กกต. แจง พรรคการเมือง เดินรณรงค์หาสมาชิกได้ ระบุ เป็นเรื่องจำเป็น
กกต. แจง พรรคการเมือง เดินรณรงค์หาสมาชิกได้ ระบุ เป็นเรื่องจำเป็น เตือนทุกพรรคการเมือง ห้ามจูงใจคนเป็นสมาชิก-ให้บุคคลอื่นครอบงำ อย่าทำพรรคมีตำหนิจนส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งไม่ได้
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. กล่าวถึงกรณีการเดินพบปะประชาชนของพรรคการเมือง เพื่อเชิญชวนรับสมัครสมาชิก หรือเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ว่า คงต้องดูข้อกฎหมาย ซึ่งหากเป็นการหาสมาชิกพรรคก็เป็นเรื่องจำเป็น เพราะต้องมีสาขาพรรคจึงจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งได้ จึงต้องหาสมาชิกให้ได้ ดังนั้นต้องดูที่เจตนา เช่น บางพรรคมีการเลือกหัวหน้าพรรคก็ต้องมีกิจกรรม แต่ทั้งหมดต้องอยู่บนหลักความสงบเรียบร้อยด้วย เพราะการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองมีเรื่องของข้อกฎหมายอยู่ การคลายล็อกสุดท้ายมี 7 ข้อ นอกนั้นต้องขออนุญาต ซึ่งทุกกลุ่มที่ทำกิจกรรมในขณะนี้ได้มีการแจ้งกกต.ตามคำสั่งคสช.ที่ 13 /2561 กำหนดให้พรรคการเมืองที่จะทำกิจกรรมดังกล่าวแจ้งกกต.ทราบก่อน 5 วันและให้ถือได้รับอนุญาต โดยกกต.เพียงรับทราบเท่านั้น ไม่ได้ไปตรวจสอบหรือเป็นการบอกว่ากิจกรรมที่จะมีการดำเนินการนั้นไม่เข้าข่ายเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่ต้องห้าม พรรคการเมืองจึงต้องระมัดระวังซึ่งทางสำนักกิจการ พรรคการเมืองของกกต.ก็จะมีการติดตามเก็บข้อมูลไว้เช่นกัน
พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวต่อว่า ส่วนการพิจารณาเรื่องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ครอบงำพรรคเพื่อไทยนั้น อยู่ในระหว่างการตรวจสอบหลักฐาน ทั้งนี้ ในส่วนของ กกต.ก็ติดตามกระแสข่าวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมีพรรคสาขา ไปจนถึงการเจรจาแบ่งพื้นที่ โดยทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน จึงฝากเตือนไปถึงพรรคการเมืองทุกพรรคว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้แล้ว กรรมการบริหารพรรคต้องไปดูบทบัญญัติของกฎหมาย อย่าฝ่าฝืนกฎหมายที่จะทำให้ถูกยุบพรรค สิ่งเหล่านี้พรรคการเมืองต้องหลีกเลี่ยง ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองอยากเตือนไปยังทุกพรรคการเมืองว่า อย่าทำผิดกฎหมายจนต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรค เช่น การจูงใจให้คนเป็นสมาชิก การให้บุคคลอื่นครอบงำพรรคการเมือง จะได้ไม่ถูกไต่สวนจนพรรคมีตำหนิ หรือถูกยุบจนไม่สามารถลงสู่สนามเลือกตั้งได้ ทั้งนี้ ตนอยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งเชิงสร้างสรรค์ เพราะ กกต.ไม่ได้มุ่งหวังเอาผิดพรรคการเมืองใด แต่ทั้งหมดอยู่ที่พฤติกรรมของพรรคการเมืองนั้น
ที่มา มติชนออนไลน์