เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฮอนด้า รีแบรนด์ธุรกิจรถมือสอง ผุด 120 สาขาทั่ว ปท. ดูแลลูกค้าครบวงจร
Automotive ฮอนด้า รีแบรนด์ธุรกิจรถมือสอง ผุด 120 สาขาทั่ว ปท. ดูแลลูกค้าครบวงจร
ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.36% อยู่ที่ 64,128 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.36% อยู่ที่ 64,128 เหรียญสหรัฐ
ซี.พี. ชิงปิดฉากไฮสปีด EEC สะเทือนอาณาจักร ‘มักกะสัน’ 2 แสนล้าน
Real Estate ซี.พี. ชิงปิดฉากไฮสปีด EEC สะเทือนอาณาจักร ‘มักกะสัน’ 2 แสนล้าน
มท.-คมนาคม ชิงเค้กเงินกู้ 4 แสนล้าน ติดโซลาร์ฯ-เปลี่ยนรถ EV ทั่วประเทศ
Economic มท.-คมนาคม ชิงเค้กเงินกู้ 4 แสนล้าน ติดโซลาร์ฯ-เปลี่ยนรถ EV ทั่วประเทศ
‘เนื้อแท้’ ยอมรับ 6 เดือนที่ผ่านมา ประสบปัญหาสภาพคล่อง เร่งเคลียร์เงินเดือนค้างจ่าย-ปรับระบบบัญชี
Business ‘เนื้อแท้’ ยอมรับ 6 เดือนที่ผ่านมา ประสบปัญหาสภาพคล่อง เร่งเคลียร์เงินเดือนค้างจ่าย-ปรับระบบบัญชี
“เอรา วัน” แจงซีพีไม่เคยตั้งเป้ายกเลิกสัญญาไฮสปีด ยังหาทางออกกับรัฐฝ่าอุปสรรคพื้นที่-การเงิน
Economic “เอรา วัน” แจงซีพีไม่เคยตั้งเป้ายกเลิกสัญญาไฮสปีด ยังหาทางออกกับรัฐฝ่าอุปสรรคพื้นที่-การเงิน
คมนาคมเร่งแก้รถติด ปทุมธานี เล็งผุดระบบขนส่งมวลชน เชื่อมโครงข่ายรับ ”สวนสัตว์ใหม่”
Economic คมนาคมเร่งแก้รถติด ปทุมธานี เล็งผุดระบบขนส่งมวลชน เชื่อมโครงข่ายรับ ”สวนสัตว์ใหม่”
SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
Finance SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
Economic สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
ดูทั้งหมด

มท.-คมนาคม ชิงเค้กเงินกู้ 4 แสนล้าน ติดโซลาร์ฯ-เปลี่ยนรถ EV ทั่วประเทศ

11 ก.ค. 2569 | 06:45น.

มหาดไทย-คมนาคม ชิงเค้กเงินกู้ 4 แสนล้าน หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงินไม่ขัดรัฐธรรมนูญ “พลพีร์” ชงขอ 4 พันล้าน ช่วยค่าดาวน์ติดโซลาร์รูฟท็อป 4 แสนหลังคาเรือน ขณะที่ “สิริพงศ์” รมช.คมนาคม วางแผนเปลี่ยนผ่านรถสาธารณะ 7 ประเภท เป็นอีวี ใช้งบฯ 2.4 หมื่นล้าน ด้านท้องถิ่นส่งเอกสารแนะนำ อปท.ทั่วประเทศเสนอโครงการ ทั้งเปลี่ยนรถขยะ-รถพยาบาลเป็นอีวี ติดไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หลังคาศูนย์เด็กเล็ก-รพ.สต. ฝ่ายค้านห่วงสอดไส้ใช้เงิน

ความเคลื่อนไหวของฝ่ายรัฐบาลหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า “เงินกู้ตาม พ.ร.ก.นี้นำไปใช้ (1) เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน”เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง

และมีมติโดยเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง เฉพาะส่วนที่บัญญัติว่า “(2) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนและประชาชนทั่วไป ให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมทั้งเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว” เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569

นายกฯ ยันใช้ทุกสตางค์คุ้มค่า

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ขอบพระคุณตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกคน ที่ให้ความกรุณาเร่งคำวินิจฉัยของ พ.ร.ก.ดังกล่าวด้วยความรวดเร็ว รัฐบาลจะได้มีความมั่นใจว่าจะใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดให้กับประชาชน 

รัฐบาลทำงานด้วยความสบายใจในกรณีที่ว่าทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ ทำงานทุกอย่างเพื่อประชาชน เรานั่งเฝ้าเงินทุกบาททุกสตางค์ เพราะชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเงินกู้ ไม่ใช่เงินงบประมาณ ดังนั้น ต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่า ดอกเบี้ยที่ได้มาก็เป็นดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำมาก ซึ่งทางกระทรวงการคลังสามารถเจรจาเรื่องดอกเบี้ยให้เหลือ 1.2 % 

ดังนั้นเมื่อมีต้นทุนที่ถูกขนาดนี้เงินทุกบาทที่จะนำเงินเหล่านี้ไปสร้างมูลค่าเพิ่ม ไปสร้างประโยชน์ให้เกิดการหมุนเวียนเป็นรอบ ๆ (Multiply Effect) ให้มันเกิดขึ้นได้หลาย ๆ รอบ และทุกรอบที่เกิดขึ้นเราสามารถจัดเก็บภาษีเงินได้ในรูปแบบต่าง ๆ เข้ามา ซึ่งเมื่อดอกเบี้ยต่ำก็ไม่ต้องกังวลว่าเรามีงบประมาณเพียงพอไปจ่ายดอกเบี้ยหรือไม่ โดยในแผนการใช้จ่าย พ.ร.ก.กู้เงินจะมีการนำไปใช้ในการปรับโครงสร้างพลังงานด้วย ทำให้ค่าใช้จ่าย ค่าไฟฟ้าของประชาชนลดลง 

“ต้องใช้โอกาสนี้ในการผลักดันให้เกิดประโยชน์ยกแผง ทั้งรัฐบาล ประชาชน ประเทศชาติ ต่างได้ประโยชน์ และมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น” 

ใช้เงินกู้ไปแล้ว 1.7 แสนล้าน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงขั้นตอนต่อจากนี้ว่า ต้องเสนอโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระยะยาว ซึ่งแนวทางเบื้องต้นต้องเป็นโครงการที่ช่วยเหลือประชาชนโดยตรง เช่น โครงการสนับสนุนด้านดอกเบี้ย หรือช่วยเงินดาวน์ให้กับประชาชน 

อย่างกระทรวงคมนาคม เสนอโครงการช่วยเงินดาวน์สำหรับผู้ขับรถแท็กซี่ รถตู้ หรือรถขนส่งสาธารณะ เปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงาน EV จะสนับสนุนเงินดาวน์ให้กับประชาชน ที่ต้องการทำหลังคาโซลาร์รูฟท็อป เป็นต้น

แต่ละหน่วยงานจะเสนอโครงการเข้ามา และจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลัง, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ และกรมบัญชีกลาง ร่วมกันพิจารณาว่าโครงการใดผ่าน ควรปรับปรุงหรือแก้ไข โดยต้องเป็นโครงการที่ไม่ซ้ำซ้อนกับแผนงาน หรือโครงการที่ปรากฏในงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570  

ทั้งนี้ในเงินกู้ 400,000 ล้านบาท ขณะนี้ใช้วงเงินไปแล้วราว 170,000 ล้านบาทในการเยียวยาเศรษฐกิจ ซึ่งในวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาทนี้รัฐบาลไม่จำเป็นจะต้องใช้เต็มวงเงินก็ได้ แต่สามารถดำเนินการใช้จ่ายได้จนถึงสิ้นสุดปี 2570 

คมนาคมขอ 2.4 หมื่นล้าน

ส่วนความเคลื่อนไหวการทำคำขอใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และกรมศุลกากร เพื่อเสนอโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลสู่พลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ วงเงิน 2.4 หมื่นล้าน จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 

กำหนดรายละเอียดจาก 7 กลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วม ประกอบด้วย รถแท็กซี่และรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชั่น, รถจักรยานยนต์รับจ้าง, รถสามล้อหรือรถตุ๊กตุ๊ก, รถโดยสารประจำทาง, รถโดยสารไม่ประจำทาง, รถรับจ้างรับส่งนักเรียน และรถบรรทุกสินค้า เป้าหมายทั้งสิ้น 80,000 คัน  จากนั้นจะนำเสนอแผนแก่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ก่อนนำเสนอสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

การไฟฟ้าช่วยดาวน์โซลาร์ฯ

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ระบุถึงแผนการขอใช้เงินว่า จะทำศูนย์บริการเบ็ดเสร็จให้กับประชาชนที่สนใจติดโซลาร์รูฟท็อป สนับสนุนประชาชนที่ต้องการติดโซลาร์เซลล์ขนาดพื้นที่ใดก็ได้ ตั้งแต่ 5-10 กิโลวัตต์ วงเงิน 10,000 บาท หรือช่วยค่าดาวน์ และหากประชาชนไม่มีกำลังจ่ายเงินส่วนเกินเพื่อติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป อาจมีการลดอัตราดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อเป็นหนึ่งในการช่วยเหลือ  

โครงการนี้สามารถแจ้งเข้าร่วมได้จนถึงเดือนเมษายน 2570 ตั้งเป้าไว้ที่ 4 แสนหลังคาเรือน วงเงินประมาณ 4,000 ล้านบาท เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการจะดูจากประวัติในการชำระค่าไฟที่อยู่อาศัย ตั้งแต่ 3 เดือน-1 ปี หากมีวินัยในการชำระค่าไฟก็จะอนุมัติเงินกู้ และทาง กฟน.และ กฟภ.จะสำรวจติดตั้ง ซึ่งเงื่อนไขหากต้องการขายไฟคืนให้กับรัฐจะมีการพิจารณากรอบ 30 วัน แต่หากไม่ขายไฟคืนจะใช้ระยะเวลาพิจารณา 7 วัน 

ท้องถิ่นติดโซลาร์รูฟท็อป

ขณะที่นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0810.6/2882 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อเวียนต่อถึงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศ เรื่อง การจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เอกสารดังกล่าวแนบตัวอย่างโครงการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเสนอ เช่น 1.ระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ติดตั้งบนหลังคาอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานีอนามัย หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงสิ่งปลูกสร้างอื่นใดที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

2.ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภาคเกษตรกรรม 3.รถบริการสาธารณะ รถบรรทุกขยะ รถพยาบาลไฟฟ้า เครื่องจักรกลต่าง ๆ สำหรับใช้ในการจัดทำบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้า (EV) 4.ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร 

มท.ชงเปลี่ยนรถ EV – ติดแท่นชาร์จ

สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0211.6/ว4505 ให้ทางจังหวัดพิจารณาเสนอแผนงาน อาทิ  1.แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการใช้พลังงานฟอสซิล ส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก

2.โครงการเพื่อส่งเสริมการใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงานฟอสซิล หรือส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือก รวมทั้งสนับสนุนการติดตั้งสถานีบรรจุไฟฟ้า 3.แผนงานหรือโครงการเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรม สำหรับรองรับการปรับโครงสร้างพลังงานและการสร้างเศรษฐกิจใหม่

ฝ่ายค้านห่วงสอดไส้โครงการ

ด้านฝ่ายค้านโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่า พรรคได้รับเอกสารที่มีการส่งเวียนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งไม่ใช่รายการโครงการที่ท้องถิ่นเสนอขึ้นเอง แต่มีลักษณะเป็นแค็ตตาล็อก หรือเมนูรายการสินค้าและโครงการที่สามารถขอใช้เงินกู้ 400,000 ล้านบาทได้

หลายโครงการ เช่น รถขยะ EV ลานกีฬาโซลาร์ เครื่องผลิตออกซิเจนพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ไม่ได้สะท้อนว่าจะช่วยให้ประเทศเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้อย่างแท้จริง หรือส่งผลต่อการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างมีนัยสำคัญ

“พรรคมีข้อสงสัยว่ารายการโครงการดังกล่าวอาจเตรียมการล่วงหน้าแล้วหรือไม่ กังวลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่พรรคตั้งไว้ตั้งแต่ต้นว่า วงเงิน 200,000 ล้านบาท สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน แท้จริงแล้วเป็นเพียงการสอดไส้โครงการ โดยอาศัยความเดือดร้อนของประชาชนเป็นข้ออ้าง”

สภาพัฒน์เชื่อพยุง ศก.ดีขึ้น

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) กล่าวว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาแล้วก็ถือว่าดี จะได้ดําเนินการเรื่องที่มีการเตรียมการไว้ให้เดินหน้าได้ เพราะสถานการณ์ตอนนี้แม้สหรัฐอเมริกากับอิหร่านจะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงหยุดยิง แต่ยังไม่มีความแน่นอน จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งประเทศไทยต้องมีการเตรียมความพร้อมรับมือ เพื่อลดความเสี่ยงการผูกพันเกี่ยวกับราคาพลังงาน 

ส่วนวงเงิน 2 แสนล้านบาทในส่วนการเปลี่ยนผ่านพลังงานจะทําอย่างไรให้ตรงเป้า นายดนุชากล่าวว่า ที่ผ่านมามีการพูดคุยในการจะสนับสนุนให้ประชาชนติดโซลาร์เซลล์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าในแต่ละเดือน ส่วนรูปแบบและวิธีการอยู่ในขั้นตอนของการหารือ อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าเราต้องมุ่งไปในเรื่องของการประหยัดพลังงาน ส่วนโครงการของกระทรวงคมนาคมที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านให้ใช้รถไฟฟ้า จะต้องมีการพูดคุยในรูปแบบให้ชัดเจนก่อน  

“งบฯ ตัวนี้จะทําให้สถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศมีความแน่นอนมากยิ่งขึ้น และทําให้ภาคเอกชนมั่นใจ ฉะนั้นเชื่อว่าเศรษฐกิจภาพรวมก็จะดีขึ้น แต่อยู่ที่ว่างบฯ 2 แสนล้านนี้จะเบิกจ่ายได้ตรงเป้าจริงหรือไม่” 

คลังเตรียมกลั่นกรองเงินกู้

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากศาลตัดสินว่า พ.ร.ก.กู้เงินไม่ขัดรัฐธรรมนูญ การเสนอโครงการที่จะใช้เงินกู้เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานก็จะเดินหน้าได้ต่อไป โดยช่วงกลางเดือน ก.ค. นี้คาดว่าจะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน เพื่อวางหลักเกณฑ์การเสนอโครงการ แต่คงยังไม่ถึงขั้นพิจารณาอนุมัติโครงการในคราวนี้

“โครงการที่มีการเสนอเข้ามาตอนนี้มีของกระทรวงมหาดไทย และคมนาคม ต้องผ่านการพิจารณาในระดับคณะอนุกรรมการก่อน แล้วเสนอเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ จากนั้นก็เสนอไป ครม.” 

เติมเงินคนหลุด “บัตรคนจน”

แหล่งข่าวกล่าวว่า อย่างไรก็ดีคาดว่าในส่วนของการเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบาง หรือผู้ที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ จะมีการขอใช้เงินกู้ส่วนหนึ่ง เพื่อดูแลกลุ่มนี้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 นี้ด้วย

ชง ครม.ไฟเขียวบัตรคนจนรอบใหม่

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในวันที่ 14 ก.ค. นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอ ครม.พิจารณา เรื่องผลการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่มีผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ รวมทั้งกลุ่มตกหล่นจากการลงพื้นที่ของกระทรวงมหาดไทยจำนวน 5.4 ล้านคน 

โดยเสนอให้พิจารณาประเด็นการไม่นำเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2 เกณฑ์มาใช้ในครั้งนี้ คือ เกณฑ์กรณีการตัดสิทธิผู้ที่ใช้ชื่อบิดามารดามาหักลดหย่อนภาษีค่าเลี้ยงดูบิดามารดา กับเกณฑ์คุณสมบัติวงเงินสินเชื่อรวม 100,000 บาท ในภาคการเกษตร ซึ่งมีข้อคิดเห็นจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ต้องรับฟัง จึงไม่นำเกณฑ์สินเชื่อดังกล่าวมาใช้ เนื่องจากมีลักษณะพิเศษ เพราะการช่วยเหลือหลายครั้งเป็นเรื่องของการประสบภัยพิบัติ 

“สิ่งที่ต้องทำ คือนำกลุ่มตกหล่น 5.4 ล้านคนเข้าสู่ระบบ และคัดกรองเพื่อรับความช่วยเหลือต่อไป จากเดิมที่มีกลุ่มผู้ได้รับสิทธิรายเก่า 13.18 ล้านคน และกลุ่มเปราะบางอีก 1.05 ล้านคน โดยจะเสนอให้ ครม. พิจารณาในวันที่ 14 ก.ค. นี้ แล้วจะมีการประกาศรายชื่อให้ทราบในวันที่ 17 ก.ค. จากนั้นจะเปิดให้อุทธรณ์ทบทวนสิทธิ”

นายวินิจกล่าวด้วยว่า สำหรับผู้หลุดสิทธิจะได้รับข้อมูลว่าแต่ละรายติดเกณฑ์อะไร ซึ่งจากข้อมูลพบว่ามีผู้ได้รับสิทธิรายเก่าจำนวนหนึ่ง เลือกไม่รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 นี้ เนื่องจากใช้สิทธิอื่น หรือคาดว่าตัวเองจะไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวอยู่แล้ว

“จะมีการประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ ในวันที่ 17 ก.ค. และผู้ที่หลุดไปจะได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. ทันที โดยไม่ต้องลงทะเบียน ทั้งนี้ ผู้ที่หลุดจากสิทธิดังกล่าวสามารถยืนยันรับสิทธิได้บนแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รถ EV เงินกู้