างไปจ่ายไป” เพื่อแก้ปัญหาการหาแหล่งเงินมาลงทุนโครงการไม่ได้
บอร์ด ร.ฟ.ท.รับทราบแล้ว
ล่าสุดนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่ม ซี.พี.) ทำหนังสือถึง ร.ฟ.ท.แจ้งขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ตามเงื่อนไขข้อ 6.2 ซึ่ง ร.ฟ.ท.ได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท.แล้วเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยให้ฝ่ายกฎหมาย ร.ฟ.ท. และอนุกฎหมาย ร.ฟ.ท.ทบทวนรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน
ยังได้รายงานบอร์ด ร.ฟ.ท.ให้รับทราบถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาโครงการ ซึ่งเป็นผลการหารือ 3 ฝ่าย ระหว่าง ร.ฟ.ท. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569
โดยมี 2 แนวทางคือ 1.แก้ไขสัญญาตามมติเดิมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ดอีอีซี ครั้งที่ 4/2567 และครั้งที่ 1/2568 ซึ่ง ร.ฟ.ท.ได้ดำเนินการเจรจาและจัดทำร่างสัญญา และสำนักงานอัยการสูงสุดเห็นชอบแล้ว อยู่ในขั้นตอนเสนอ กพอ. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ และ 2.กรณีไม่สามารถดำเนินการตามแนวทางที่ 1ได้ ให้ดำเนินการแนวทางสิ้นสุดสัญญา โดยเอกชนแจ้งประสงค์เจรจาสิ้นสุดสัญญามาแล้ววันที่ 6 กรกฎาคม 2569
สำหรับเงื่อนไขการยกเลิกหรือการสิ้นสุดสัญญา ตามข้อ 6.2 ระบุไว้มี 3 ประเด็น 1.การส่งมอบพื้นที่ของโครงการไม่ได้ 2.การส่งมอบพื้นที่สนับสนุนบริการของโครงการ หรือ TOD ไม่ได้ ซึ่งโครงการนี้เอกชนได้สิทธิพัฒนาพื้นที่ TOD สถานีมักกะสันและศรีราชา 3.การรับบัตรส่งเสริมการลงทุนของเอกชน หรือบัตร BOI
“กรณีส่งมอบพื้นที่โครงการและพื้นที่ TOD ร.ฟ.ท.ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว เหลือบัตรส่งเสริม BOI ซึ่งที่ผ่านมามีการเจรจา และเอกชนตกลงสละสิทธิเงื่อนไข BOI โดยขอแก้ไขสัญญาเป็นสร้างไปจ่ายไปแทน ดังนั้นเมื่อแก้สัญญาไม่ได้ เอกชนจึงขอสิ้นสุดสัญญาในประเด็นออก BOI ไม่ได้”
ปัจจุบันสถานะของสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินยังไม่มีการออกหนังสือให้เริ่มงาน (NTP) ตามสัญญาระบุเหตุแห่งการสิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุนไว้ 3 กรณี เมื่อเกิดกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ 1.เมื่อครบระยะเวลาของโครงการ 50 ปี 2.เมื่อมีการเลิกสัญญาร่วมลงทุนตามที่กำหนดไว้ในข้อ 6.2 หรือ 3.เมื่อมีการเลิกสัญญาร่วมลงทุน เพราะเหตุตามที่กำหนดไว้ในข้อ 30.2 คือ 1.ความผิดเกิดจากเอกชน 2.ความผิดเกิดจากฝ่ายรัฐโดย ร.ฟ.ท. 3.เลิกเพราะใช้อำนาจเพื่อประโยชน์สาธารณะ 4.เลิกเพราะเหตุสุดวิสัยและเหตุผ่อนผัน
“หลังจากนี้ ร.ฟ.ท.เตรียมนำแนวทางทั้งหมดรายงานคณะกรรมการบริหารสัญญาร่วมลงทุน จะประชุมวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ และที่ประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการจะประชุมในเดือนกรกฎาคมนี้ และบอร์ดอีอีซีพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมต่อไปเดือน ส.ค.นี้ หากยกเลิกสัญญาทั้ง ร.ฟ.ท.และกลุ่ม ซี.พี.ต้องมาพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ โดย ร.ฟ.ท.จ่ายค่าเวนคืนและรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค ส่วนเอกชนลงทุนการบริหารเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์”
ส่วนโครงสร้างทับซ้อนกับรถไฟไทย-จีน สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ขณะนี้กลุ่ม ซี.พี.ยืนยันว่าไม่สามารถก่อสร้างได้ ดังนั้น ร.ฟ.ท.จะนำงานก่อสร้างส่วนนี้มาดำเนินการเอง และได้รายงานบอร์ด ร.ฟ.ท.รับทราบแล้ว จะเสนอรายละเอียดไปที่ กพอ. และ ครม.ต่อไป
สำหรับกรณี MOU ระหว่าง ร.ฟ.ท.กับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เรื่องการเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์จะสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายนนี้ ทาง ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างหาแนวทางและนำหารือต่อที่ประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการ ซึ่งมีเอกชนร่วมอยู่ด้วย โดยจะต้องเร่งให้ได้ข้อสรุป เนื่องจากมีเวลาเหลือไม่มากแล้ว
2 ทางแก้แอร์พอร์ตลิงก์สะดุด
แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท.กล่าวว่า การแก้ปัญหาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์หากกลุ่ม ซี.พี.ยกเลิกสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินมี 2 แนวทาง 1.จ้างเอเชีย เอราวัน เดินรถต่อ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีพนักงานอยู่ 300 คน แต่ค่าจ้างอาจสูงกว่าเดิมที่อยู่ที่ 1,200 ล้านบาทต่อปี 2.จ้างบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ซึ่งเดินรถสายสีแดงอยู่แล้ว และเป็นบริษัทลูกมาเดินรถให้ แต่อาจต้องมีระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านอย่างน้อย 6 เดือน สำหรับรับคนเพิ่มและเทรนคน ซึ่งค่าจ้างจะอยู่ที่ 700-800 ล้านบาทต่อปี ถ้า ร.ฟ.ท.เลือกแนวทางจ้างบริษัทลูก อาจต้องจ้างเอเชีย เอราวัน เดินรถให้ชั่วคราว 6 เดือนซึ่งเป็นช่วงรอยต่อ
“ปัญหาของแอร์พอร์ตลิงก์คือ มีรถไม่พอ มีเพียง 9 ขบวน มีรายได้จากค่าโดยสารประมาณ 700 ล้านบาท ไม่พอกับรายจ่ายที่อยู่ที่ 1,200 ล้านบาท ทำให้เอเชีย เอรา วัน ที่เดินรถให้ขาดทุนปีละ 500 ล้านบาท และปีหน้าจะต้องซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ คาดใช้เงินมากกว่า 500 ล้านบาท”
ซี.พี.แจงใช้สิทธิตามสัญญา
นายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด กล่าวว่า การยื่นหนังสือใช้สิทธิตามสัญญาร่วมลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นการใช้สิทธิตามกลไกที่กำหนดในสัญญาร่วมลงทุน เพื่อรักษาสิทธิของคู่สัญญาและแจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ มิได้หมายความว่าบริษัทได้ตัดสินใจถอนตัวจากโครงการหรือยกเลิกสัญญาโดยทันที การพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ของโครงการยังอยู่ภายใต้กระบวนการตามสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
“ประเด็นการส่งเสริมการลงทุนนั้น โครงการได้รับการอนุมัติหลักการจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตั้งแต่ปี 2565 และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจาก BOI ดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ มาโดยตลอด แต่การขอรับบัตรส่งเสริมการลงทุนได้หมดอายุลงปี 2567 การยื่นขอรับบัตรส่งเสริมอีกครั้งต้องอาศัยรายละเอียดและเงื่อนไขของโครงการที่มีความชัดเจน ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน จึงส่งผลต่อการดำเนินการในขั้นตอน
ดังกล่าว” นายสฤษดิ์กล่าว
อีอีซีชี้แค่ยุติความสัมพันธ์
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กล่าวว่า หลัง เอเชีย เอรา วัน แจ้งใช้สิทธิตามสัญญาเพื่อยุติสัญญาร่วมลงทุน หลังจากนี้ ร.ฟ.ท.และเอกชนในฐานะคู่สัญญาต้องดำเนินการตามเงื่อนไขสัญญา ทั้งส่วนของสิทธิ หน้าที่ และประเด็นทรัพย์สินหรือค่าเสียหายที่เกี่ยวข้อง ส่วนภาครัฐต้องมาดูว่าโครงการจะเดินหน้าต่ออย่างไร เพราะระบบรางที่เชื่อมสนามบินอู่ตะเภายังจำเป็นต้องมี
“การชดเชยหรือค่าเสียหายต่าง ๆ เป็นเรื่องที่คู่สัญญาจะต้องเจรจากันเอง สกพอ.ไม่ได้เป็นคู่สัญญา จึงไม่เข้าไปก้าวล่วงได้ เป็นเสมือนการยุติความสัมพันธ์ที่แต่ละฝ่ายต้องไปแบ่งสิทธิและทรัพย์สินกันเอง ขณะที่ภาครัฐมีหน้าที่เดินหน้าพัฒนาโครงการต่อ ไม่ควรรอให้ข้อพิพาททั้งหมดแล้วเสร็จก่อน”
ซึ่ง สกพอ.ต้องหารือ ร.ฟ.ท.กำหนดรูปแบบเหมาะสมที่สุด ใช้แนวทางเดิม ปรับรูปแบบใหม่ เป้าหมายสำคัญคือการเชื่อมต่อระบบคมนาคมไปยังสนามบินอู่ตะเภาให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด ยังตอบไม่ได้จะประมูลใหม่หรือไม่ ต้องหารือก่อน สิ่งสำคัญต้องไม่ให้ประเทศเสียเวลาไปมากกว่านี้ เพราะเสียเวลากับโครงการนี้มา 8 ปีแล้ว และต้องนำเรื่องเสนอบอร์ดอีอีซี มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รับทราบการสิ้นสุดของสัญญาและพิจารณาแนวทางดำเนินโครงการ ยังระบุกรอบเวลาไม่ได้
จี้รัฐเร่งสรุปแนวทางให้ชัด
“ส่วนข้อกังวลผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนนั้น สิ่งที่ภาครัฐควรทำเร่งกำหนดแนวทางใหม่ให้ชัดเจนมากกว่ากลับไปถกเถียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะอดีตแก้ไขไม่ได้”
นายจุฬากล่าวว่า ส่วนกรณีบริษัทเอกชนชี้แจงไม่ได้ถอนการลงทุน แต่เป็นการใช้สิทธิตามสัญญา เป็นการเลือกใช้ถ้อยคำเป็นสิทธิของเอกชน แต่ในข้อเท็จจริงหากสัญญาสิ้นสุดลงถือว่าสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาสิ้นสุดลงตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ รวมถึงสิทธิการบริหารแอร์พอร์ตเรลลิงก์ก็ต้องจบลงด้วย
เปิดกว้างทุกโมเดลทางเลือก
สำหรับรูปแบบโครงการในอนาคต ยังไม่จำเป็นต้องสรุปว่าเป็นรถไฟความเร็วสูงหรือไม่ ทุกทางเลือกยังเปิดกว้าง หากรัฐบาลเห็นว่ายังควรเดินหน้าในรูปแบบเดิมก็ทำได้ แต่ต้องใช้เวลาออกแบบและจัดทำกระบวนการใหม่ทั้งหมด และการกำหนดรูปแบบใหม่ต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ทั้งการลงทุน ระยะเวลาดำเนินการ การตอบโจทย์การพัฒนาอีอีซีในระยะยาว
“เราจะให้นายกฯ รับทราบว่าสัญญาสิ้นสุดแล้ว และหารือว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร หนึ่งในทางเลือกคือแนวคิดระบบรางระยะประมาณ 160 กม. แต่ต้องหารือกับการรถไฟฯ เปรียบเทียบทุกทางเลือก เพราะเป้าหมายสำคัญคือไม่ให้ประเทศเสียเวลาไปมากกว่านี้ ส่วนที่ว่านักลงทุนไม่เชื่อมั่นในการลงทุนแล้วนั้น ผมว่าถ้าเขาจะไม่เชื่อมั่นก็ไม่เชื่อมั่นตั้งแต่แรกอยู่แล้วไม่เกี่ยวกับว่าโครงการมันล้ม เราไม่ได้บอกว่าไม่มีรถไฟ ยังมีแค่ความเร็วมันลดลง” นายจุฬากล่าว
ดับฝันที่ดินมักกะสัน-ศรีราชา
รายงานข่าวจากบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด กล่าวว่า หากสัญญารถไฟความเร็วสูงสิ้นสุดเท่ากับว่าบริษัทต้องยกเลิกแผนการพัฒนาพื้นที่ TOD สถานีมักกะสันและสถานีศรีราชาไปด้วย จากก่อนหน้านี้ได้มีการออกแบบมาสเตอร์แปลนไปแล้วถึง 70% แต่ชะลอไว้เมื่อ 2 ปีก่อน หลังโครงการรถไฟความเร็วสูงเริ่มมีความไม่ชัดเจนว่าจะได้ก่อสร้างหรือไม่
“เราออกแบบไว้แล้ว 70% สถานีมักกะสันทำเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ มีโรงแรม คอนโดฯ ออฟฟิศ ศูนย์กีฬา เอ็นเตอร์เทนเมนต์ มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท มีหลายตึก ความสูง 100 กว่าชั้น เพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะและตึกที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังมีก่อสร้างถนน อุโมงค์ทางลอด ทางเดินเชื่อมกับโครงการ ส่วนที่ศรีราชายังไม่ได้มีการเริ่มต้นออกแบบ เพราะตั้งใจจะปั้นมักกะสันให้เป็นแลนด์มาร์กระดับโลก ส่วนศรีราชายังรอได้” รายงานข่าวกล่าว