กรมขนส่ง เปิดฟังความเห็นแก้กฎกระทรวง กำหนดป้ายทะเบียนรถ EV ถึง 29 มิ.ย. 69
กรมการขนส่งทางบก เปิดรับฟังความเห็นร่างกฎกระทรวงกำหนดป้ายทะเบียนรถ EV โดยเสนอให้รถจดทะเบียนใหม่ใช้ป้ายพื้นสีฟ้าสะท้อนแสง ขณะที่รถที่จดทะเบียนแล้วไม่ต้องเปลี่ยนป้ายใหม่ เพียงติดเครื่องหมายพิเศษ เปิดรับฟังความเห็นถึง 29 มิ.ย.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมการขนส่งทางบก เปิดรับฟังความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับแผ่นป้ายทะเบียนรถ (ป้ายทะเบียนรถไฟฟ้า) ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th เพื่อรับฟังหลักการแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับแผ่นป้ายทะเบียนรถไฟฟ้า
โดยที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนใช้รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษที่เกิดจากภาคการขนส่งและปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่เกิดจากรถยนต์
ดังนั้น เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถควบคุมกำกับดูแลความปลอดภัยในการใช้รถที่ใช้พลังงานใช้ฟ้าในการขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งเพื่อประโยชน์ในการรองรับมาตรการให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ที่ใช้รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน รวมถึงการช่วยเหลือในกรณีรถดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุ จึงสมควรกำหนดให้มีแผ่นป้ายทะเบียนสำหรับรถยนต์ที่ใช้พลังไฟฟ้าในการขับเคลื่อน
กรมการขนส่งทางบก อธิบายหลักการเกี่ยวกับแผ่นป้ายทะเบียนรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ไว้้ 4 ข้อ ดังนี้
1. แผ่นป้ายทะเบียนรถสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน (รย.1) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคน (รย.2) รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย.3) และรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล (รย.4) ที่เป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ให้มีขนาด ลักษณะ และสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถเช่นเดียวกับรถในประเภทเดียวกันที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานชนิดอื่น แต่ในส่วนของพื้นแผ่นป้ายให้ใช้สีฟ้าสะท้อนแสง
2. แผ่นป้ายทะเบียนรถสำหรับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (รย.12) ที่เป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ให้มีขนาด ลักษณะ และสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (รย.12) ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานชนิดอื่น แต่ในส่วนของพื้นแผ่นป้ายให้ใช้สีฟ้าสะท้อนแสง
3. แผ่นป้ายทะเบียนรถสำหรับรถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด (รย.5) รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (รย.6) รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง (รย.7) รถยนต์รับจ้างสามล้อ (รย.8) รถยนต์บริการธุรกิจ (รย.9) รถยนต์บริการทัศนาจร (รย.10) รถยนต์บริการให้เช่า (รย.11) รถแทรกเตอร์ (รย.13) รถบดถนน (รย.14) รถใช้งานเกษตรกรรม (รย.15) รถพ่วง(รย.16) และรถจักรยานยนต์สาธารณะ(รย.17) ที่ขับเคลื่อน ด้วยพลังงานไฟฟ้าให้มีเครื่องหมายเป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
4. แผ่นป้ายทะเบียนรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่นายทะเบียนได้ออกให้ไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงเกี่ยวกับแผ่นป้ายทะเบียนรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามีผลใช้บังคับ ให้มีเครื่องหมายเป็นไปตามอธิบดีประกาศกำหนด โดยให้นายทะเบียนออกเครื่องหมายให้กับเจ้าของรถและให้เจ้าของรถติดเครื่องหมายดังกล่าวภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงดังกล่าวมีผลใช้บังคับ
ทั้งนี้ ระบบเปิดรับฟังความเห็นการแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับแผ่นป้ายทะเบียนรถ (ป้ายทะเบียนรถไฟฟ้า) ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. จนถึง 29 มิ.ย. 2569 ผ่านเว็บไซต์ www.law.go.th
ชี้ให้ประโยชน์ด้านความปลอดภัย-รองรับสิทธิพิเศษ
ขณะที่ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชนเกี่ยวกับการกำหนดให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ต้องเปลี่ยนมาใช้ป้ายทะเบียนพื้นสีฟ้าสะท้อนแสง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อประชาชนนั้น
นายสรพงศ์ ระบุว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และยังไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายแต่อย่างใด อีกทั้ง กรมฯ ไม่มีการบังคับให้รถ EV ที่จดทะเบียนไปแล้วต้องมาเปลี่ยนเป็นแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ ผู้ใช้รถยังสามารถใช้แผ่นป้ายทะเบียนเดิมได้ตามปกติ
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ชี้แจงเพิ่มเติมถึงสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงกำหนดขนาด ลักษณะ และสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถฯ ว่า เป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยและสนับสนุนนโยบายลดมลพิษ (PM 2.5) โดยมีรายละเอียดข้อเสนอ ดังนี้
1. รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล (จดทะเบียนใหม่) กำหนดให้ใช้แผ่นป้ายทะเบียน “พื้นสีฟ้าสะท้อนแสง”
2. รถไฟฟ้าสาธารณะ และรถใช้งานเฉพาะทาง ให้ใช้แผ่นป้ายทะเบียนสีเดิม แต่กำหนดให้ติด “เครื่องหมายพิเศษ” ที่แผ่นป้ายทะเบียนเดิม
3. รถ EV เก่าที่จดทะเบียนไปแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ (รวมถึงป้ายประมูลและป้ายขาวเดิม) โดยจะใช้เพียงการติด “เครื่องหมายพิเศษ” ที่แผ่นป้ายทะเบียนเดิมเท่านั้น ซึ่งเจ้าของรถจะมีเวลาดำเนินการภายใน 1 ปี นับแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลบังคับใช้
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีที่ต้องแยกความแตกต่างของป้ายทะเบียนรถ EV ให้เห็นชัดเจนทางกายภาพ แม้ว่ากรมการขนส่งทางบกจะมีข้อมูลระบุประเภทพลังงานของรถแต่ละคันในฐานข้อมูลระบบอยู่แล้ว
แต่การกำหนดให้ป้ายทะเบียนรถ EV มีลักษณะเฉพาะทางกายภาพที่มองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอก มีจุดประสงค์เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งประโยชน์ด้านความปลอดภัยและการกู้ภัย ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เมื่อประชาชนทั่วไป หน่วยงานกู้ภัย หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะสามารถแยกแยะได้ทันทีด้วยสายตาว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นต้องใช้ขั้นตอนและอุปกรณ์ระงับเหตุเฉพาะทางสำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูง เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วไหลหรือเพลิงไหม้ได้อย่างทันท่วงทีและปลอดภัย
รวมถึงการกำกับดูแลคุณภาพของแบตเตอรี่ และอุณหภูมิของแบตเตอรี่ในระยะยาว จึงจำเป็นจะต้องดูแลใกล้ชิดเมื่อมีอายุถึงเกณฑ์ที่จะต้องกำกับดูแลเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ในอนาคตหน่วยงานอื่นสามารถนำไปกำหนดการรับสิทธิประโยชน์อื่นจากการมีป้ายทะเบียนที่แยกประเภทที่ชัดเจน จะช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานอื่น ๆ เช่น ผู้ให้บริการทางด่วน ห้างสรรพสินค้า หรือพื้นที่ควบคุมมลพิษ (Zero Emission Zone) สามารถบริหารจัดการและมอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้แก่ผู้ใช้รถ EV ได้ทันทีโดยที่เจ้าหน้าที่หน้างานไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบจากฐานข้อมูล
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงขอเชิญชวนให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าและประชาชนทั่วไป ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างหลักการของกฎกระทรวงฉบับนี้ ได้ที่เว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย www.law.go.th หัวข้อ “การแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับแผ่นป้ายทะเบียนรถ (ป้ายทะเบียนรถไฟฟ้า)” เพื่อนำความคิดเห็นมาปรับปรุงกฎหมายให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตอบโจทย์การใช้งานของประชาชนอย่างแท้จริงก่อนการประกาศบังคับใช้ต่อไป